07/09/2021
Did you know? 👨🏼🍳
ลวกผักอย่างมีชั้นเชิง ให้สีสวยน่ารับประทาน
“ผักลวก” เครื่องเคียงที่เหมาะกับการรับประทานคู่กับอาหารจานหลักต่าง ๆ และยังเป็นวัตถุดิบในการประกอบเมนูอาหารได้ทั่วโลก แม้ชื่อจะฟังดูเหมือนง่าย แต่การลวกผักให้ออกมาอร่อย สีสันน่ารับประทาน คงคุณค่าทางสารอาหารได้ครบถ้วน กลับเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเทคนิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกะเวลา การคุมอุณหภูมิของน้ำ รวมถึงการรู้ลักษณะของผักแต่ละชนิด
ซึ่งการลวกผักให้ออกมาเพอร์เฟกต์ หากคุณมีธุรกิจอาหารเป็นของตัวเอง นอกจากจะทำให้อาหารมีรสชาติอร่อย เพิ่มสีสันให้ดูน่ารับประทานมากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างมูลค่าให้ธุรกิจของคุณได้ด้วย เพราะเป็นการทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าคุณก็ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อย ๆ ในอาหารแต่ละจาน อย่างการนำผักมาประกอบอาหาร ทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจในความพิถีพิถัน จนนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจอาหารที่เพิ่มขึ้นได้ด้วย
แต่เทคนิคในการลวกผักอย่างมีชั้นเชิง ให้ผักทุกชิ้นออกมามีสีสันสวยงามน่ารับประทาน จะมีเทคนิคอะไรที่คุณต้องทราบบ้าง ?
อันดับแรก รู้จักชนิดของผักและระยะเวลาในการลวกผักแต่ละชนิดให้สุก
ผักแต่ละประเภทจะมีลักษณะ และระยะเวลาในการลวกให้สุก ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผักที่ใช้ระยะเวลาในการลวกน้อยที่สุด คือ ผักใบเขียว (เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ฯลฯ) เพียงแค่นำไปลวกในน้ำเดือด ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ก็ยกขึ้นมาสะเด็ดน้ำ พร้อมรับประทานได้เลย
ส่วนผักที่ต้องใช้ระยะเวลาในการลวกเพิ่มขึ้นมา ก็คือผักตระกูลหัว (เช่น แครอท บีทรูท หัวไชเท้า มันฝรั่ง ฯลฯ) ที่จะต้องต้มน้ำให้เดือดจัด แล้วปรับมาใช้ไฟอ่อน จากนั้นจึงใส่ผักตระกูลหัวต่าง ๆ ลงไป ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาด) ก็จะทำให้ผักเหล่านี้สุกกำลังดี มีรสชาติอร่อยและสารอาหารครบถ้วนเหมือนเดิม
ขั้นตอนต่อมาก็คือ การเรียนรู้วิธีลวกผักอย่างถูกวิธี
ตั้งแต่การล้างผักที่จะนำมาลวกให้สะอาด ยังไม่ต้องหั่น จากนั้นนำไปแช่น้ำที่ใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อขจัดสารเคมีที่ตกค้างอยู่บนผัก แช่ผักทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยนำมาหั่น เพื่อรักษาคุณค่าทางสารอาหารไว้ จากนั้นจึงนำลงไปลวก
ส่วนน้ำที่ใช้ในการลวก แนะนำว่าควรใส่น้ำปริมาณน้อยพอเอาให้ท่วมผักพอ ตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นใส่เกลือและน้ำมันพืชเล็กน้อยลงไปในน้ำ โดยเกลือจะช่วยทำให้ผักมีสีเขียวสด เหมาะสำหรับการลวกผักใบเขียว ส่วนน้ำมันพืช จะช่วยทำให้ผักมีความเงางาม สีสันสวยงามน่ารับประทาน
และจึงใส่ผักลงไปลวก โดยใช้เวลาลวกตามชนิดของผักต่าง ๆ เมื่อผักสุกเรียบร้อย ก็นำขึ้นมาแช่ไว้ในน้ำเย็นจัด วิธีจะช่วยทำให้ผักลวกของเรา ไม่เหี่ยวแห้ง ยังคงสีสันความสวยงามและรสชาติกรอบอร่อยเอาไว้แม้ทิ้งไว้นาน
ยกตัวอย่างผักที่นิยมนำมาลวก เพื่อรับประทานคู่กับน้ำพริกอย่าง มะเขือเปราะ และ กระเจี๊ยบ ที่แม้จะรับประทานคู่กันแต่ก็มีวิธีการลวกที่ไม่เหมือนกัน โดยการลวกมะเขือเปราะนั้น ต้องใส่มะเขือลงไปลวกทั้งลูกพร้อมกับน้ำที่ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วจึงตั้งไฟ รอให้น้ำเดือด แล้วค่อยตักออก วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อข้างในมะเขือเปราะไม่ดำ มีสีสันน่ารับประทาน
ส่วนกระเจี๊ยบ จะมีวิธีการลวกคล้ายผักใบเขียวอื่น ๆ คือใส่กระเจี๊ยบลงไปตอนน้ำเดือด (น้ำใส่เกลือเล็กน้อย) ลวกแค่ประมาณ 1 นาที แล้วจึงตักมาแช่ไว้ในน้ำเย็นเพียงเท่านี้กระเจี๊ยบก็จะมีสีสันเขียวสด รสชาติกรอบอร่อย ไม่มีเหี่ยวแน่นอน
แต่ทั้งนี้วิธีการลวกผัก ก็จะมีความแตกต่างกันออกไปตามเมนูที่คุณจะนำไปประกอบอาหารด้วย อย่างเช่น ผัดผัก ที่ใครหลายคนนำไปทำแล้วเกิดปัญหาผักเหี่ยว ไม่อร่อย ซึ่งความจริงแล้วเคล็ดลับอยู่ที่ การลวกผัก ตั้งแต่แรก ซึ่งต้องลวกผักให้พอตึง ๆ (สุกแค่ 50%-80%) เพราะเราต้องนำผักไปโดนความร้อนจากการผัดอีก
หรือจะลวกผักให้สุกไปเลย แล้วนำไปแช่น้ำเย็นจัดเพื่อล็อกความกรอบและรสชาติของผักเอาไว้ จากนั้นนำไปผัดต่อด้วยไฟกลางหรือเรียงลำดับชนิดของผักที่สุกยาก ๆ ลงไปผัดก่อนก็ได้เช่นกัน วิธีทั้งสองที่กล่าวมานี้จะช่วยให้เมนูผัดผักของคุณ ยังคงรสชาติ ความกรอบ และสีสันน่ารับประทานได้
ซึ่งการลวกผักแบบผิดวิธี หรือการให้ผักโดนความร้อนนานเกินไป นอกจากจะทำให้สีสันของผักเหี่ยวเฉา ไม่สดสวย ยังทำให้คุณค่าทางอาหารอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในผักแต่ละชนิดหายไปอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะลวกผักเพื่อ “รับประทานเอง” หรือ “ทำธุรกิจอาหาร” ก็ควรศึกษาวิธีลวกผักที่ถูกต้องเอาไว้เสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคทุกคน
หากท่านใดที่ต้องการเรียนรู้เทคนิคอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำอาหารที่ Cinnamon Academy สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ เรามีคอร์สสอนทำอาหารตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับเชฟมืออาชีพ รวมถึงคอร์สบริหารและจัดการความปลอดภัยสำหรับธุรกิจอาหาร มาตรฐานระดับฮาลาล พร้อมให้คุณได้เริ่มต้นศึกษาแล้ววันนี้
===========================
Cinnamon Academy Culinary Arts School
สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารและขนมนานาชาติ รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจอาหารมาตรฐานระดับโลก ภายใต้แก่นและหลักการฮาลาล สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้ไม่มีพื้นฐานการเข้าครัวก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ พร้อมรับใบประกาศนียบัตรเฉพาะทาง ตลอดจนการเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดเกี่ยวกับอาหารระดับสากล เพื่อปูเส้นทางเชฟมืออาชีพ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารในอนาคต
ติดต่อสอบถามคอร์สเรียน >> https://bit.ly/3eb9hlT
หรือทักข้อความผ่าน INBOX 📩