ตั้งแต่โบราณนับเป็นพันๆ ปี จวบจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าโลกจะผันแปรไปในทิศทางใดก็ตาม คนจำนวนหลายพันหลายหมื่นครอบครัวที่ดำรงาชีวิตอยู่ ด้วยการรับประทานแต่อาหารเจนสืบทอดจากบรรพบุรุษ ก็ยังคงมีอยู่ให้พบเห็นได้ในทุกวันนี้ (อาหารเจเป็นอาหารที่มาจากพืชผักธรรมชาติ ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปน และไม่ปรุงด้วยผักฉุนทั้ง 5 ได้แก่ กระเทียม,หัวหอม,หลักเกียว,กุ้ยฉ่าย,ใบยาสูบ)บรรพชนในแต่ละครัวเรือนได้ถ่ายทอดหลักของการกินเจที่ถูกต้อง และศิลปะในการปรุงไว้ให้แก่ลูกหลานตน จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าอาหารเจเป็นอาหารที่มันจืดชืดไม่อร่อยเป็นความเข้าใจที่ผิด อาจเป็นเพราะไม่มีโอกาสลิ้มรสอาหารเจที่แท้จริงก็เป็นได้ อาหารเจมีรสชาติอร่อยต่างไปจากอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ ที่สำคัญอาหารเจไม่มีกลิ่นเหม็นคาวใดๆ เลย อาหารเจบางอย่าง คนทั่วไปที่รับประทานแต่อาหารเนื้อจะไม่มีโอกาสรู้จักหรือได้ลิ้มรสเลยในชีวิต เนื่องด้วยอาหารเหล่านี้เป็นที่รู้จัก และทำรับประทานเฉพาะในบรรดาคนที่กินเจเท่านั้น
บางคนกล่าวว่า หากรับประทานแต่อาหารเจเป็นโรคขาดอาหาร แต่ทางการแพทย์พบว่าไม่ว่าจะเป็นคนที่กินอาหารเนื้อหรือคนที่กินเจ ก็เป็นโรคขาดอาหารได้เท่ากัน สาเหตุสำคัญของโรคขาดอาหารในคนทั้ง 2 กลุ่ม ก็คือการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลัก บริโภคอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรทแป้งและน้ำตาล , โปรตีน ,ไขมัน ,วิตามินและเกลือแร่ เป็นเหตุให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ไม่ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการจึงสรุปได้ว่า โรคขาดอาหารและทุโภชนาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกินเนื้อหรือกินเจ แต่ขึ้นอยู่กับนิสัยกินตามใจตัว และความอร่อยลิ้นของตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับจากการรับประทาน
แหล่งที่มา : www.mindcyber.com