18/04/2026
มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นมะม่วงท้องถิ่นในไทย ปัจจุบันพบปลูกในทุกภาค และมีการปลูกเพื่อการค้ามากในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก
มะม่วงน้ำดอกไม้ มีหลายพันธุ์ เช่น น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้ทะวาย น้ำดอกไม้สีทองเบอร์ 4 น้ำดอกไม้มัน เป็นต้น แต่ละพันธุ์มีความต่างกันเช่น
น้ำดอกไม้ธรรมดาออกลูกปีละครั้ง
น้ำดอกไม้ทะวายออกปีละ 2-3 ครั้ง
น้ำดอกไม้สีมองเบอร์ 4 สามารถออกลูกได้ตลอดทั้งปี ผลดิบมีสีเขียวนวล เนื้อมีสีขาวแน่น และหนา มีรสเปรี้ยวจัด ผลสุกมีสีเหลืองเข้มหรือเหลืองทอง เปลือกผลบาง เนื้อผลละเอียด ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอม ไม่มีเสี้ยน น้ำหนักผล 280-300 กรัม ความหวานประมาณ 19 องศาบริกซ์
น้ำดอกไม้สีทอง เป็นมะม่วงที่กลายพันธุ์มาจากมะม่วงน้ำดอกไม้พระประแดง ผลดิบมีสีเขียวนวล เนื้อผลมีสีขาว มีรสเปรี้ยวจัด ผลแก่ที่อยู่บนต้นมีสีเหลืองอมครีม คล้ายกับมะม่วงสุก ผลเมื่อสุกจัดจะมีสีเหลืองอมส้มหรือสีเหลืองทอง เนื้อละเอียด และมีเสี้ยนเล็กน้อย น้ำหนักต่อผลประมาณ 300-400 กรัม ถือเป็นพันธุ์ที่มีเปลือกหนาขึ้น หนากว่ามะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 และมีความหวานมากกว่า นอกจากนั้น ทนโรค และแมลงได้ดี รวมถึงตอบสนองต่อการบังคับให้ติดผลนอกฤดูได้ดี
มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นผลไม้ GI (Geographical Indication) หรือชื่อภาษาไทยคือ "สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจาก "คุ้งบางกะเจ้า" ซึ่งต้นกำเนิดจริงๆ คือการ "คัดเลือกสายพันธุ์" จากต้นกล้าที่เกิดจากการเพาะเมล็ดมะม่วงพื้นเมืองของไทยนี่แหละ ไม่ได้ข้ามสายพันธุ์มาจากมะม่วงต่างชาติที่ไหน แต่เดิมเรียกกันว่า "น้ำดอกไม้พระประแดง" (แหล่งปลูกดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือแถบคุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ
มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นที่นิยมมากในการทานคู่กับข้าวเหนียวมะม่วง ด้วยกลิ่นเฉพาะตัวกลิ่นสดใสต่างจากมะม่วงอกร่องที่มีกลิ่นนวล เนื้อเยอะเนียนไม่มีเสี้ยนแบบมะม่วงอกร่อง ค่าความหวานสูงถึง 19 องศาบริกซ์จึงเป็นที่นิยมกับคนรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 เป็นที่นิยมทานคู่ข้าวเหนียวมูลมากๆ