20/08/2026
อุบล อย่างเท่
หาดท่าโฮง
สบชี–มูล ปากชีเฒ่า และจุดสิ้นสุดของลำน้ำชี
(ปรับแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูล)
ภาพนี้ถ่ายจากบริเวณ หาดท่าโฮง หรือหาดบ้านวังยาง ในตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
พื้นที่แถบนี้อยู่ใกล้กับจุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำอีสาน คือบริเวณที่ แม่น้ำชีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูล
บริเวณที่แม่น้ำมาพบกันเรียกว่า “สบ”
ในความหมายทางภูมิศาสตร์ คำว่า “สบ” ใช้เรียกบริเวณที่ลำน้ำสายหนึ่งมาพบหรือไหลเข้าสู่อีกสายหนึ่ง ใกล้เคียงกับคำว่า confluence
จึงเรียกบริเวณนี้ได้ว่า “สบชี–มูล”
สำหรับแม่น้ำชี ตรงนี้คือ ปากแม่น้ำชี หรือปลายทางของลำน้ำที่ยังใช้ชื่อว่า “แม่น้ำชี”
เมื่อไหลเข้าสู่แม่น้ำมูลแล้ว น้ำจากลุ่มชีจะเดินทางต่อไปพร้อมกับแม่น้ำมูล ก่อนที่แม่น้ำมูลจะไหลออกสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม
ชี → มูล → โขง
สบชี–มูลเป็นพื้นที่ร่วมของศรีสะเกษและอุบลราชธานี
ข้อมูลส่วนนี้ต้องเพิ่มเติมจากบทความเดิมของเรา
การพูดถึงสบชี–มูลผ่านอุบลราชธานีเพียงจังหวัดเดียวไม่ครบ เพราะภูมิศาสตร์บริเวณนี้สัมพันธ์กับพื้นที่ของ จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี
เอกสารโครงการพัฒนาฐานข้อมูลชุมชนของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ระบุบริเวณรอยต่อไว้ระหว่าง
บ้านหนองแวง
ตำบลหนองแวง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
กับ
บ้านขอนไม้ยูง
ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
ขณะที่ข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งหวายระบุว่า หาดท่าโฮง ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าขอนไม้ยูง หมู่ 12 ตำบลบุ่งหวาย
ข้อมูลสองชุดนี้ทำให้เราต้องแยกให้ชัดระหว่าง ตำแหน่งของหาดที่เราเข้าไปบันทึกภาพ กับ พื้นที่ของระบบแม่น้ำและรอยต่อบริเวณสบชี–มูล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า และมีรายละเอียดเรื่องเขตการปกครองที่ควรศึกษาต่อด้วยแผนที่และข้อมูลพื้นที่
แล้ว “ปากชีเฒ่า” คือที่ไหน?
หลังเผยแพร่ข้อมูลครั้งแรก มีคนในพื้นที่เพิ่มเติมว่า บริเวณนี้มีชื่อที่คนท้องถิ่นเรียกว่า
“ปากชีเฒ่า”
เราพบร่องรอยการใช้คำว่า “ปากชีเฒ่า” ในบันทึกความทรงจำของคนในพื้นที่อีกแห่งหนึ่งด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่พบเอกสารราชการหรืองานวิชาการที่อธิบายอย่างชัดเจนว่า
ปากชีเฒ่ามีขอบเขตตรงไหน
เป็นชื่อของปากแม่น้ำชีทั้งหมดหรือจุดใดจุดหนึ่ง
เรียกกันมาตั้งแต่เมื่อใด
และคำว่า “เฒ่า” มีที่มาอย่างไร
ดังนั้นตอนนี้ LOCAL ขอเก็บคำว่า “ปากชีเฒ่า” ไว้ในฐานะชื่อท้องถิ่นและ Oral history ก่อน
และอยากตามเรื่องนี้จากคนบ้านหนองแวง บ้านขอนไม้ยูง บ้านท่าขอนไม้ยูง บ้านวังยาง และชุมชนรอบสบชี–มูลเพิ่มเติม
เพราะบางครั้งชื่อที่อยู่ในความทรงจำของคนในพื้นที่อาจไม่ปรากฏอยู่บนแผนที่หรือเอกสารราชการ
น้ำสองสี ชี–มูล
อีกภาพหนึ่งที่ทำให้พื้นที่นี้เป็นที่รู้จัก คือความแตกต่างของสีและความขุ่นของน้ำจากสองสายที่สามารถมองเห็นได้ในบางช่วง ก่อนมวลน้ำจะค่อย ๆ ผสมกัน
จึงมีการเรียกบริเวณนี้ว่า “น้ำสองสี ชี–มูล”
ตรงนี้มีข้อที่ควรระวัง
สีของน้ำไม่ได้คงที่ตลอดทั้งปี และตอนนี้เรายังไม่พบงานศึกษาที่เก็บตัวอย่างน้ำชีและน้ำมูลตรงจุดสบในเวลาเดียวกัน แล้วสรุปเฉพาะเจาะจงว่าสีที่แตกต่างกันในภาพเกิดจากปัจจัยใดเพียงอย่างเดียว
งานศึกษาคุณภาพน้ำในลุ่มแม่น้ำมูลพบว่า สภาพน้ำเปลี่ยนแปลงทั้งตามพื้นที่และฤดูกาล
ฝน
ปริมาณน้ำ
ตะกอนแขวนลอย
ความขุ่น
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
และสภาพพื้นที่ต้นน้ำ
ล้วนสัมพันธ์กับสภาพน้ำที่เปลี่ยนไป
ดังนั้น “น้ำสองสี” ควรเข้าใจว่าเป็น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้สภาพของแม่น้ำในช่วงเวลาหนึ่ง มากกว่าจะมองว่าน้ำชีและน้ำมูลมีสีประจำตัวที่เหมือนเดิมตลอดปี
พื้นที่ชุ่มน้ำรอบสบชี–มูล
บริเวณสบชี–มูลยังมีความสำคัญในฐานะระบบนิเวศริมแม่น้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ
มีงานวิจัยสำรวจชุมชนนกถึง 227 จุดตามภูมิทัศน์รอบ Mun–Chi River Confluence และพบความสัมพันธ์ระหว่างชนิดพื้นที่ เช่น ป่า พื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ และโครงสร้างภูมิทัศน์ กับชุมชนนกที่อาศัยและเข้ามาใช้พื้นที่
ระดับน้ำที่เปลี่ยนตามฤดูกาลจึงสัมพันธ์กับพื้นที่น้ำ ริมฝั่ง พื้นที่เกษตร พืชพรรณ และแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตรอบแม่น้ำด้วย
จากภูมิศาสตร์ของน้ำ ไปถึงผู้คน
เมื่อย้อนขึ้นไปตามแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล เราจะพบเมืองและชุมชนจำนวนมากตลอดสองลุ่มน้ำ
ผู้คนใช้แม่น้ำในการหาอาหาร
จับปลา
ทำเกษตร
เดินทาง
ค้าขาย
ตั้งถิ่นฐาน
และติดต่อกับชุมชนอื่นมาเป็นเวลานาน
ตรงนี้ทำให้เราสนใจศึกษาต่อถึงความสัมพันธ์ระหว่าง สายน้ำ อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรม
ปลาและสัตว์น้ำแต่ละพื้นที่
เครื่องมือและวิธีจับปลา
วัตถุดิบตามฤดูกาล
การหมักและการถนอมอาหาร
วิธีปรุงและวิธีกิน
ตลาดและเส้นทางของวัตถุดิบ
การเดินทางและการย้ายถิ่น
ภาษา
ความเชื่อ
ประเพณี
ดนตรี
รวมถึงความรู้ของคนที่อยู่กับแม่น้ำ
สิ่งเหล่านี้มีโอกาสเดินทางและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนมากกว่าที่เส้นแบ่งเขตจังหวัดในปัจจุบันจะอธิบายได้ทั้งหมด
คำถามที่เราอยากตามต่อ
เมื่อรู้ว่าสบชี–มูลเป็นภูมิศาสตร์ร่วมระหว่างศรีสะเกษและอุบลราชธานี คำถามของเราจึงต้องกว้างขึ้นด้วย
ผู้คนสองฝั่งสบชี–มูลมีความสัมพันธ์กันอย่างไรในอดีต?
เคยข้ามแม่น้ำตรงไหน
ค้าขายอะไรกัน
จับปลาร่วมพื้นที่เดียวกันหรือไม่
อาหารสองฝั่งเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
มีการแต่งงานหรือย้ายถิ่นระหว่างชุมชนหรือไม่
และชื่อ “ปากชีเฒ่า” เก็บความทรงจำอะไรของพื้นที่ไว้
เมื่อมองต่อมาที่อุบล ก็ยังมีอีกคำถามที่ LOCAL สนใจ
อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่เราเห็นในอุบลวันนี้ มีร่องรอยของการเดินทางและการแลกเปลี่ยนของผู้คนจากลุ่มน้ำชี–มูลอยู่มากน้อยแค่ไหน
คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบทั้งหมด
และเรายังไม่ควรสรุปว่าความเป็นอุบลหรือวัฒนธรรมของพื้นที่เกิดจากระบบแม่น้ำเพียงปัจจัยเดียว
แต่ภูมิศาสตร์ตรงสบชี–มูลทำให้เห็นชัดว่า การศึกษาพื้นที่นี้ควรมองข้ามเส้นเขตจังหวัด และกลับไปดูความสัมพันธ์ของผู้คนที่อยู่กับแม่น้ำจริง ๆ
ชี → มูล → โขง
ตรงบริเวณนี้ แม่น้ำชีเดินทางมาถึงปลายทางของชื่อ “แม่น้ำชี”
แต่เรื่องของพื้นที่ยังเดินต่อไป ทั้งในแม่น้ำมูล และในชีวิตของผู้คนสองฝั่งน้ำที่เรายังต้องตามศึกษาอีกมาก
---
ENGLISH
THA HONG BEACH
THE CHI–MUN CONFLUENCE, PAK CHI THAO AND THE END OF THE CHI RIVER
This image was taken around Tha Hong Beach, also known as Ban Wang Yang Beach, on the Ubon Ratchathani side of the river landscape.
Nearby is one of the most significant geographical points in the Chi–Mun river system: the area where the Chi River meets the Mun River.
The Thai word “sop” (สบ) refers to a place where waterways meet or where one river flows into another — similar to a confluence in geographical terms.
The Chi–Mun confluence is therefore also the mouth of the Chi River: the point where the river reaches the end of the course that is still known by the name “Chi”.
From here, its water joins the Mun and continues downstream before the Mun eventually reaches the Mekong at Khong Chiam.
CHI → MUN → MEKONG
A shared landscape between Si Sa Ket and Ubon Ratchathani
Our earlier description focused too heavily on Ubon Ratchathani.
Further research shows that the geography of the Chi–Mun confluence must also be understood in relation to Si Sa Ket Province.
A community database published by Sisaket Rajabhat University describes the river boundary in this area between Ban Nong Waeng, Nong Waeng Subdistrict, Kanthararom District, Si Sa Ket, and Ban Khon Mai Yung, Huai Khayung Subdistrict, Warin Chamrap District, Ubon Ratchathani.
Meanwhile, B**g Wai Subdistrict Administrative Organization identifies Tha Hong Beach itself at Ban Tha Khon Mai Yung, Moo 12, B**g Wai Subdistrict.
These sources underline an important distinction between the beach or viewpoint from which the landscape is observed and the wider geographical and administrative landscape of the confluence.
The local name “Pak Chi Thao”
After our first publication, people from the area told us that the mouth of the Chi is also locally known as
“Pak Chi Thao” (ปากชีเฒ่า).
We have since found another local recollection using the same name.
However, we have not yet found sufficient official or academic documentation explaining its exact boundary, origin or historical age.
For now, LOCAL treats Pak Chi Thao as local geographical knowledge and oral history.
We hope to learn more from communities around Nong Waeng, Khon Mai Yung, Tha Khon Mai Yung, Wang Yang and the wider confluence landscape.
The two-coloured waters
At certain times, differences in colour and turbidity between the Chi and Mun can be visible before their waters gradually mix.
This has given rise to the familiar description of the “two-coloured Chi and Mun rivers.”
The appearance is not constant.
Research on the Mun River shows significant spatial and seasonal variation in water conditions. Rainfall, discharge, suspended sediment, turbidity, land use and upstream conditions can all influence the river.
At present, we have not found a study that directly compares simultaneous water samples from the Chi and Mun at this exact confluence and identifies a single cause for the visible colour difference.
The “two colours” are therefore better understood as a changing river condition rather than permanent colours belonging to each river.
Rivers, food, everyday life and culture
The Chi and Mun pass through many towns and communities before meeting here.
For generations, people across these river basins have used waterways for food, fishing, agriculture, transport, trade and settlement.
This opens another area of research for LOCAL:
How have rivers influenced the movement of food, knowledge, everyday practices and culture across these communities?
River fish
fishing techniques
seasonal ingredients
food preservation
cooking traditions
markets and trade routes
migration and marriage
language
beliefs
rituals
music
and local ecological knowledge
All of these may help us understand connections across the Chi–Mun basin that are older and more complex than today's provincial boundaries.
Questions to continue
Recognising the confluence as a landscape shared between Si Sa Ket and Ubon changes the questions we need to ask.
How were communities on both sides connected in the past?
Where did people cross the rivers?
What did they trade?
Did they share fishing grounds?
How did food traditions move between communities?
How much migration and marriage occurred across the river?
And what history is preserved in the name Pak Chi Thao?
These remain research questions, not conclusions.
CHI → MUN → MEKONG
Here, the Chi reaches the end of the river that carries its name.
The human geography around it is a story we are still learning to read.
---
RESEARCH NOTE
บทความฉบับนี้ปรับปรุงจากข้อมูลเดิมหลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากคนในพื้นที่ และตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม
ข้อมูลที่ยืนยันได้
- หาดท่าโฮง/หาดบ้านวังยาง อยู่ในพื้นที่ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
- แม่น้ำชีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูลบริเวณนี้
- เอกสารของมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษระบุพื้นที่รอยต่อของระบบแม่น้ำบริเวณนี้สัมพันธ์กับบ้านหนองแวง ตำบลหนองแวง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และบ้านขอนไม้ยูง ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
- ระบบนิเวศรอบสบชี–มูลมีงานศึกษาทางวิชาการโดยตรง
ข้อมูลที่แหล่งข้อมูลยังมีรายละเอียดต่างกัน
เอกสารท้องถิ่นของตำบลบุ่งหวายระบุหาดท่าโฮงอยู่ที่บ้านท่าขอนไม้ยูง หมู่ 12 ตำบลบุ่งหวาย ขณะที่เอกสารมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษกล่าวถึงรอยต่อบริเวณบ้านขอนไม้ยูง ตำบลห้วยขะยุง จึงควรศึกษาตำแหน่งเชิงแผนที่และเขตการปกครองเพิ่มเติมก่อนสรุปว่าทั้งสองคำอธิบายหมายถึงจุดเดียวกันทุกประการ
Oral history / Local knowledge
คำว่า “ปากชีเฒ่า” ได้รับข้อมูลจากคนในพื้นที่ และพบการใช้คำนี้ในบันทึกความทรงจำท้องถิ่น แต่ยังไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันที่มา อายุ และขอบเขตของชื่อ
Interpretation / Research question
ส่วนที่เชื่อมโยงอาหาร วิถีชีวิต การเคลื่อนย้ายผู้คน และวัฒนธรรมกับระบบลุ่มน้ำชี–มูล เป็นกรอบคำถามสำหรับศึกษาต่อ ยังไม่ใช่ข้อสรุปทางประวัติศาสตร์หรือมานุษยวิทยา
ข้อมูลนี้รวบรวมและเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ในขณะนี้ หากมีข้อมูลส่วนใดคลาดเคลื่อน หรือมีข้อมูลจากคนในพื้นที่และงานศึกษาที่ช่วยเพิ่มเติมได้ ยินดีรับข้อมูลและแก้ไขให้ถูกต้อง
SOURCES
• องค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งหวาย — ข้อมูลหาดท่าโฮง / หาดบ้านวังยาง และข้อมูลชุมชนบ้านท่าขอนไม้ยูง–บ้านวังยาง
• มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ — โครงการพัฒนาฐานข้อมูลชุมชน จังหวัดศรีสะเกษ; ข้อมูลพื้นที่รอยต่อบ้านหนองแวง อำเภอกันทรารมย์ กับพื้นที่อำเภอวารินชำราบ
• สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 — ข้อมูลบ้านหนองแวง ตำบลหนองแวง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
• กรมชลประทาน / สำนักงานชลประทานที่ 7 — ข้อมูลและการติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณจุดบรรจบแม่น้ำชี–มูล
• Tian, H. et al. (2019) — Water Quality of the Mun River in Thailand—Spatiotemporal Variations and Potential Causes, International Journal of Environmental Research and Public Health 16(20):3906
• Chaleekarn, W. et al. (2022) — Effect of environmental factors at multiple landscape scales on bird community in riparian ecosystem at Mun–Chi River confluence, Thailand, Biodiversitas 23:5194–5204
• ข้อมูลจากคนในพื้นที่และบันทึกความทรงจำท้องถิ่น — การใช้ชื่อ “ปากชีเฒ่า”; อยู่ระหว่างการเก็บ Oral history และตรวจสอบเพิ่มเติม
#อุบลราชธานี #ศรีสะเกษ #หาดท่าโฮง #ปากชีเฒ่า #สบชีมูล #แม่น้ำชี #แม่น้ำมูล #แม่น้ำสองสี #วิถีลุ่มน้ำ