06/09/2022
🍕🍕🍕
แรงบันดาลใจของพิซซ่า มาร์การิต้า ราชินีอิตาลี สตรีที่ถูกยกย่องเป็นไข่มุกแห่งซาวอย
คนส่วนใหญ่รู้จักมาร์การิต้าในฐานะพิซซ่ามากกว่าราชินี แต่หนึ่งในตำนานกล่าวว่าวันหนึ่งราชินีอิตาลีเกิดเบื่ออาหารฝรั่งเศสขึ้นมาขณะเดินทางกับพระสวามีไปเนเปิล อาหารฝรั่งเศสถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งซึ่งมักถูกปรุงเผื่อถวายเชื้อพระวงศ์ เมื่อราชินีบอกว่าไม่โปรดขึ้นมา คณะผู้ติดตามจึงไปสรรหาเชฟท้องถิ่นที่อาจปรุงอาหารได้เป็นที่พอพระทัย หวยไปตกที่ราฟาเอเล เอสโปซิโต้ เชฟชื่อดังในตอนนั้น โดยเขาได้นำเสนอพิซซ่าสามแบบกับราชืนี
เรื่องเล่ากล่าวว่าพิซซ่าทั้งสามถาดได้แก่พิซซ่าที่ใส่กระเทียม (พิซซ่ากระเทียม) พิซซ่าใส่แองโชวี่ (พิซซ่านาโปลี) และพิซซ่าที่มีแค่ชีส มะเขือเทศ และใบโหระพา ปรากฏว่าราชินีโปรดพิซซ่าแบบที่สามมากที่สุด เชฟจึงได้ขอพระราชทานอนุญาตตั้งชื่อพิซซ่าตามพระนามของราชินี ซึ่งถ้าตำนานนี้เป็นเรื่องจริง พิซซ่ามาร์การิต้าก็น่าจะเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของอิตาลี เพราะมีชื่อตามบุคคลสำคัญ แถมมีสีสันที่ไปเหมือนกันกับธงชาตืคือสีขาว (ของชีส) สีแดง (ของมะเขือเทศ) และสีเขียว (ของโหระพา)
ตำนานการตั้งชื่อพิซซ่าจากพระนามของราชินียังมีข้อโต้แย้งในปัจจุบัน เพราะส่วนประกอบของพิซซ่าค่อนข้างพื้นฐาน ปรากฏมาแล้วตั้งแต่ช่วงปี 1796 – 1810 (ส่วนพระนางมาร์การิต้าเพิ่งขึ้นเป็นราชินีอิตาลีในปี 1878 เท่านั้น) คำว่า ‘มาร์การิต้า’ หมายถึง ‘ดอกเดซี่’ ในภาษาสเปน เป็นไปได้ว่าชื่อมาร์การิต้า อาจมาจากการจัดเรียงใบโหระพาบนหน้าพิซซ่าให้ดูเหมือนดอกเดซี่ก็เป็นได้
แม้เราจะไม่ทราบที่มาชัดเจนของพิซซ่ามาร์การิต้า แต่ราชินีมาร์การิต้าแห่งอิตาลี ก็มี story ที่น่าสนใจ พระองค์เป็นเจ้าหญิงแห่งซาวอย สมรสมาเป็นเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งอิตาลีตั้งแต่อายุแค่ 17 ปี มาร์การิต้าไม่ใช่คนสวย แต่ก็เป็นหญิงสาวน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส ทรงเติบโตมาเป็นสตรีที่เคร่งศาสนา อนุรักษ์นิยม เป็นนักสนทนาที่ยอดเยี่ยมและได้รับความนิยมในหมู่ชาวอิตาลีเนื่องจากพระองค์ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมท้องถิ่น อุทิศตนเพื่อโปรโมทประเทศ แถมเคยปฏิเสธที่จะสมรสกับเจ้าชายต่างชาติมาก่อน
ความนิยมในตัวเจ้าหญิงมาร์การิต้า มีมากกว่าเจ้าชายอุมแบร์โตซึ่งเป็นองค์รัชทายาทเสียอีก เนื่องจากในขณะที่เจ้าหญิงสมรสเข้าราชสำนัก ราชินีของกษัตริย์วิกเตอร์ อิมานูเอลที่ 2 จากโลกนี้ไปก่อนแล้ว ทำให้เจ้าหญิงมีฐานะเป็นสตรีอันดับหนึ่งของประเทศ ปรากฏกายตามงานสำคัญต่างๆ และสามารถทำหน้าที่ของพระองค์ได้เป็นอย่างดีแม้จะมีอายุน้อย
น้อยคนนักจะรู้ว่าชีวิตสมรสของมาร์การิต้ากับอุมแบร์โตเป็นอย่างไรเนื่องจากราชินีวางตัวดีไม่มีข่าวฉาว แต่ก็มีเรื่องซุบซิบว่าเจ้าชายอุมแบร์โตมีคนรักอยู่แล้วและยังคงมีสัมพันธ์กับสตรีผู้นั้นแม้กระทั่งแต่งงาน มาร์การิต้าทราบรื่องนี้ตั้งแต่ตอนสมรสและสามารถตกลงใช้ชีวิตแบบปิดหูปิดตา ซึ่งอุมแบร์โตก็ตอบแทนภรรยาด้วยการเป็นสามีที่ดี ให้เกียรติเจ้าหญิงและรับฟังความคิดเห็นของพระองค์อยู่เสมอ
มาร์การิต้ากับพระสวามีมีลูกชายด้วยกันเพียงหนึ่งพระอค์คือเจ้าชายวิกเตอร์ อิมานูเอล (ต่อมาจะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์วิกตอร์ อิมานูเอลที่ 3) โดยหลังจากพระสวามีของพระองค์ขึ้นครองราชย์ มาร์การิต้าก็ครองตำแหน่งราชินีอิตาลี ทั้งสองพระองค์เดินทางทั่วราชอาณาจักรและสามารถเอาชนะใจประชาชนได้อย่างงดงาม
มาร์การิต้ามีความสนใจในเครื่องประดับด้วยเช่นกัน ทรงโปรดไข่มุกมากที่สุดและมีคอลเลกชันมุกที่โด่งดังมากจนถูกขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งไข่มุก (Queen of Pearls) โดยเราสามารถเห็นชุดมุกที่โด่งดังมากของมาร์การิต้าในภาพเหมือนของพระองค์
มกุฎราชกุมารีแห่งปรัสเซียกล่าวถึงราชินีแห่งอิตาลีอย่างชื่นชม "ทรงเป็นคนน่ารัก มีเสน่ห์ และสง่างามเป็นอย่างมาก” ราชินีมาร์กาติต้าเป็นหนึ่งในสตรีที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในยุคสมัย ทรงถูกยกให้อยู่ในระดับเดียวกันกับจักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย (ซีซี่) และจักรพรรดินียูจีนี เดอ มอนตีโคแห่งฝรั่งศส ซึ่งทั้งสองพระองค์มีอายุมากกว่ามาร์การิต้า 14 และ 25 ปีตามลำดับ
พระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 แห่งอิตาลี – พระสวามีของมาร์การิต้า เกลียดชังแนวคิดอนาธิปไตย พระองค์มีนโยบายปราบปรามผู้มีแนวคิดต่อต้านสถาบันจนนำไปสู่เหตุการณ์สังหารหมู่ในมิลาน สองปีต่อมาหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ พระเจ้าอุมเบร์โตถูกลอบสังหารโดยกลุ่มอนาธิปไตยที่ต้องการแก้แค้น
หลังการตายของพระสวามี ราชินีมาร์การิต้าโน้มเข้าหาฟาสซิสต์มากขึ้น มองว่าเป็นขั้วอำนาจเดียวที่เข้มแข็งพอจะต่อสู่กับแนวคิดล้มล้างสถาบัน ทรงสนับสนุนลูกชายและลูกสะใภ้ในฐานะกษัตริย์และราชินี โดยทรงปลีกตัวไปทำงานการกุศลและศิลปะ ส่วนลูกชายผู้เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ ก็พอใจที่จะลดอำนาจของพระมารดาในราชสำนัก แต่ยังเห็นความสำคัญของพระองค์ในฐานะบุคคลสำคัญทางการทูต
มาร์การิต้าสิ้นพระชนม์ในปี 1926 อายุ 74 ปี การตายของพระองค์เป็นที่อาลัยของประชาชน กล่าวกันว่ารถไฟนำส่งพระศพของพระองค์ต้องหยุดจอดหลายครั้ง เนื่องจากมีประชาชนรวมตัวกันตามสถานีต่างๆ เพื่อถวายดอกไม้ให้ราชินีผู้ล่วงลับ หนังสือพิมพ์ The New York Times ตีพิมพ์ข่าวการตายของราชินี
“พระราชชนนีของกษัตริย์ ไข่มุกแห่งซาวอยสิ้นพระชนม์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา … ราชอาณาจักรอิตาลีสูญเสียการเชื่อมโยงที่ทรงพลังที่สุดซึ่งผูกมัดราชวงศ์ซาวอยไว้กับความภักดีของประชาชน ในขณะที่ยุโรปสูญเสียบุคคลสำคัญที่สามารถเชื่อมโลกปัจจุบันเข้ากับความสง่างาม มารยาทอันทรงเสน่ห์ ซึ่งดูจะเหมาะสมกับศตวรรษที่ 18 มากกว่าโลกทุกวันนี้”
References:
Did you know Margherita pizza was actually named after a queen? https://www.indiatoday.in/lifestyle/what-s-hot/story/did-you-know-margherita-pizza-was-actually-named-after-a-queen-1192775-2018-03-19
The story of Margherita Pizza and how it came to being https://timesofindia.indiatimes.com/travel/eating-out/the-story-of-margherita-pizza-and-how-it-came-to-being/articleshow/82655359.cms
THE HISTORY OF THE MARGHERITA PIZZA https://www.11inchpizza.com.au/the-history-of-the-margherita-pizza/
Queen of Pearls: Margherita of Savoy https://arrayedingold.blogspot.com/2011/08/queen-of-pearls-margherita-of-savoy.html
Margherita of Savoy https://www.unofficialroyalty.com/margherita-of-savoy-queen-of-italy/
8 Facts About Margherita of Savoy, Italy's Queen of Pearls
http://royal-splendor.blogspot.com/2018/10/margherita-of-italy.html
MARGHERITA WAS ADORED BY ITALY; Queen Mother, the "Pearl of Savoy," Who Died Last Monday, Triumphed Over Unhappiness And Exerted a Profound Influence https://www.nytimes.com/1926/01/10/archives/margherita-was-adored-by-italy-queen-mother-the-pearl-of-savoy-who.html