Play Plearn Kids space & Cafe

Play Plearn Kids space & Cafe โปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กและครอบครัว workshop พร้อมอาณาจักรของเล่น
(1)

“แมลงตัวเล็ก ๆ” อาจเป็นประตูบานใหญ่สู่การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่วัยเตาะแตะไมไ่ด้เรียนรู้ผ่านครูสอนเป็นหลักแต่เด็กเรียนรู้ผ่า...
11/09/2026

“แมลงตัวเล็ก ๆ” อาจเป็นประตูบานใหญ่สู่การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่วัยเตาะแตะไมไ่ด้เรียนรู้ผ่านครูสอนเป็นหลักแต่เด็กเรียนรู้ผ่านการได้รับประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมที่จัดให้นั่นคือคือกระบวนการเรียนรู้ของเด็กสำหรับ theme สัปดาห์นี้พาเด็กๆและครอบครัวมาเรียนรู้โลกของแมลงและนี้คือผลที่ได้จากการเรียนรู้แมลง

👀 ได้สังเกต — สี รูปร่าง ขา ปีก การเคลื่อนไหว
🧠 ได้คิด — แมลงตัวไหนบินได้? ตัวไหนคลาน? อยู่ที่ไหน?
🗣️ ได้เรียนรู้ภาษา — ฟังนิทาน ร้องเพลง เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ
👐 ได้ลงมือทำ — หยิบ จับ คีบ เท ปั้น ตัด แปะ และสร้างสรรค์
🏃‍♀️ ได้ขยับร่างกาย — เลียนแบบการบิน การคลาน การกระโดด
❤️ ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ — รู้จักสิ่งมีชีวิตรอบตัว และเรียนรู้ที่จะดูแลสำหรับเด็กเล็ก การเรียนรู้ไม่ได้เริ่มจากการท่องจำ
แต่เริ่มจาก “ความอยากรู้” 💚
เมื่อเด็กเห็นผีเสื้อบินผ่าน
เห็นมดเดินเป็นแถว
หรือเจอหนอนตัวเล็ก ๆ บนใบไม้…
คำถามเล็ก ๆ อย่าง
“มันคืออะไร?” “มันไปไหน?” “ทำไมมันบินได้?”
กำลังพาสมองของเด็กเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้แล้ว ✨
ที่ PlayPlearn เราจึงใช้ แมลงเป็นหนึ่งใน Theme of the Week
เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่าน Play • Movement • Story • Sensory • Art • Hands-on Learning
เพราะเราเชื่อว่า พัฒนาการมาก่อนวิชาการและเมื่อเด็กได้เล่น ได้ลงมือทำ และได้ค้นพบด้วยตัวเอง การเรียนรู้จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ทดลองเรียนกิจกรรมเด็กและครอบครัวเปิดสอนในวันดังกล่าว
📆 วันพุธ - วันศุกร์⏰ เวลา: 10.00 - 11.15 น.
📆 วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ⏰ เวลา: 10.30 - 11.45 น.
📍 สถานที่: Play Plearn Kids space & Cafe
🚨 แต่ละรอบรับจำนวนจำกัด เพื่อการดูแลที่ทั่วถึงและปลอดภัยในทุกกิจกรรมนะคะ
📲 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่:
🟢 Line: (มี @ ด้วยนะคะ)
📞 โทร: 092-3857231
#ห้องเรียนเตาะแตะ #กิจกรรมเสริมพัฒนาการ #วันอาทิตย์วันครอบครัว #เรียนรู้ผ่านการเล่น ดูน้อยลง

11/08/2026

🥰

วันหยุดยาวนี้ให้ความทรงจำของลูกมีความหมายกว่าการเที่ยวหากคุณพ่อแม่ยังไม่มีกิจกรรมให้ลูกๆในช่วงวันหยุดยาวของวัยเตาะแตะการ...
24/07/2026

วันหยุดยาวนี้ให้ความทรงจำของลูกมีความหมายกว่าการเที่ยวหากคุณพ่อแม่ยังไม่มีกิจกรรมให้ลูกๆในช่วงวันหยุดยาวของวัยเตาะแตะการพาลูกมาเข้า Playgroup child and parent ในช่วงวันหยุดยาวอาจคือคำตอบ
เพราะช่วงวัย 1–3 ปี คือช่วงเวลาที่สมองเรียนรู้เร็วที่สุด
Playgroup & Family ไม่ใช่แค่คลาสเล่น แต่เป็นพื้นที่ที่ลูกจะได้
🧠 เรียนรู้ผ่านการเล่น
🤝 ฝึกการเข้าสังคม
🎨 ลงมือทำกิจกรรมหลากหลาย
❤️ สร้างสายใยความสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่
และที่สำคัญ...ผู้ปกครองจะได้เรียนรู้วิธีเล่นและส่งเสริมพัฒนาการลูก เพื่อนำไปใช้ต่อที่บ้านได้ทุกวัน มาสร้างความทรงจำดี ๆ และการเรียนรู้ที่เติบโตไปพร้อมกันที่ Playgroup & Family 💛 หยุดยาวนี้ Playplearn มีกิจกรรมรองรับเด็กและครอบครัวไม่ว่าจะเป็น Toddy Playgroup , workshop
📆 วันพุธ - วันศุกร์⏰ เวลา: 10.00 - 11.15 น.
📆 วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ⏰ เวลา: 10.30 - 11.45 น.
📍 สถานที่: Play Plearn Kids space & Cafe
🚨 แต่ละรอบรับจำนวนจำกัด เพื่อการดูแลที่ทั่วถึงและปลอดภัยในทุกกิจกรรมนะคะ
📲 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่:
🟢 Line: (มี @ ด้วยนะคะ)
📞 โทร: 092-3857231
#ห้องเรียนเตาะแตะ #กิจกรรมเสริมพัฒนาการ #วันอาทิตย์วันครอบครัว #เรียนรู้ผ่านการเล่น

สำหรับเด็กวัยเตาะแตะ (ประมาณ 1–3 ปี) "ความสนุก" ไม่ใช่รางวัลหลังเรียน แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สมองพร้อมเรียนรู้ ดังน...
17/07/2026

สำหรับเด็กวัยเตาะแตะ (ประมาณ 1–3 ปี) "ความสนุก" ไม่ใช่รางวัลหลังเรียน แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สมองพร้อมเรียนรู้ ดังนั้นโปรแกรม Playgroup Child & Family ควรเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ ความรู้สึกปลอดภัย และการเล่นร่วมกัน ก่อนค่อยต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ด้านภาษา ความคิด และทักษะต่าง ๆ ทำไม Playplearn จึงต้องจัดกิจกรรมกลุ่มเด็กและครอบครัวให้มีความ "ความสนุกเป็นที่ตั้ง" จึงต้องมาก่อนการเรียนรู้โดยมีเหตุผลรองรับดังต่อไปนี้
1. สมองของเด็กเล็กเรียนรู้ผ่านอารมณ์ (Emotion drives Learning)
เมื่อเด็กมีความสุข รู้สึกปลอดภัย และสนุกกับการเล่น สมองจะหลั่งสารเคมี เช่น dopamine ซึ่งช่วยเพิ่มความสนใจ การจดจำ และแรงจูงใจในการเรียนรู้ ในทางกลับกัน หากเด็กเครียดหรือถูกบังคับ สมองจะเข้าสู่โหมดป้องกันตัว ทำให้การเรียนรู้ลดลง Play is not a break from learning. Play is learning.
2. เด็กวัยเตาะแตะเรียนรู้ผ่าน "การลงมือทำ" มากกว่าการสอน
วัย 1–3 ปีอยู่ในช่วงที่สมองสร้างเครือข่ายประสาทอย่างรวดเร็ว เด็กเรียนรู้ดีที่สุดผ่านการ เล่น สำรวจ ทดลอง เคลื่อนไหว ใช้ประสาทสัมผัส
กิจกรรม Playgroup จึงควรเป็นประสบการณ์ที่เด็กได้ "เล่นก่อน แล้วจึงเรียนรู้"
3. พ่อแม่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ งานวิจัยพบว่า Playgroup ที่พ่อแม่มีส่วนร่วม ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะของเด็ก แต่ยังช่วยลดความเครียดของผู้ปกครอง เพิ่มคุณภาพการสื่อสาร และส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาและสังคมของเด็กได้ดีกว่า Playgroup ที่เด็กเข้าร่วมเพียงลำพังโดยไม่มีพ่อแม่

Playgroup Child & Family ที่มีคุณภาพควรมีองค์ประกอบ 5 ประการตามที่ Playplearn ได้จัดกิจกรรมละเน้นคุณภาพที่มีดังต่อไปนี้
❤️ 1. Safe Relationshipเด็กต้องรู้สึกว่า "ที่นี่ปลอดภัย"เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย สมองจึงพร้อมเปิดรับการเรียนรู้
😊 2. Joyful Play กิจกรรมต้องสนุก ไม่ใช่สนุกเพื่อความบันเทิง
แต่เป็น "ความสนุกที่มีเป้าหมาย" เช่น
Sensory Play Music & Movement Pretend Play Open-ended Play
👨‍👩‍👧 3. Parent-Child Interaction พ่อแม่เล่นกับลูก พูดคุย ตอบสนอง
ตั้งคำถาม ขยายภาษา สิ่งเหล่านี้ช่วยพัฒนาภาษา EF และความสัมพันธ์ไปพร้อมกัน
🌱 4. Child-led Exploration เด็กมีโอกาสเลือก ทดลอง ผิดพลาด
แก้ปัญหา ผู้ใหญ่ทำหน้าที่เป็น "ผู้อำนวยความสะดวก" มากกว่าผู้สอน
🎯 5. Meaningful Learning

สุดท้ายจึงเชื่อมโยงไปสู่ภาษา คณิตศาสตร์เบื้องต้น การคิดทักษะสังคม
Self-Regulation Executive Functionsโดยเด็กแทบไม่รู้สึกว่ากำลัง "เรียน"

งานวิจัยสนับสนุนบอกอะไรในกิจกรรม Playgroup child and Parent บ้าง
จากการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) ที่รวบรวมงานวิจัย 40 ชิ้น พบว่า Playgroup ที่มีคุณภาพส่งผลดีต่อทั้งเด็กและผู้ปกครอง โดยองค์ประกอบสำคัญคือ การเล่นร่วมกัน (Play Activities)
พื้นที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่น ผู้นำกิจกรรมที่มีคุณภาพ กิจวัตรและโครงสร้างที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่พบ ได้แก่
1.พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของเด็กดีขึ้น
2.ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกดีขึ้น
3.ผู้ปกครองได้รับการสนับสนุนทางสังคมมากขึ้น
นอกจากนี้ การทดลองแบบ Randomized Controlled Trial ยังพบว่า การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ใน Playgroup ช่วยเพิ่มพฤติกรรมการสื่อสารของเด็ก การมีส่วนร่วมในการเล่น และลดความเครียดของผู้ปกครองได้อย่างมีนัยสำคัญ
งานวิจัยด้านความผูกพัน (Attachment) ยังชี้ว่า เด็กที่มีความผูกพันที่มั่นคงกับผู้ดูแล มีแนวโน้มสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับเพื่อนและมีทักษะทางสังคมที่ดีกว่าในกลุ่มเล่นที่ไม่เคยทำกิจกรรมกับพ่อแม่มาก่อน
Refences:
American Academy of Pediatrics. (2018). The power of play: A pediatric role in enhancing development in young children. Pediatrics, 142(3), e20182058. https://doi.org/10.1542/peds.2018-2058
Hirsh-Pasek, K., Golinkoff, R. M., Berk, L. E., & Singer, D. G. (2009). A mandate for playful learning in preschool: Presenting the evidence. Oxford University Press.
Schlesinger, M. A., Hassinger-Das, B., Zosh, J. M., Sawyer, J., Evans, N., & Hirsh-Pasek, K. (2020). Cognitive behavioral science behind the value of play: Leveraging everyday experiences to promote play, learning, and positive interactions. Journal of Infant, Child, and Adolescent Psychotherapy, 19(2), 202–216. https://doi.org/10.1080/15289168.2020.1755084
Skene, K., O'Farrelly, C., Byrne, E. M., Kirby, N., Stevens, E. C., & Ramchandani, P. G. (2022). Can guidance during play enhance children's learning and development in educational contexts? A systematic review and meta-analysis. Child Development, 93(4), 1162–1180. https://doi.org/10.1111/cdev.13730

Weisberg, D. S., Hirsh-Pasek, K., & Golinkoff, R. M. (2013). Guided play: Where curricular goals meet a playful pedagogy. Mind, Brain, and Education, 7(2), 104–112. https://doi.org/10.1111/mbe.12015

Weisberg, D. S., Hirsh-Pasek, K., Golinkoff, R. M., Kittredge, A. K., & Klahr, D. (2016). Guided play: Principles and practices. Current Directions in Psychological Science, 25(3), 177–182. https://doi.org/10.1177/0963721416645512
Zosh, J. M., Hopkins, E. J., Jensen, H., Liu, C., Neale, D., Hirsh-Pasek, K., Solis, S. L., & Whitebread, D. (2018). Learning through play: A review of the evidence. The LEGO Foundation

03/07/2026

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ 💛ข่าวดีค่ะ! ตามคำเรียกร้องของหลาย ๆ ครอบครัว ตอนนี้ PlayPlearn เปิด Toddler Class *รอบวันอาทิตย์* เพิ่มแล้วค่ะ 🎉
ชวนคุณพ่อคุณแม่มาสร้างช่วงเวลาดี ๆ กับลูก ผ่านการเล่นและกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ พร้อมเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัว เพราะทุกช่วงเวลาที่ได้เล่นและเรียนรู้ไปด้วยกัน คือความทรงจำที่มีคุณค่า ❤️

🎨 รายละเอียดโปรแกรม Parent and Child - Toddler Class
👶 กลุ่มผู้เรียน: สำหรับน้อง ๆ อายุ 1.3 - 3 ขวบ (กิจกรรมเสริมพัฒนาการร่วมกับคุณพ่อคุณแม่)

📅 ตารางเรียน (เลือกวันเรียนได้ตามสะดวก หรือจะมาทุกวันก็ได้ค่ะ)

📆 วันพุธ - วันศุกร์

⏰ เวลา: 10.00 - 11.15 น.

📆 วันเสาร์ - วันอาทิตย์ (รอบวันอาทิตย์เปิดใหม่!)

⏰ เวลา: 10.30 - 11.45 น.

📍 สถานที่: Play Plearn Kids space & Cafe

🚨 แต่ละรอบรับจำนวนจำกัด เพื่อการดูแลที่ทั่วถึงและปลอดภัยในทุกกิจกรรมนะคะ

📲 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่:

🟢 Line: (มี @ ด้วยนะคะ)

📞 โทร: 092-3857231

#ห้องเรียนเตาะแตะ #กิจกรรมเสริมพัฒนาการ #วันอาทิตย์วันครอบครัว #เรียนรู้ผ่านการเล่น

❓ สุดท้ายแล้ว...เราอยากเห็นลูกเติบโตเป็นคนแบบไหน?ในวันที่พ่อแม่หลายคนเริ่มกังวลว่า...ลูกจะพร้อมเข้าอนุบาลไหม?ควรเริ่มเรี...
16/06/2026

❓ สุดท้ายแล้ว...เราอยากเห็นลูกเติบโตเป็นคนแบบไหน?
ในวันที่พ่อแม่หลายคนเริ่มกังวลว่า...
ลูกจะพร้อมเข้าอนุบาลไหม?
ควรเริ่มเรียนพิเศษหรือยัง?
ควรฝึกอ่าน ฝึกเขียน ตั้งแต่เมื่อไร?
และลูกของเราจะเดินตามเพื่อน ๆ ทันไหม?

ยิ่งสำหรับครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ทางเลือกด้านการศึกษาปฐมวัยยังมีไม่มากนัก หลายครอบครัวอาจรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะหลีกเลี่ยง "เส้นทางสายวิชาการ"

แต่บางที... คำถามสำคัญอาจไม่ใช่การเลือกข้างว่า "จะเอาวิชาการ หรือจะเอาการเล่น" หากแต่คือ "เราจะทำอย่างไรให้ลูกเติบโตอย่างสมดุล ทั้งด้านการเรียนรู้และการใช้ชีวิต?"

เพราะเราอยากให้ลูกเรียนรู้ได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็อยากให้เขาได้เล่น ได้ใช้จินตนาการ ได้ช่วยเหลือตัวเอง ได้รู้จักเท่าทันอารมณ์ และยังคงมีความสุขกับการเป็นเด็กอย่างเต็มที่

นั่นจึงนำมาสู่คำถามที่ฉันคิดว่าสำคัญที่สุดในชีวิตการเป็นพ่อแม่...
"สุดท้ายแล้ว เราอยากเห็นลูกเติบโตเป็นคนแบบไหน?"

ยาวหน่อยนะคะ แต่ก็อยากแชร์ให้ฟังจากหัวใจค่ะ ❤️

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันมีโอกาสได้ไปอบรมเรื่องการเลี้ยงลูกและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยจาก 2 แนวทางที่ได้รับความนิยมทั่วโลก คือ แนว Waldorf กับคุณหมอปอง และแนว Montessori ที่โรงเรียน Montessori Play and Learn

ยิ่งได้เรียนรู้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าทั้งสองแนวทางมีคุณค่าลึกซึ้ง และพยายามตอบคำถามข้างต้นร่วมกัน ผ่านมุมมองที่มองเด็กด้วยความเคารพ:

🌿 Waldorf ให้คุณค่ากับวัยเด็ก จินตนาการ และจิตวิญญาณของมนุษย์: แนวคิดนี้เชื่อว่าเด็กไม่ได้เป็นเพียงสมองที่รอรับความรู้ แต่คือมนุษย์ที่กำลังเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ วัยเด็กจึงควรเป็นช่วงเวลาของการเล่น การเคลื่อนไหว การสัมผัสธรรมชาติ นิทาน ศิลปะ และดนตรี สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่คือรากฐานของความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ และความหมายของชีวิตในอนาคต

👐 Montessori ให้คุณค่ากับการช่วยเหลือตัวเอง อิสรภาพ และวินัยจากภายใน: ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี เชื่อว่าเด็กทุกคนมีแรงผลักดันภายในที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง หน้าที่ของผู้ใหญ่ไม่ใช่การทำทุกอย่างแทนเด็ก แต่คือการเตรียมสภาพแวดล้อมและเปิดโอกาสให้เขาได้ลงมือทำเอง เด็กจึงได้ฝึกดูแลตัวเอง ตัดสินใจ แก้ปัญหา และสร้างวินัยที่เกิดจากความเข้าใจ ไม่ใช่การบังคับ

แม้ทั้งสองแนวทางจะมีวิธีการที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ "การมองเด็กด้วยความเคารพ และเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นมนุษย์ของเด็ก"

แล้วสำหรับ PlayPlearn ล่ะ?
PlayPlearn เองไม่ได้ยึดติดกับแนวทางใดแนวทางหนึ่ง แต่เราพยายามเรียนรู้จากจุดแข็งของแต่ละแนวคิด เพื่อนำมาสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับเด็กและครอบครัวยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในบริบทบ้านเราที่เด็ก ๆ จำนวนมากต้องเติบโตในระบบที่เน้นวิชาการเร็วกว่าที่ธรรมชาติของช่วงวัยต้องการ

เราอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงระบบทั้งหมดได้ แต่เราสามารถช่วยสร้าง "สมดุล" ให้กับชีวิตของลูกได้

สมดุลระหว่างการเรียนกับการเล่น

สมดุลระหว่างความรู้กับความสุข

สมดุลระหว่างความสำเร็จกับความหมายของชีวิต

หลังจากที่ได้ศึกษาและทำงานร่วมกับหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็น Attachment, Positive Parenting, Montessori, Waldorf, Conscious Parenting และแนวทางที่เราถนัดที่สุดอย่าง Play-Based Learning ทำให้ PlayPlearn ค่อย ๆ ตกผลึกว่า สิ่งที่เราอยากเห็นในเด็กทุกคนไม่ใช่เพียงความพร้อมทางวิชาการ แต่คือการเติบโตอย่างสมดุลในฐานะ "มนุษย์คนหนึ่ง" ผ่าน 3 เสาหลักนี้ค่ะ:

❤️ 1. หัวใจความเป็นมนุษย์ (Human Worth) — "ฉันมีคุณค่า"
รากฐานสำคัญที่สุดของชีวิต เริ่มจากการที่เด็กรู้สึกว่าตนเองเป็นที่รัก เป็นที่ยอมรับ และมีคุณค่าในตัวเอง โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านคะแนน ความสำเร็จ หรือการเปรียบเทียบกับใคร เมื่อเขารู้ว่าตัวเองปลอดภัยและมีคุณค่า เขาจะกล้าเรียนรู้และไม่พังทลายเมื่อเจอความล้มเหลว

👐 2. สมอง พัฒนาการ และจินตนาการ (Human Potential) — "ฉันทำได้ และฉันสร้างสรรค์ได้"
เด็กทุกคนมีศักยภาพเฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ภายใน การศึกษาไม่ใช่การยัดเยียดความรู้ แต่คือการช่วยให้ศักยภาพนั้นเบ่งบานตามธรรมชาติ ผ่านการเล่น การเปิดประสาทสัมผัส การลงมือทำ และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

🌱 3. เติบโตอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย (Human Flourishing) — "ฉันอยู่ร่วมกับผู้อื่นและโลกได้อย่างงดงาม"
เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาไม่ใช่แค่สร้างเด็กที่เก่งเพื่อตัวเอง แต่คือการสร้างมนุษย์ที่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) เคารพความแตกต่าง มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และเติบโตไปใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว... ความสำเร็จของชีวิตไม่ได้วัดจากผลการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาเป็นมนุษย์ที่มีความสุข รู้คุณค่าในตัวเอง ใช้ศักยภาพที่มีได้อย่างเต็มที่ และพร้อมจะส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับโลกใบนี้

ในช่วงต่อจากนี้ PlayPlearn จะค่อย ๆ นำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานวิจัย ประสบการณ์ และแนวคิดการศึกษาต่าง ๆ มาแบ่งปันกันนะคะ

เผื่อพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้ จะช่วยให้พวกเราเข้าใจเด็ก ๆ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้ร่วมเดินทางเติบโตไปพร้อมกับลูกในทุก ๆ วันค่ะ ❤️

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้🤍🙏🤍
12/06/2026

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้🤍🙏🤍

Attachment ( สายใยสัมพันธ์ ) สำคัญแค่ไหนต่อการเรียน Playgroup วัยเตาะแตะเพราะ “ความรู้สึกปลอดภัย” คือพื้นฐานแรกของการเรี...
29/05/2026

Attachment ( สายใยสัมพันธ์ ) สำคัญแค่ไหนต่อการเรียน Playgroup วัยเตาะแตะเพราะ “ความรู้สึกปลอดภัย” คือพื้นฐานแรกของการเรียนรู้
ในวัยเตาะแตะ (ประมาณ 1–3 ปี) เด็กไม่ได้เรียนรู้ผ่านการนั่งฟังหรือการท่องจำ แต่เรียนรู้ผ่าน “ความสัมพันธ์” และ “ความรู้สึกปลอดภัย” เป็นหลัก
หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาเรียน Playgroup แล้วพบว่า
1.ลูกเกาะแม่ ไม่ยอมเล่น
2.ร้องไห้เมื่อมีคนแปลกหน้า
3.ยังไม่กล้าเข้ากลุ่ม
4.เดินกลับมาหาพ่อแม่บ่อยๆ ระหว่างกิจกรรม
พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่ “เด็กไม่พร้อมเรียน”
แต่เป็นกระบวนการปกติของการสร้าง “Attachment” หรือความผูกพันทางอารมณ์ที่ปลอดภัย
แล้วAttachment คืออะไร?Attachment Theory ถูกพัฒนาโดย
John Bowlbyและต่อยอดโดยMary Ainsworthทฤษฎีนี้อธิบายว่า
เด็กเล็กต้องการ “ฐานปลอดภัย” (Secure Base) จากพ่อแม่หรือผู้ดูแล เพื่อให้กล้าออกไปสำรวจโลก
เมื่อเด็กรู้สึกว่า
“พ่อแม่ยังอยู่ตรงนี้”
“ฉันปลอดภัย”
“ฉันจะได้รับการตอบสนองเมื่อกังวล”
สมองจึงพร้อมเปิดรับการเรียนรู้ การเล่น และการเข้าสังคม
งานวิจัยบอกอะไร?
งานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กจำนวนมากพบว่า
เด็กที่มี Secure Attachment จะมีแนวโน้ม:กล้าเล่นและสำรวจสิ่งใหม่มากกว่ามีทักษะสังคมที่ดีกว่าควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าปรับตัวเข้าโรงเรียนได้ง่ายกว่ามีสมาธิและความพร้อมในการเรียนรู้มากกว่า
ส่วนงานวิจัยของ Harvard Center on the Developing Child
อธิบายว่า ความสัมพันธ์ที่ตอบสนองอย่างอบอุ่นระหว่างเด็กกับผู้ดูแล (Responsive Relationship) เป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาสมองส่วน Executive Function, การจัดการอารมณ์ และการเรียนรู้ในระยะยาว
ขณะที่งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่าเมื่อเด็กอยู่ในภาวะเครียดหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย สมองจะเข้าสู่โหมด “เอาตัวรอด” ทำให้การจดจำ การเรียนรู้ และการเข้าสังคมลดลงดังนั้น สำหรับวัยเตาะแตะ “ความรู้สึกปลอดภัย” สำคัญก่อน “วิชาการ”แล้ว Playgroup ช่วยเรื่อง Attachment อย่างไร?
Playgroup ที่เหมาะกับวัยเตาะแตะ ไม่ใช่การเร่งให้เด็กแยกจากพ่อแม่เร็วที่สุดเราจึงมุ่งเน้นที่จะทำ playgroup ให้พ่อแม่ของชาวสุรินทร์มีส่วนร่วมในกระบวนกาเรียนรู้ส่งเสริมให้พ่อแม่เลี้ยงดูลูกอย่างมีความสุขผ่านกิจกรรม
ที่จะสร้างพื้นที่ปลอดภัย” ที่เด็กค่อยๆ สร้างความมั่นใจผ่านการเล่นร่วมกับผู้ปกครอง
เด็กจะได้เรียนรู้ว่า:
โลกภายนอกปลอดภัย
มีผู้ใหญ่คนอื่นที่อ่อนโยนและไว้ใจได้
สามารถเล่นร่วมกับเด็กคนอื่นได้
แม้เดินออกไปเล่น พ่อแม่ก็ยังอยู่ตรงนี้
นี่คือกระบวนการสร้าง “Secure Attachment” ที่แข็งแรงและเมื่อฐานอารมณ์มั่นคง
เด็กจึงค่อยๆ กล้า:สำรวจ ทดลอง
สื่อสาร เข้าสังคม
แยกจากผู้ปกครองอย่างเป็นธรรมชาติ
เด็กที่เกาะแม่ ไม่ใช่เด็กติดแม่เสมอไป
หลายครอบครัวกังวลว่า
“ลูกไม่ยอมเล่นเองเลย”
“ลูกติดแม่มาก”
แต่ในมุมพัฒนาการ เด็กที่กลับมาหาพ่อแม่บ่อยๆ ระหว่างเล่น กำลังใช้พ่อแม่เป็น “ฐานปลอดภัย” เพื่อเติมความมั่นใจก่อนออกไปสำรวจอีกครั้ง
เมื่อได้รับความมั่นคงทางอารมณ์เพียงพอ
เด็กส่วนใหญ่จะค่อยๆ เป็นอิสระได้เอง การเร่งให้เด็ก “เลิกร้อง” หรือ “ต้องแยกให้ได้เร็วๆ” อาจทำให้เด็กเกิดความเครียดมากกว่าการเรียนรู้

Playgroup ที่ดีสำหรับวัยเตาะแตะ ควรเป็นอย่างไร?
สำหรับวัย 1–3 ปี สิ่งสำคัญไม่ใช่การเรียนหนักหรือทำ Worksheet เยอะ
แต่คือสภาพแวดล้อมที่:
อบอุ่นและปลอดภัย
มีครูที่ตอบสนองอย่างอ่อนโยน
เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม
เคารพจังหวะพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
เรียนรู้ผ่านการเล่น การเคลื่อนไหว และประสบการณ์จริง
เพราะในช่วงวัยนี้
“ความสัมพันธ์” คือรากฐานของการเรียนรู้ทั้งหมด
สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้
เด็กไม่ได้ต้องการ “แม่ที่สมบูรณ์แบบ”
แต่ต้องการ “ผู้ใหญ่ที่ตอบสนองอย่างสม่ำเสมอและอบอุ่น”
ทุกครั้งที่คุณ: กอดลูกเมื่อกลัว นั่งเล่นด้วยกัน ตอบสนองเมื่อร้องไห้
อยู่ข้างๆ ตอนลูกยังไม่มั่นใจ คุณกำลังสร้างรากฐานสำคัญของสมอง การเรียนรู้ และสุขภาพจิตในอนาคต และนี่คือเหตุผลว่า
ทำไม “Attachment” จึงสำคัญมากต่อการเรียนรู้ของวัยเตาะแตะ
References:
Bowlby, J. (1969). Attachment and Loss
Ainsworth, M. (1978). Patterns of Attachment
Harvard Center on the Developing Child – Serve and Return Interaction
National Scientific Council on the Developing Child (2004)
Siegel, D. & Bryson, T. The Whole-Brain
กิจกรรมนี้ run class เป็น Bilingual (ภาษาอังกฤษและไทย ) ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสมัครเรียนได้ที่ Play Plearn Kids Space Cafe 💚โทร. 092-3857231 สามารถ Enroll class ทดลองเรียนฟรี 1 ครั้งเรียนทุกวันพุธ-ศุกร์ วันเสาร์ รอบ 10.30
#เพลย์เพลิน #คาเฟ่เด็ก #คาเฟ่เด็กสุรินทร์ #กิจกรรมเด็ก #สนามเด็กเล่นในร่ม #คลาสเสริมพัฒนาการเด็กสุรินทร์ " ดูน้อยลง

หลายคนอาจมองว่า“คลาสเด็กเล็กวัยเตาะแตะก็แค่พาวิ่งเล่น คลานลอดอุโมงค์ ปีน กระโดด สนุกไปวันๆ”แต่ในมุมของพัฒนาการเด็ก…กิจกร...
08/05/2026

หลายคนอาจมองว่า“คลาสเด็กเล็กวัยเตาะแตะก็แค่พาวิ่งเล่น คลานลอดอุโมงค์ ปีน กระโดด สนุกไปวันๆ”แต่ในมุมของพัฒนาการเด็ก…
กิจกรรมเหล่านี้คือ “งานของสมอง” ที่สำคัญที่สุดในช่วงวัย 1–6 ปี 🧠✨
เพราะสมองของเด็กเล็ก ไม่ได้พัฒนาแค่จากการนั่งเรียนหรือท่องจำ
แต่พัฒนาผ่าน “การเคลื่อนไหว + ประสาทสัมผัส + ประสบการณ์ตรง”
ทุกครั้งที่เด็กคลาน ปีน กระโดด หรือทรงตัว
สมองกำลังสร้างเครือข่ายใยประสาท (Neural Connections) จำนวนมหาศาลซึ่งเป็นรากฐานของการเรียนรู้ในอนาคต
🧠 1. พัฒนาระบบประสาทและการเชื่อมโยงสมอง
เวลาที่เด็กเคลื่อนไหว เช่น คลานลอดอุโมงค์ ปีนข้ามสิ่งกีดขวาง หรือกระโดดสมองต้องสั่งการหลายระบบพร้อมกัน ได้แก่
• การทรงตัว (Vestibular System)
• การรับรู้ตำแหน่งร่างกาย (Proprioception)
• การมองเห็นและกะระยะ (Visual Spatial Skills)
• การวางแผนการเคลื่อนไหว (Motor Planning)
สิ่งเหล่านี้เป็น “พื้นฐานก่อนการเรียนรู้เชิงวิชาการ”
เด็กที่ระบบเหล่านี้แข็งแรง มักมีพื้นฐานที่ดีกว่าในเรื่อง
✨ สมาธิ
✨ การนั่งเรียน
✨ การอ่านเขียน
✨ การควบคุมอารมณ์
✨ การทำตามคำสั่งหลายขั้นตอน
Jean Piaget อธิบายว่าเด็กวัยต้นเรียนรู้ผ่าน “การลงมือทำและการเคลื่อนไหว” มากกว่าการสอนเชิงนามธรรมเพราะสมองกำลังสร้างความเข้าใจจากประสบการณ์จริง
🤸 2. ทำไม “การคลาน” สำคัญกว่าที่คิด
การคลานไม่ใช่แค่พัฒนากล้ามเนื้อแต่เป็นกิจกรรมที่กระตุ้น “การทำงานร่วมกันของสมองซีกซ้ายและขวา”เมื่อเด็กคลาน แขนและขาจะทำงานสลับข้างกัน (Cross-Lateral Movement)ซึ่งช่วยพัฒนา Corpus Callosum
หรือเส้นใยที่เชื่อมสมองสองซีกเข้าด้วยกัน
ทักษะนี้เกี่ยวข้องกับ
📚 การอ่าน
✏️ การเขียน
👀 การกวาดสายตา
🧠 สมาธิและการประมวลผลข้อมูล
เด็กที่ข้ามช่วงการคลาน หรือมีประสบการณ์การเคลื่อนไหวน้อย
อาจพบปัญหาเรื่องการประสานงานร่างกาย สมาธิ หรือการนั่งเรียนในอนาคตได้
🏃 3. การปีน กระโดด และการหมุน ช่วย “จัดระบบสมอง”
กิจกรรม Movement ไม่ได้ทำให้เด็ก “เหนื่อยแล้วหลับง่าย” เท่านั้น
แต่ช่วยพัฒนาระบบ Sensory Integration หรือการประมวลผลข้อมูลจากประสาทสัมผัสเมื่อเด็กปีน กระโดด หมุน หรือทรงตัว
สมองกำลังเรียนรู้ว่า

“ร่างกายของฉันอยู่ตรงไหน”
“ฉันต้องออกแรงเท่าไหร่”
“ฉันจะควบคุมตัวเองอย่างไร”

สิ่งนี้ส่งผลต่อ
💛 การควบคุมอารมณ์
💛 การยับยั้งตนเอง
💛 การรอคอย
💛 ความนิ่งในการเรียน
💛 ความมั่นใจในตัวเอง

เด็กจำนวนมากที่ดูเหมือน “ไม่นิ่ง”
จริงๆ อาจกำลังต้องการการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยจัดระบบประสาทของตัวเอง

A. Jean Ayres นักกิจกรรมบำบัดผู้พัฒนาแนวคิด Sensory Integration อธิบายว่า
การเคลื่อนไหวและประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่เหมาะสม
เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ พฤติกรรม และการควบคุมอารมณ์

💡 4. Movement คือรากฐานของ Executive Function (EF)

เวลาที่เด็กเล่นฐานกิจกรรมหรือ obstacle course
เด็กไม่ได้แค่ “ใช้แรง”

แต่กำลังฝึก
✨ การวางแผน
✨ การจำลำดับ
✨ การแก้ปัญหา
✨ การรอคอย
✨ การควบคุมตนเอง
✨ การเปลี่ยนกติกา

ทั้งหมดนี้คือ Executive Function (EF)
ซึ่งเป็นทักษะสมองส่วนหน้าที่สำคัญต่อการเรียนและชีวิตระยะยาว

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า
เด็กที่มีโอกาสเคลื่อนไหว เล่นอิสระ และเล่นเชิงร่างกายอย่างเพียงพอ
มักมีสมาธิ ความสามารถในการควบคุมตนเอง และความพร้อมในการเรียนที่ดีกว่า

💛 5. สิ่งที่เด็กได้รับ ไม่ใช่แค่ “พัฒนาการ” แต่คือ “ความมั่นใจ”

ทุกครั้งที่เด็กปีนได้ กระโดดได้ ลอดอุโมงค์ได้
สมองจะเกิดความรู้สึกว่า“ฉันทำได้”ความรู้สึกนี้เรียกว่า Self-Efficacy
ซึ่งเป็นพื้นฐานของความมั่นใจ ความกล้าลอง และ Growth Mindset ในอนาคตเด็กที่ได้เคลื่อนไหว ได้ลองผิดลองถูก
มักกล้าคิด กล้าตัดสินใจ และกล้าเรียนรู้มากกว่าเด็กที่ถูกจำกัดการเล่นมากเกินไปดังนั้นที่ PlayPlearn เราไม่ได้ “พาเด็กเล่นไปวันๆ”
แต่ทุกกิจกรรมถูกออกแบบเพื่อกระตุ้น
🧠 สมอง
💪 ร่างกาย
💛 อารมณ์
👫 ทักษะสังคม
และระบบการเรียนรู้ของเด็กทั้งระบบ

เพราะสำหรับเด็กเล็ก
“การเล่น” ไม่ใช่การพักจากการเรียนรู้

แต่คือ “วิธีที่สมองเรียนรู้ดีที่สุด” run class เป็น Bilingual (ภาษาอังกฤษและไทย ) ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือสมัครเรียนได้ที่ Play Plearn Kids Space Cafe 💚โทร. 092-3857231 สามารถ Enroll class ทดลองเรียนฟรี 1 ครั้งเรียนทุกวันพุธ-ศุกร์ วันเสาร์ รอบ 10.30
#เพลย์เพลิน #คาเฟ่เด็ก #คาเฟ่เด็กสุรินทร์ #กิจกรรมเด็ก #สนามเด็กเล่นในร่ม #คลาสเสริมพัฒนาการเด็กสุรินทร์ "

ที่อยู่

263 & 265 ถนนจิตรบำรุง ตำบลในเมือง
Surin
32000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 19:00
อังคาร 09:30 - 19:00
พุธ 09:30 - 19:00
พฤหัสบดี 09:30 - 19:00
ศุกร์ 09:30 - 19:00
เสาร์ 09:30 - 19:00
อาทิตย์ 09:30 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Play Plearn Kids space & Cafeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท