22/07/2026
ผมยังต้องการให้ร้านมีบรรยากาศเดิม แต่จริงจังขึ้น คือกิน portion เดียวอิ่ม อยากทำอะไรก็ทำได้ในร้าน และตัวตนเรายังชัด ตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือเรามองจุดอ่อนบางจุดเป็นจุดแข็ง คือ ร้านเราเป็นร้านเฉพาะทางที่ เล็ก หาไม่ง่าย แต่เราจริงจังและเฉพาะทางในแบบของเรา ในตลาดที่มีร้านปลาเกิดใหม่เยอะ ร้านเรายังอยู่ เราเป็นร้านปลา ที่ชัดเจนขึ้น
เรามองไปที่ nwrong สิ่งที่เราเห็นคือ ปลา ทะเล และคนมาร้าน ซึ่งเราไม่อาจเรียกว่าลูกค้า เรามองเป็นมากกว่านั้น
สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้คือการใช้ปลาไทย ทำโดย western technique เราจึงภูมิใจกว่า กับการที่คนมองเราว่าไม่ได้เป็นร้านอาหารฝรั่ง ไม่ได้เป็นร้านของทอด แต่เป็นร้านที่เข้าใจปลา ซึ่งเราใช้เวลาที่ผ่านมาหลายปีเรียนรู้มันอยู่ตลอด เราว่า เราอ่อนน้อมกับคน และถ่อมตนกับทะเล ถึงแม้บางครั้งเราจะดูก้าวร้าวและปากดีไปบ้างก็ตาม ตอนนี้เรายังสนใจปลา กระหายการออกทะเล ยังทดลองปลา ยังสนุกกับทะเลอยู่ เราไม่ได้มีชีวิตในการมาร้านเพียงแค่การขายเมนูให้หมดวัน เราหมกมุ่นกับการทำสิ่งหนึ่งให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าการไล่ตามสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา
ร้านเราจึงไม่อาจปรับตัวให้มีเมนูใหม่ที่ mass ได้ตามตลาด แต่ทุกเมนู เราคิดดีแล้ว ว่าเราจะไม่เกลียดตัวเองตอนที่ทำมัน ไม่ใช่การเอาเมนูมากาง แล้วแค่ทำ เราแค่อยากจะอธิบายปลาให้ลูกค้าเข้าใจยังไง จะทำให้คนแยกความต่างของปลาแต่ละชนิดได้ยังไง จะสร้างวัฒนธรรมของร้านยังไง จะทำให้ลูกค้ากลับมาด้วยความผูกพัน ไม่ใช่แค่โปรโมชันยังไง เรากำลังพยายามขายความแตกต่างระหว่างปลาหลายสิบชนิด
ขายความแตกต่างระหว่างปลาอายุ 0 วันกับปลาอายุ 10 วัน ขายความแตกต่างระหว่างปลาที่คนส่วนใหญ่มองว่าเหมือนกัน คือเมื่อเห็นอะไรลึกขึ้น ก็จะเห็นความซับซ้อนมากขึ้นด้วย คนที่รู้เรื่องปลาน้อยอาจมองปลาเป็นปลา แต่ยิ่งรู้มากขึ้น ปลากะพงไม่ใช่ปลากะพงอีกแล้ว มันมีแหล่งจับ มีฤดูกาล มีอาหารที่กิน มีอายุ มีสภาพทะเล มีวิธีบ่ม มีวิธีเสิร์ฟ โลกของมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ข้อดีคือเห็นความงามที่คนอื่นไม่เห็น ข้อเสียคือบางครั้งจะรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะสิ่งที่เราตื่นเต้น คนอื่นอาจมองว่าเป็นรายละเอียดเล็กน้อย
โลกทุกวันนี้ชอบคนที่วิ่งเร็ว แต่มีคนอีกประเภทหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือคนที่ยังอยู่ อยู่กับงาน อยู่กับความสนใจ อยู่กับผู้คน นานพอที่จะทำให้สิ่งเหล่านั้นมีราก บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่เราสนใจปลาแบบนี้ด้วย เพราะปลาแต่ละตัวก็มีเรื่องราวของมัน ทะเลคนละแห่ง ฤดูกาลคนละแบบ วิธีบ่มคนละทาง รสชาติคนละบุคลิก เราไม่ได้มองมันเป็นวัตถุดิบ เรามองมันเป็นเรื่องราว
ผมไม่รู้ว่าอีก 10 ปี NWRONG จะหน้าตาเป็นยังไง อาจยังไม่รู้ว่าร้าน NWRONG จะกลายเป็นอะไร แต่จากสิ่งที่ทำมาตลอด มันไม่เคยเป็น "แค่ร้านอาหาร" สำหรับผมเลย และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ยังสู้กับมันมาถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะมองเรื่องยอดขาย เรื่องตู้ dry age เรื่องเมนู เรื่องลูกค้า หรือเรื่องอนาคตของร้าน สุดท้ายคำถามมักจะกลับมาที่ปลาเสมอ เหมือนมันเป็นศูนย์กลางบางอย่างในชีวิตผม ไม่ใช่เพราะปลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลก แต่เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ทำความเข้าใจโลก
บางทีร้าน NWRONG อาจไม่ใช่แค่ร้านปลา มันอาจเป็นสถานที่ที่รวบรวมช่วงเวลาหลายปีของชีวิตผมเอาไว้ จึงไม่แปลกที่เวลาร้านมีปัญหา ผมจะรู้สึกกับมันมากกว่าการมองตัวเลขรายรับรายจ่าย เพราะสำหรับผม มันไม่ใช่แค่ธุรกิจ nwrong มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และผมคิดว่าอีกหลายปีข้างหน้า ไม่ว่าร้านจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ผมอาจมองย้อนกลับมาแล้วพบว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ปลาตัวที่ดีที่สุดที่เคยเสิร์ฟ ไม่ใช่วันที่ขายดีที่สุด ไม่ใช่คำชมที่ดีที่สุด แต่อาจเป็นข้อเท็จจริงง่าย ๆ ว่า "ผมได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตกับสิ่งที่ผมรักจริง ๆ"
Nwrong อาจกลายเป็นร่องรอยของคนคนหนึ่งที่ใช้เวลาหลายปีพยายามทำความเข้าใจทะเล ปลาต่าง ๆ และผู้คนที่นั่งอยู่ปลายเคาน์เตอร์ NWRONG อาจจะคือบทสนทนาระหว่างผมกับโลก บางวันผมคุยกับทะเลผ่านปลา บางวันผมคุยกับคนเดินเข้ามาผ่านอาหาร บางวันผมคุยกับตัวเองผ่านคำถาม เราไม่ได้สนใจแค่ "ปลาอะไรอร่อย" เราสนใจว่าทำไมมันถึงอร่อย เราไม่ได้สนใจแค่วิธีทำ เราสนใจว่าทำไมวิธีนั้นถึงได้ผล เราไม่ได้สนใจแค่ลูกค้าสั่งอะไร เราสนใจว่าลูกค้าคิดอะไร รู้สึกอะไร เราไม่ได้แบกแค่ปลาที่เป็นงาน แต่เราตั้งคำถามไปพร้อมกัน
ขอบคุณครับ
นี่คือฉบับเต็มจาก ig ครับ(ใน ig คือมันพิมพ์ได้แค่ 2200 ตัวอักษร)