18/10/2020
☕️กาแฟทั้งสองสายพันธ์ุ “โรบัสต้า” และ “อาราบิก้า” ☕️
ที่นิยมปลูกเพื่อดื่มและนำไปเป็นกาแฟเชิงพาณิชย์ ถึงทั้งสองจะเป็นกาแฟเหมือนกันแต่ทั้งคู่ก็มีเอกลักษณ์และความแตกต่างที่ชัดเจนเป็นเสน่ห์เฉพาะของตัวเอง ดังในภาพที่ Thailand Coffee Show ได้สรุปมาให้รู้กัน🤎
👉🏻กาแฟทั้งคู่จะสามารถเติบโตดีได้ในสภาพที่ไม่เหมือนกันเลย และสภาพพื้นที่ปลูกนั้นส่งผลต่อรสชาติความพิเศษ และคุณสมบัติกาแฟตามมา
🤎กาแฟโรบัสต้านั้นสามารถปลูกและโตได้ดีในพื้นที่ต่ำและร้อนชื้นจึงเป็นที่นิยมปลูกมากกว่าและยังเป็นกาแฟที่ ‘แรง’ เพราะมีคาเฟอีนเยอะ เมล็ดกาแฟจึงอึดถึกต่อสภาพอากาศและทนต่อแมลง แถมยังมีลูกที่ดกอีกด้วย
กาแฟชนิดนี้จึงมีนิยมปลูกมากกว่า และโดดเด่นในเรื่องของการนำมาทำแฟผง เพราะผลิตได้เยอะ เข้มข้น คาเฟอีนมาก ชงดื่มแล้วตาตื่นทันที👀
🤎กาแฟอาราบิก้าจะมีความโดดเด่นในเรื่องรสชาติและกลิ่นที่ซับซ้อนและเรียกได้ว่ามีเสน่ห์กว่า นิยมนำมาทำเป็นกาแฟสด กาแฟชนิดนี้เติบโตได้ดีในที่สูงและอากาศที่เย็นแห้งจึงนิยมปลูกที่ภาคเหนือหรือที่ภูเขาสูง
อาราบิก้าอาจไม่ทนต่อสภาพอากาศและแมลงเท่าโรบัสต้าลูกไม่ดกเท่า แต่ก็นับเป็นกาแฟที่ให้รสชาติมีเอกลักษณ์ตามพันธุ์กาแฟ ดิน และน้ำที่ปลูก กาฟอาราบิก้าจะมีรสชาติที่กลมกล่อม หวานละมุนอมเปรี้ยวและให้รสฟรุตตี้ที่ซับซ้อนกว่า เนื้อกาแฟเบาและคาเฟอีนต่ำจึงเป็นที่นิยมนำไปทำกาแฟ สูตรพิเศษของร้าน✨
👉🏻ความแตกต่างที่นำมาผสมกันได้อย่างลงตัว ด้วยความพิเศษเฉพาะของกาแฟทั้งสองสายพันธุ์ทำให้มีคนนำมาเบลนด์ผสมกันจนได้เป็นกาแฟที่มีรสชาติแปลกใหม่อีกด้วย ☕️
🤎ทั้งกาแฟ อาราบิก้าและโรบัสต้ามีความแตกต่างกันในหลายๆ ด้าน
ถ้าหากอยากรู้ว่าตัวเองหลงรักกาแฟแบบไหนลองมาชิมและชมเสน่ห์ของกาแฟทั้งสองสายพันธ์ได้ที่งานกาแฟ Thailand Coffee Show ได้เลย
- - - - - - - -
☕️ งาน Thailand Coffee Tea & Drink ครั้งที่ 15 🤎
📱 ลงทะเบียน online เข้าร่วมงานล่วงหน้า
🗓 วันที่ 25 - 28 กุมภาพันธ์ 2021
📌 สถานที่ EH 106 ไบเทคบางนา, กรุงเทพฯ