Ha Ka King Ha Ka King (คำเหนือ) restaurant inspired by living oversea, setup in friendly atmosphere.

Ex Machina (2014)ผมไม่ได้ดูหนังแนวนิยายวิทยาศาสตร์มานาน เห็นหลายสื่อก็พูดถึงหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าว Google ส...
27/07/2022

Ex Machina (2014)

ผมไม่ได้ดูหนังแนวนิยายวิทยาศาสตร์มานาน เห็นหลายสื่อก็พูดถึงหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าว Google สั่งปลดพนักงานวิศวกรซอฟแวร์ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

ตัวหนังเล่าเรื่องถึงการตื่นรู้การมีตัวตนของ AI ผ่านตัวละครหลักสองคนกับหนึ่งหุ่นยนต์

หนังไม่ได้โฟกัสภาวะตื่นรู้ของตัวละครเหมือนหนังเรื่อง A.I. Artificial Intelligence หรือ I,Robot

หนังเดินตามสูตรสำเร็จหนัง Triller คือ เดินเรื่องช้าๆ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร มีด้านมืด มีความลับ แล้วค่อยๆเผยรายละเอียดเหล่านั้นออกมาที่ล่ะน้อยเพื่อให้ผู้ชมลุ้นตามไปด้วย

ถ้ามองเฉพาะความเป็น Triller ผมว่าหนังทำออกมาได้ดีทีเดียว แต่หากมองในมุม AI ผมว่าโลจิคในหนังเลยจุดคอมพิวเตอร์เล่นหมากลุกชนะคนไปไม่มากนัก กล่าวคือ CEO บริษัทเทค สร้าง AI Robot (ผู้หญิงวัยเริ่มทำงาน) และกักขังร่างกายเธอไว้ในรีสอทส่วนตัว แต่เธอยังสารถเชื่อมกับโลกอินเตอร์เน็ตภายนอกได้ และหน้าที่หนึ่งเดียวที่เธอโดนโปรแกรมไว้ คือ ทำยังไงก็ได้ (ใช้อะไรก็ได้) เพื่อที่จะพาตัวเองออกจากการกักขังไปสู่โลกภายนอกให้สำเร็จ และมันจะมีอะไรที่ดีไปกว่าคำกล่าวที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด เพื่อเพิ่มโอกาสทำภาระกิจสำเร็จ มันจะมีใครเหมาะไปกว่าชายหนุ่มที่ลุ่มหลงโลกของ AI ที่ทำงานโปรแกรมมิ่งของบริษัทเทคยักใหญ่ล่ะ

สำหรับผมให้คะแนะ 6.5/10 ครับ

ในห้วงคำนึงของความคิดถึง 1ผมเป็นลูกชายคนเล็ก จึงสนิทกลับแม่มาก แต่มีมุมหนึ่งที่ผมไม่เคยรู้จักแม่เลย จนกระทั้งแม่เสียไปแล...
23/07/2022

ในห้วงคำนึงของความคิดถึง 1

ผมเป็นลูกชายคนเล็ก จึงสนิทกลับแม่มาก แต่มีมุมหนึ่งที่ผมไม่เคยรู้จักแม่เลย จนกระทั้งแม่เสียไปและพ่อเป็นคนเล่าให้ฟัง

พ่อเล่าให้ฟ้งว่าตอนแม่ยังเป็นวัยรุ่น ได้ฝึกลำกลอน ในวงประจำหมู่บ้าน มีครูฝึกสอนจริงจังและรับงานบุญในระแวกนั้น

ตอนเป็นเด็ก ผมจะมีหน้าที่ไปรับแม่จากท้องไร่ท้องนา ไปช่วยเก็บใบม่อนไหมและเดินกลับบ้านด้วยกัน และสิ่งหนึ่งที่ผมทำเสมอ คือ แหกปากร้องเพลงไปเรื่อย แต่ไม่เคยได้ยินเสียงแม่ร้องเพลง หรือคำทักท้วงจากแม่เลยครับ

เท่าที่ผมจดจำได้ เคยได้ยินแม่ร้องแค่เพลงกล่อมหลานนอน หรือไม่ก็เพลงร้องสรภัญญ์อีสานแบบสั้นๆที่ไว้พาผมร้องสวดมนต์ก่อนนอน (ซึ่งผมก็ลืมไปหมดแล้ว)

บางที ความชอบในดนตรี มันก็ฝังอยู่ในยีนส์จากรุ่นสู่รุ่นโดยที่เราไม่รู้ตัว น่าเสียดายที่ปู่ก็เป็นหมอแคน แต่ก็ไม่ได้สืบทอดให้ใครไว้

เพลงต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับแม่ผมนะครับ

เป็นผลงานของราชินีหมอลำภาคอีสาน คุณแม่ ฉวีวรรณ ดำเนิน ที่ถูกรวบรวมเรียบเรียงจากเพลงยุค คศ. 1964 - 1975

ลำเต้ยจะใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้นมีแคนเป็นหลัก ดังนั้น เสียงคำร้องก็คือเครื่องดนตรีอีกชิ้น

โดยส่วนตัว ผมคิดว่าเวอร์ชั่นนี้ รีบเรียงได้สมบูรณ์มากครับ ฟังกี่ครั้งๆ ช่วงจังหวะทำนองก็ยังร่วมสมัยอยู่ครับ



Joyหนังที่ทุบหัวใจคนดู หนักขึ้น หนักขึ้น และหนักยิ่งๆขึ้นจนวินาทีสุดท้าย ... เดี๋ยวมาเขียนต่อครับ
21/07/2022

Joy

หนังที่ทุบหัวใจคนดู หนักขึ้น หนักขึ้น และหนักยิ่งๆขึ้นจนวินาทีสุดท้าย
... เดี๋ยวมาเขียนต่อครับ

From : I don't want to sleep aloneTo : Manta Ray (กระเบนราหู)เกฏในการเลือกดูหนังไม่มีอะไรมากเลยครับ เพราะความเข้าใจผิดใน...
16/07/2022

From : I don't want to sleep alone
To : Manta Ray (กระเบนราหู)

เกฏในการเลือกดูหนังไม่มีอะไรมากเลยครับ เพราะความเข้าใจผิดในชื่อหนังล้วนๆ เห็นชื่อ Manta Ray บน Netflix สมองก็คิดไปแล้วว่ามันคือชื่อสถาน เป็นเมืองๆหนึ่งของพม่า เลยอยากรู้ว่าหนังจากเพื่อนบ้านจะทำได้ดีขนาดไหน ที่ไหนได้ เป็นหนังไทย และผมเพิ่งรู้จักชื่อไทย "กระเบนราหู" หลังจากที่ดูหนังจบแล้ว บางครั้ง ความบังเอิญ ก็สร้าง surprise หนักๆได้เช่นกันครับ

เอ้า ดู Manta Ray ไหงมีโปสเตอร์หนัง I don't want to sleep alone คือ ผมมองว่าหนังสองเรื่องนี้มันแฝดคนล่ะฝาชัดๆ จะเพราะความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของผู้กำกับอันนี้ก็ไม่ทราบได้

ต้องยอมรับว่าหนังแนวนี้ เป็นหนังที่ดูยากพอสมควร หนังมักจะหยิบยกปัญหาสังคมที่ต้องการจะสื่อ ย้ำว่าแค่ต้องการจะสื่อไม่ใช่การขยายความ คือแค่ตะโกนออกไปให้สังคมรับรู้ว่า บ้านเมืองเรามีปัญหาแบบนี้อยู่นะโว้ย โดยหนังไม่ได้มีคำตอบให้ในตอนท้ายเรื่อง แต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้จุดฉนวนความคิดให้ผู้รับผิดชอบ (ซึ่งก็ควรเป็นทุกคน) ไม่ให้ปล่อยปะละเลยกับปัญหาดังกล่าว

ปกติหนังแนวนี้จะมีสองทางเลือกหลักๆ คือ (1) ทำเป็นหนังสารคดี เล่าเรื่องตรงไปตรงมา (2) เล่าเรื่องแบบอุปมาอุปไมย เล่าเรื่องแบบเปรียเทียบ

โดยหนังเรื่องนี้ได้เลือกแนวทางที่ 2 พอมันไม่ได้เล่าเรื่องตรงๆ ความยากมันเลยตกอยู่ในทุกๆส่วน ทั้งบท การดำเนินเรื่อง และนักแสดง

ผู้กำกับฉลาด ที่ใส่ความดิบ เพื่อให้มันสมจริง (ถ้าเป็นงานสถาปัตย์ คงเรียกว่างานโชว์สัจจะวัสดุ)
- ดิบทั้งภาพและเสียง โดยเฉพาะเสียง มีการใช้ดนตรีประกอบน้อยมากๆ เป็นเสียงจากสิ่งรอบตัวล้วนๆ เช่น เสียงคลื่นลม เสียงเครื่องยนต์ทำงาน เสียงรถวิ่ง เสียงเจือยแจ้วของผู้คนจับจ่ายตลาด เสียงเงียบสงัดของป่าที่ถูกทำลายด้วยเสียงจอบขุดดินฝังศพ ถ้าผมจำไม่ผิด ทั้งเรื่องมีการใช้เพลงประกอบเป็นเพลงลำกลอนอีสานในถ่วงทำนองโซล (ลองค้นชื่อศิลปิน Rasmee Isan Soul ในยูทูปได้ครับ เธอรับบทเป็นนางเองในหนังเรื่องนี้ด้วย)
- ดิบทั้งการดำเนินเรื่อง คือ หนังให้อารมณ์เหมือนการแอบถ่าย ความเจ๋งคือ นักแสดงต้อง improvise เป็นคนในท้องถิ่น ต้องกลืน (blend) ไปกับชุมชนนั้นๆ สเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน นักแสดงตีบทกระจุย (ส่วนหนึ่งเพราะถ่ายทำในชุมชนใหญ่ เช่น ตลาดสดขนาดใหญ่ ซึ่งความสัมพันธ์เป็นแบบหลวมๆ ผู้คนมากหน้าหลายตามาจับจ่ายตลาดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่เหมือนชุมชนเล็กๆ ที่ awareness จะสูงกว่า ถ้าหากฉากถูกถ่ายทำในชุมชนเล็ก ก็เชื่อว่า reaction ของผู้คนในท้องถิ่นจะต่างไป แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นงานหินของนักแสดงอยู่ดี)

หนังเดินเรื่องช้าๆ มีตัวละครหลักแค่ไม่กี่คน หนังแทบจะไม่มีบทพูด เงียบซะกว่าครึ่งเรื่อง ปล่อยให้ผู้ชมซึมซับไปกับบริบทในหนัง พร้อมๆกับตีความเอาเองตั้งแต่ต้นจนจบ หนังไม่มีบทสรุปให้ ทิ้งคำถามร้อยแปดให้กับผู้ชมคิดต่อเอง

โดยส่วนตัวแล้ว หากหนังไม่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่า "แต่โรฮิงญา" ผมคงตีความหนังผิดไปเยอะ แต่พอถูกไกด์ไว้ตั้งแต่ต้น ทำให้โฟกัสได้ถูกจุดมากขึ้น และหนังก็ถ่ายถอดความเจ็บปวดออกมาได้อย่างสมบูรณ์

แด่ผู้คนที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเปล่งเสียงเพื่อกำหนดชะตากรรมชีวิตตัวเอง (หนึ่งในตัวละครหลัก ไม่ได้เป็นใบ้ แต่ก็พูดไม่ได้ เป็นความตั้งใจหลักของผู้กำกับที่ต้องการสื่อถึงเรื่องสิทธิ์และเสียงครับ) 10/10

ป.ล. ถ้าชอบหนังเรื่องนี้ อย่าพลาดอีกเรื่องครับ

ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lieves)จะว่าไปแล้ว ผมได้มีโอกาสชมผลงานกำกับการแสดงของ คุณ อภิชา...
11/07/2022

ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lieves)

จะว่าไปแล้ว ผมได้มีโอกาสชมผลงานกำกับการแสดงของ คุณ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เกือบครบนะนี้ เช่น หัวใจทรนง (The Adventure of Iron P***y) / สุดเสน่หา (Blissfully Yours) / สัตว์ประหลาด! (Tropical Malady) และล่าสุดคือ / ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lieves)

ต้องยอมรับตามตรงครับว่างานพี่เจ้ย เหมือนจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา เรียบง่ายแต่ก็แฝงประเด็นทางสังคนไว้ในหนังได้อย่างแยบยล ไม่ต้องปีนบันไดฟังเหมือนดนตรีคลาสสิคแค่นั่งดูจนจบก็งงได้เหมือนกัน หนังที่ 50 คนบอกอะไรว่ะ แต่อีก 50 คน ซูฮกในความเจ๋ง

โดยส่วนตัวยอมรับว่า ผมดูหนังหลายๆเรื่องของพี่เจ้ยแล้วเข้าใจเนื้อหาเพียงบางส่วนเท่านั้น

โชคดีที่พี่เจ้ย มักแต่งแต้มหนังด้วยธรรมชาติ เช่น ฉากหลังเป็นป่าเขาลำเนาไพร เสียจิ้งหรีดเรไรร้องลั่น แม้บางช่วงบางตอนหนังไม่มีบทสนทนาแทบจะเรียกว่าเป็นหนังเงียบ แต่การรับชมรับฟังภาพและเสียงจากธรรมชาติแบบนี้ ก็เพลินดีไปอีกแบบ

ลุงบุญมีระลึกชาติ ฉีกทุกกฏเกฏของหนังเซอร์เรียล เอาความเหนือจริงมาชนกันในโลกความเป็นจริงกันแบบโต้งๆ เช่น
1. เอาวิญญาณเมียลุงบุญมีมาร่วมโต๊ะกินข้าว พูดจากเรื่องอดีตที่ติดค้างคาใจให้มันรู้แล้วรู้รอด
2. เอาลูกลุงบุญมีที่เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของความคิดต่าง(คอมมิวนิสต์) เพื่อสื่อถึงความต่างแบบสุดขั่ว ก็ให้รับบทเป็นลิงป่าซะ ที่แม้จะพูดได้ สื่อสารได้ ก็ถูกรัฐทำให้เป็นตัวประหลาด ซึ่งตัวประหลาดย่อมอยู่กับคนเมืองไม่ได้ ต้องหลบลี้หนีเข้าป่าไป
3. เอานิทานพื้นบ้าน เรวัตตะและเจ้าหญิงลีลาวดี มาเป็นตัวแทนความแตกต่างของชนชั้น พี่เจ้ยเลือกใช้คีตศิลป์รำเรื่องต่อกลอนแบบอีสานมาบทหนึ่ง แม้ผู้ชมหลายคนจะฟังภาษาไม่รู้เรื่อง แต่ก็น่าจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ลีลาวดีสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี

เมื่อขมวดทุกปม มันก็ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ลุงบุญมีคือตัวแทนของชาติ ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว กำลังป่วยหนัก และกำลังพยายามดิ้นรนอย่างเต็มที่เพื่อความอยู่รอด ซึ่งผมอาจจะคิดลึกไปก็ได้ครับ

แด่ความงุนงงที่สวยงาม ผมให้คะแนน 8/10 ครับ

The Disciple ไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆที่โผล่มาในลิสท์ จริงๆแล้วหนังสองเรื่องก่อนหน้าที่ผมดู มีผลต่อการเลือกดูหนังเรื่องนี้เป็น...
10/07/2022

The Disciple ไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆที่โผล่มาในลิสท์ จริงๆแล้วหนังสองเรื่องก่อนหน้าที่ผมดู มีผลต่อการเลือกดูหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก หนังสองเรื่องที่ว่า คือ Uncle Boonmee Who Can Recalled His Past Lives (ลุงบุญมีระลึกชาติ)และ Manta Ray (กระเบนราหู) ซึ่งเป็นหนังไทยทางเลือก (Independent film) ทั้งสองเรื่อง ดูยากเอาเรื่องครับ สิ่งที่ผมชอบคือ ผู้กำกับเลือกใช้ดนตรีพื้นบ้าน อย่างหมอลำมาเป็นองค์ประกอบในหนังทั้งสองเรื่อง จากนั้นผมจึงตั้งใจค้นบน Netflix ว่ามีหนังเรื่องไหนบ้าง ที่เล่าเรื่องของดนตรีพื้นถิ่นแบบจริงๆจังๆ พอเห็นใบปิดหนังเรื่อง The Disciple ที่โชว์ภาพเครื่องดนตรีโบราณ จึงตกลงปลงใจดูเรื่องนี้ละกัน

ด้วยความไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหนังมาก่อน พอหนังเริ่มด้วยการแสดงดนตรีพื้นถิ่น มุมกล้องซูมเข้า ซูมออกแบบช้าๆ ปล่อยให้ผู้ชมเฝ้าดูเหตุการณ์ต่างๆไปเรื่อยๆเอื่อยๆ ให้เวลาเก็บรายละเอียด นอกจากนี้หนังยังแทรกเสียงของบุคคลที่สามที่บรรยายประวัติและสรรพคุณของดนตรีชนิดนี้ไว้เป็นช่วงๆ เผลอนึกในใจว่าคงไม่พ้นนั่งดูหนังสารคดีเป็นแน่

แต่พอดูไปสักพัก อ้าว หนังมีการเล่าเรื่องสลับเวลาอดีตปัจจุบัน มีปมดราม่า มีการพัฒนาของตัวละคร จึงถึงบางอ้อว่านี้ไม่ใช่หนังสารดีทั่วๆไป เอาเข้าจริงๆ production หนังเรื่องนี้ก็ไม่เล็กเลยครับ

หนังเล่าถึง ชารัท ชายหนุ่ม ที่ทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้กับคีตศิลป์ดั้งเดิม เพื่อที่จะพบกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า

มันไม่ใช่แค่ความมุ่งมั่นอดทนบวกความทะเยอทะยานเท่านั้น ที่ราชัทใช้เป็นเครื่องมือข่มความเคลือบแคลงสงสัยในหนทางที่เขาเลือก แต่มันต้องพ่วงด้วยความเย่อหยิ่งโอหังที่สูงลิ่วร่วมด้วย เพื่อฝ่าฟันเดินไปบนเส้นทางที่โหดร้ายและเดี่ยวดายนี้

ผู้กำกับหนัง สื่อสารออกมาได้อย่างซื่อตรง ไม่ตัดสินว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ่ายทอดออกมาได้ละเอียดยิบ จนบางฉากผมรู้สึกว่ามันฟุ่มเฟือยจนเกินไป

นักแสดง ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี โดยเฉพาะอาจารย์ปู่ ที่เป็นภาพแทนอนาคตกลายๆของราชัท เป็นตัวแทนของศิลปินที่ไม่ได้เลือกงานเชิงพาณิชย์กระแสหลัก

โดยทั่วๆไปหนังจะจบได้หลายแบบ เช่น จบบริบูรณ์ แฮปปี้เอ็นดิ่ง ผู้ชมไม่ต้องคิดต่อ หรือ หนังจบแบบไม่จบ ปล่อยให้ผู้ชมเฝ้าคิดเฝ้าสงสัยและออกแบบตอนจบด้วยตัวเอง แต่สำหรับหนัง The Disciple หนังจบแบบไม่จบแต่จบ คือหนังตัดจบไปดื้อๆ แต่ผู้ชมก็ยังรู้ว่าจุดจบของราชัทมีไม่กี่ทางเลือกและมันก็ไม่ได้จบลงแบบสวยงามแน่ๆ

โดยรวมผมให้ 8.5/10 ครับ

ผมเป็นคนชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนเมื่อเกือบ 30 กว่าปีที่แล้ว การเข้าถึงสื่อบันเทิงนั้นยากมาก ยิ่งบ้านผมอยู่ชายขอบ ...
10/07/2022

ผมเป็นคนชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนเมื่อเกือบ 30 กว่าปีที่แล้ว การเข้าถึงสื่อบันเทิงนั้นยากมาก ยิ่งบ้านผมอยู่ชายขอบ ยิ่งยากไปกันใหญ่ ไฟฟ้าไม่มี ทีวีต้องไปรวมตัวกันดูที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน นานๆครั้งมีหนังกลางแปลงมาฉายที ทั้งตื่นเต้นและมีความสุข หากหนังจัดฉายไม่ไม่ไกลจนเกินไป ก็จะขอพ่อกับแม่ไปดูกับหลานเสมอ มันคือสิ่งเติมเต็มชีวิตวัยเด็กบ้านนอกคนหนึ่งได้เป็นอย่างดี และความรักความชอบนั้น ไม่เคยเลือนหายจวบจนปัจจุบัน

ผมยังจำได้ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ยอมกินประหยัดขึ้น เพื่อให้มีเงินเหลือพอไปดูหนังบ้าง และบ่อยครั้งที่เขียนรีวิวหนังส่งไปตามนิตยาสารหนังรายเดือน หากได้ลงพิมพ์ ก็จะได้ค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆ เช่น ตั๋วหนังฟรี

สำนวนการเขียนก็งั้นๆครับ ไม่ได้มีแบบแผนในการเขียน แค่บรรยายความรู้สึกกับหนังเรื่องนั้นตามมุมมองที่เราเห็นอย่างตรงไปตรงมา แค่นั้นเอง

ช่วงนี้พอมีเวลาได้ดูหนังบ่อยขึ้น คันมือ เลยอยากเขียนเป็นไดอารี่ไว้ให้ตัวเองอ่านสะหน่อย อย่างน้อยก็เป็นบันทึกช่วยจำ เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิต บางครั้งทำให้มุมมองเราเปลี่ยนไป การได้กลับมาอ่านสิ่งที่เราเคยเขียนไว้ บางทีก็อดแปลกใจว่าเอ๊ะ เราเคยคิดและเขียนแบบนั้นด้วยหรือ

ขอเริ่ม ( reruns) กับหนังเรื่องนี้เลยล่ะกันครับ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
Live Twice, Love Once (2019)

Sentimental, Comedy, Drama - คือประเภทของหนังที่ Netflix จัดไว้สำหรับหนังเรื่องนี้

เนื่องเรื่องของหนังเป็นกึ่ง road trip หลังจากเรื่อง Little Miss Sunshine (2006) ก็มีหนังเรื่องนี้ล่ะที่จี๊ดถึงใจ(ผม)

มันเป็นเรื่องของชายวัยเกษียณ ที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม อาการของเขาแย่ลงทุกวัน และในเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่หลงเหลือ คือ รักแรกพบอันสวยงาม เขารู้ว่าวันหนึ่งเขาจะสูญสิ้นความทรงจำนี้ไป และเขาก็เพียงอยากจะพบเธออีกสักครั้ง ก่อนที่ความทรงจำนี้จะเรือนหายไป (จี๊ดไหมล่ะ)

นอกจากทีมนักแสดงที่ข่มกันไม่ลง ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ สิ่งที่ทำให้มันดูจริงมากๆ คงเป็นวัฒนธรรมของคนในแถบนี้ (Mediterranean) ซึ่งเป็นคนพูดตรง พูดแรง ไม่อ้อมค้อม (จากประสบการณ์ตรงเพราะ ผมมีหัวหน้าเป็นคนสเปนมาก่อน) แต่ภายในอ่อนโยน ทำให้เราเข้าถึงอารมณ์ของหนังได้ไม่ยาก

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว คือเสื้อผ้า การแต่งตัว mix and match ได้เรียบ หรู โก้ เข้ากับสภาพภูมิอากาศบ้างเมืองเค้าได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายบ้านเรา ฤดูหนาวสั้นไปหน่อย

สุดท้ายสิ่งที่ต้องยกความดีให้มากที่สุด คือ บทภาพยนต์ เป็นการอนุมานเปรียบเทียบ สิ่งที่แตกต่างกันสองขั้ว พร้อมทั้งหาจุดร่วมได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ไม่ว่าจะเป็น จุดร่วมระหว่าง วิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์, คนป่วยและคนสุขภาพดี หรือความแตกต่างของเทคโนโลยีระหว่างสองวัย

มีหลายฉากเลยครับที่ผมต้องย้อนกลับไปชมหลายๆรอบ (ข้อดีของ Netflix ที่โรงหนังให้ไม่ได้ก็คือ หยุดไปเข้าห้องน้ำก่อนถ้าเป็นหนังยาว และย้อนกลับไปกลับมาได้หลายๆรอบเท่าที่ต้องการ ฮาๆๆ)

โดยปกติหนังกลุ่ม road trip มักเป็นการรวมตัวกันของคนวายป่วง ออกเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบให้กับความไม่สมบูรณ์ของชีวิต เพื่อที่จะพบว่า คำตอบนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม แท้จริงแล้วมันเป็นการค้นเข้าไปในเนื้อแท้ของตนเอง เพื่อที่จะยอมรับ เคารพ และให้อภัย

บางครั้ง อุปสรรค์ในชีวิตที่เปรียบเหมือนยาขม หน้าที่ของมันก็คือชูรส ให้เห็นคุณค่าในสิ่งที่เรามี และเมื่อความสำเร็จผ่านเข้ามา เราจะได้ลิ้มรสความหอมหวานได้ชัดขึ้น

ครบทุกองค์ประกอบแบบนี้ เอาคะแนน 10/10 ไปเลย

Solotravel โลกเรามันกลมนะครับ บางครั้งเดินเที่ยวอยู่ยุโรปดีๆ อาจมีคนรู้จักเดินเข้ามาทักได้ง่ายๆ ความรู้สึก ยิ่งกว่าดาเจว...
02/07/2022

Solotravel

โลกเรามันกลมนะครับ บางครั้งเดินเที่ยวอยู่ยุโรปดีๆ อาจมีคนรู้จักเดินเข้ามาทักได้ง่ายๆ ความรู้สึก ยิ่งกว่าดาเจวูอีกครับ

โดยปกติ จะมีไม่กี่สาเหตุ ที่ผมได้มีโอกาสท่องโลกกว้างเพียงลำพัง

1. ทริปลอยแพ คือ ตอนเช็คชื่อ ยกมือกันหมด แต่พอถึงวันจริง เหลือเราเพียงลำพัง ส่วนเราก็บ้าพอที่จะเดินตามแผนเดิมแบบไม่หวั่นไหว

2. ทริปลูกหลง คือ คนนั้นก็ไปที่นี่มาแล้ว คนนี้ก็ไปที่นี่มาแล้ว เหลือแต่เรานี่หว้า ขอแค่ใจพร้อม อะไรจะหยุดเราได้

3. ทริปพ่วง คือ ไปสัมมนา ไปประชุม เมื่อเสร็จหน้าที่ ก็กลายร่างเป็นนักสำรวจต่ออีก 2-3 วัน

4. ทริปธรรมชาติคัดสรร ยังไม่เคยใช้เหตุผลนี้ในการเดินทาง แต่คาดว่าจะได้ใช้ในทริปทรานไซบีเรีย เพราะข้อจำกัดในการเดิน ที่ต้อง เข้าๆออกๆ และนอนบนรถไฟ เป็นหลัก

ปกติเวลาเที่ยวผมมักทำการบ้านน้อยมาก ทำแค่คร่าวๆ ว่าควรไปจุดไหนบ้าง เพราะประสบการณ์ที่เจอ คือ ต่อให้วางแผนดีขนาดไหน แผนจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศขณะนั้นๆอยู่ดี ดังนั้น ไปด้นสดเอาหน้างานดีกว่า

ปกติ ผมจะเลือกไปจุดห้ามพลาดของเมืองแค่ 2-3 ที่ (แม้ในโปรชัวร์ประจำเมืองหรือในโพลจากอินเตอร์เน็ตจะบอก 10 ที่ห้ามพลาดก็ตามที) จากนั้นผมจะให้เวลาที่เหลือกับสองกิจกรรมที่ผมชอบมากกว่า นั้นคือ

i. ปั่นจักรยานชมเมือง โดยผมจะขึ้นรถไฟไปแถบๆ วงแหวนรอบนอกของเมือง เลือกสถานีที่มีจักรยานให้เช่าไว้บริการ (การมีจักรยานไว้ให้เช่า เป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้ ที่บอกว่าแถบๆนั้นมีดีให้ค้นหา ไม่งั้นไม่มีจักรยานไว้บริการ) ก่อนเริ่มปั่นไม่ลืมที่จะเช็คเที่ยวรถขากลับและเผื่อเวลาให้เรียบร้อย จากนั้นก็ปั่นสำรวจเมืองไปเรื่อย เหนื่อยก็พัก มีแรงก็ไปต่อ

ii. ไปสวนสาธารณะใหญ่ของเมือง เพราะชอบไปดูการออกแบบ public space ไปชมงานศิลปะที่คนออกแบบซ่อนเอาไว้ บางสวนเหมือนเดินล่าหาสมบัติ บางสวนเหมือนเล่นต่อเลโก้

ส่วนวันสุดท้าย ผมจะเว้นไว้สำหรับเดินห้าง ช็อปปิ้ง อย่าได้ทำกิจกรรมนี้ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง เพราะต่อให้กระเป๋าคุณใหญ่แค่ไหนมันก็ไม่เคยพอ ยิ่งถ้าต้องเปลี่ยนโรงแรมนอน แถมเป็นโรงแรมที่อยู่บนเนิน รถเข้าไม่ถึง การเดินลากกระเป๋าหนักๆ ไม่สนุกเลย แถมวันหลังๆ มักได้เห็นสินค้าตัวเดียวกันที่ซื้อไว้มีราคาถูกลงๆให้เจ็บใจเล่นๆ ที่สำคัญวันกลับอาจต้องได้ซื้อกระเป๋าโหลดเครื่องเพิ่ม เผลอๆอาจแพงกว่าของในกระเป๋าซะอีก

ในรูป ไม่ใช่ inception แต่อย่างไร แต่เป็นทริกที่ผมชอบใช้เสมอ คือ มองหาแหล่งสะท้อนเงา ทั้งจากธรรมชาติ เช่น แม่น้ำลำคลอง น้ำขังหลังฝนตก หรือ จากสิ่งประดิษฐ์จากน้ำมือมนุษย์ เช่น ผนังตึก ผิวของปฏิมากรรม แค่นี้ก็ได้ภาพมุมมองแปลกๆเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีแล้วครับ


“เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม เห็นเงาของเมฆหรือเปล่า ทะเลสีครามที่ทอดยาว เห็นความรักฉันบ้างไหม”ผมชอบภาพถ่ายแนว street art มาก เ...
29/06/2022

“เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม เห็นเงาของเมฆหรือเปล่า ทะเลสีครามที่ทอดยาว เห็นความรักฉันบ้างไหม”

ผมชอบภาพถ่ายแนว street art มาก เวลาไปไหน มาไหน ต้องพกกล้องติดตัวไว้เสมอ โชคดีปัจจุบันแค่มีโทรศัพท์มือถือดีๆสักเครื่อง ก็สามารถบันทึกภาพที่ความล่ะเอียดสูงได้แล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมมักจะพกกล้องคอมแพคดีๆไปด้วยเช่นกัน เพราะความละเอียดของภาพสูงกว่าภาพที่ได้จากมือถือมาก

ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังทำงานอยู่ที่เยอรมนี และกิจกรรมวันหยุด ในวันที่ไม่หนาวจนเกินไป คือ การปั่นจักรยานไปเรื่อย ออกไปตามชนบท เมื่อยก็พัก พอมีแรงก็ไปต่อ

ระหว่างทางปั่นจักรยาน อยู่ถนนด้านล่าง คู่ขนานไปกับคูกั้นน้ำ(*) สายตาก็เหลือบไปเห็นโมเม้นน่ารักๆ ท้องฟ้าสวย กล้อง RSL รุ่นเก่าหนักๆก็ห้อยอยู่ที่คอ ทุกอย่างเป็นใจ รีบวางแบบไว้ตรงจุดตัดเก้าช่อง แล้วก็กดถ่ายภาพแชะอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็กลายเป็นหนึ่งในภาพที่ผมชอบมากๆภาพหนึ่ง

(*)แฮมเบิร์ก เป็นเมืองทางเหนือของเยอรมนี และเป็นเมืองท่า(ปากแม่น้ำ) ที่สำคัญของยุโรป น้ำที่ไหลมาจากยอดเขาจากหลายๆประเทศ ไหลลงสู่ทะเลที่เมืองนี้ ทำให้มีคูคลองเยอะ และมีเหตุผลการณ์อุทกภัยรุนแรงบ่อยครั้ง ดังนั้นแม่น้ำ คูคลองจะมีคูสูงใหญ่กั้นแม่น้ำไว้ นอกจากประโยชน์ป้องกันน้ำท่วม ยังเป็นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย ของชาวเมืองอีกด้วย

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักคุณลุงพาภรรยามาทานก๋วยเตี๋ยวเรือที่ร้าน คุณป้าเดินไม่ค่อยสะดวก หลังทานเสร็จ คุณลุงรีบคว้ามือภรรยา...
29/06/2022

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก

คุณลุงพาภรรยามาทานก๋วยเตี๋ยวเรือที่ร้าน คุณป้าเดินไม่ค่อยสะดวก หลังทานเสร็จ คุณลุงรีบคว้ามือภรรยา ตอนแรกนึกว่าจะประคองแค่ตอนลงบันได แต่ไม่ยอมปล่อย ประคองไปเรื่อยๆ จนลับสายตา

Ha Ka King (ฮา กะ คิง) ผมเกิดที่อีสาน แล้วไปเรียนที่เมืองเหนือ ได้ยินเพื่อนคนเมืองคุยกัน แทนตัวเองว่า ฮากะคิง ตอนแรกก็แป...
27/05/2022

Ha Ka King (ฮา กะ คิง)

ผมเกิดที่อีสาน แล้วไปเรียนที่เมืองเหนือ ได้ยินเพื่อนคนเมืองคุยกัน แทนตัวเองว่า ฮากะคิง ตอนแรกก็แปลกใจ พอทราบความหมายก็ชอบ และบอกตัวเองว่าสักวันจะเอาไปแต่งเป็นชื่อร้านตัวเองบ้าง

ฮา กะ คิง แปลได้ว่า เราและนาย (กรูกับมรึง ในเวอร์ชันที่สนิทขึ้น) ตั้งใจเอามาตั้งเป็นชื่อร้าน เพราะอยากให้ร้านมีบรรยากาศสบายๆ ไม่มีพิธีรีตองมากนัก เหมือนพักผ่อนบ้านเพื่อน และเพื่อนก็มักให้สิ่งที่ดีต่อเพื่อนเสมอ

อีกเหตุผลคือ ช่วงเวลาที่ผมทำงานเยอรมนี มีโอกาสได้ท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆในยุโรป ได้ใช้บริการร้านอาหาร คาเฟ่ตามเมืองต่างๆพอสมควร แม้อาหารเครื่องดื่มจะแตกต่างกันไปบ้างในแต่ล่ะพื้นที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้คล้ายๆกัน บรรยกาศของร้านอาหารทั่วๆไปจะมีความเป็นเพื่อนสูงมาก กล่าวคือ ช่องว่างระหว่างลูกค้ากับพนักงาน และช่องว่างระหว่างลูกค้ากับลูกค้าน้อยมากครับ เวลาที่พนักงานนำเสนอสินค้า จะคล้ายๆกับเพื่อนแนะนำอาหารให้กับเรา มองไปโต๊ะรอบข้าง พนักงานและลูกค้าก็ปฏิบัติตัวไม่ต่างกันโต๊ะเราครับ เลยอยากมีร้านที่มีบรรยากาศแบบนั้นบ้างครับ หากมีโอกาส เชิญแวะมาบ้านของฮานะครับ ยินดีต้อนรับคิงเสมอ

#อยากมีร้านพร้อมบริการแต่ราคาเหล็กสร้างร้านไม่ให้ความร่วมมือ

ที่อยู่

Roi Et
45150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ha Ka Kingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท