CNX Consulting Small Hotel & Restaurant

CNX Consulting Small Hotel & Restaurant รับให้คำปรึกษา ร้านอาหาร และโรงแรม ? Consulting Small Hotel & Restaurant.

https://www.hotelmantravel.com/awc-and-accor/
13/12/2022

https://www.hotelmantravel.com/awc-and-accor/

เตรียมร่วมมือพัฒนาโรงแรมหลายแห่งรวมกว่า 1,000 ห้อง เสริมแกร่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวร....

ต้องยอมรับว่าเทรน การทำธุรกิจ แบบหยั่งยื่น เป็นที่หน้าสนใจ Sustainability และในบริษัทใหญ่ๆในหลายๆประเทศ เริ่มกันแล้ว เช่...
29/09/2022

ต้องยอมรับว่าเทรน การทำธุรกิจ แบบหยั่งยื่น เป็นที่หน้าสนใจ Sustainability และในบริษัทใหญ่ๆในหลายๆประเทศ เริ่มกันแล้ว เช่นเดียวกันกับในประเทศไทย บางบริษัทใหญ่ๆ วาง strategy ในการทำธุรกิจ โดยใช้ หลักของ ESG ( Environment Social Governance) ฉะนั้น (Vendor)บริษัทคู่ค้าเล็กๆคงต้องเริ่มขยับปรับตัวให้ทันกับการทำธุรกิจในแบบหยั่งยื่น

Sustainability เกี่ยวอะไรกับ Growth Mindset?

Sustainability เป็นส่วนขยายของ Growth Mindset ออกตัวก่อนว่าเรื่องนี้ไม่มีงานวิจัยรองรับ เป็นเพียงมุมมองความเชื่อของผม ลองอ่านเพลินๆ หรือแลกเปลี่ยนกันได้เต็มที่ครับ

Growth Mindset หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคำนี้ดีอยู่แล้ว เป็นคำที่คนใช้กันเยอะมากในช่วงไม่ก่ีปีที่ผ่านมา แต่ผมคิดว่าคนที่เข้าใจและลงมือทำตามจริงๆ ยังมีไม่มาก

ผมเปรียบ Growth Mindset เหมือนการมองตัวเองเป็น ‘ต้นไม้ที่เติบโตได้ตลอดเวลา’ ไม่ว่าจะเจอแดด ลม ฝน กาฝาก ปรสิต เราก็จะไปต่อได้ มันคือการมองทุกอย่างเป็นกระบวนการแห่ง ‘ความเปลี่ยนแปลง’

เราเป็นคนที่ดีขึ้นกว่านี้ได้ เราเป็นคนที่เก่งขึ้นกว่านี้ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง จะแย่บ้างก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ไม่หยุดเดินและเดินไปเรื่อยๆ

Sustainability คือต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านออกไป ใหญ่ขึ้น สูงขึ้น แผ่ร่มเงาไปถึงสรรพสิ่งที่อยู่รอบข้าง เพราะโดยปกติ Growth Mindset คือการมองแต่ตัวเอง พัฒนาแค่ตัวเอง แต่ Sustainability คือการมองรวมไปถึงคนอื่น มองปัจจัยภายนอกตัวเรา

ถ้าอยากมี Sustainability Mindset ในตัวเองต้องเริ่มอย่างไร ผมมี 4 คำที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนไปปรับใช้

1. มองไกล
ไม่ว่าคุณจะทำอะไร แทนที่คุณจะดูแค่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า ลองมองให้ไกลขึ้นอีกสักหน่อย คุณอาจเห็นความเป็นไปได้ในการทำให้สิ่งที่คุณทำดีอยู่แล้ว ส่งผลดีไปถึงคนอื่น ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจที่อยากให้องค์กรอยู่ไปนานๆ คุณก็ต้องไม่โกงใคร ทำดีกับลูกค้า รักษาพนักงาน เรื่องนี้เป็นเพียงขั้นพื้นฐานของการเริ่มต้น Sustainability แต่สำคัญมากครับ

2. ใส่ใจ
ผมเชื่อว่าในยุคนี้ คุณไม่สามารถรวย เก่ง สำเร็จคนเดียว โดยไม่แบ่งปันกับใคร แม้ว่าคุณอาจจะทำได้ดีในช่วงแรก แต่เมื่อไรที่คนอื่นหันหลังให้คุณ คุณก็ไปต่อยาก เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ต้องไม่ลืมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) คู่ค้า ลูกค้า นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องต้องเริ่มที่ ‘ความใส่ใจ’

3. ไม่หยุดเดิน
Sustainability เป็นเรื่องของ Journey ทำไปอีก 20 ปีก็ยังไม่จบ เพราะเส้นชัยที่ปักเอาไว้ คือการทำให้คนรุ่นหลังได้ใช้ทรัพยากรเท่ากับเราในวันนี้ ตราบใดที่มนุษย์ยังมีคนรุ่นต่อไป การทำ Sustainability ก็ต้องเดินควบคู่ด้วยกันเสมอ

ฉะนั้นตาดูดาว เท้าติดเดิน ค่อยๆ เรียนรู้ไป ก้าวทีละก้าว ล้มบ้าง ถอยบ้าง แต่อย่าหยุด

4. ไม่เมินสังคมและโลก
มองทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน ผมเชื่อว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในทุกวันนี้ น้ำท่วม ไฟป่า ฝุ่น PM2.5 โลกร้อน เรามีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตเหล่านี้ เพราะเราจำเป็นต้องใช้ทรัพยากร ถ้าคุณไม่ลืมมองเรื่องนี้ คุณก็จะไม่มองแค่ตัวเอง และหาวิธีอยู่ร่วมกับสังคมและโลกให้ได้ดีมากขึ้น

--------------------------------------------

ชวนเรียนรู้กลยุทธ์เรื่องนี้ไปพร้อมกันที่งาน The Secret Sauce Strategy Forum 2022 CODE RED Strategy กลยุทธ์คว้าโอกาส จากวิกฤตโลก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
https://thestandard.co/thesecretsauce-forum-2022/

สนใจซื้อบัตร
https://www.thaiticketmajor.com/seminar/the-secret-sauce-strategy-forum-2022.html



วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา สาธุๆๆ
13/07/2022

วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา สาธุๆๆ

OTAs คืออะไร? ข้อดี-ข้อเสียที่ได้รับจาก OTAsคนในวงการโรงแรมคงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วกับคำว่า OTAs แต่ในวันนี้เราจะมาเจาะล...
02/07/2022

OTAs คืออะไร? ข้อดี-ข้อเสียที่ได้รับจาก OTAs

คนในวงการโรงแรมคงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วกับคำว่า OTAs แต่ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงข้อดี และข้อเสีย รวมไปถึงกระบวนการทำงานของ OTAs กัน เพราะฉะนั้นคงจะต้องเกริ่นซะหน่อยว่า ตกลงแล้ว OTAs คืออะไร?

OTAs คืออะไร?

OTAs ย่อมาจาก(Online Travel Agents) แปลตรงๆ ก็คือ เอเจนท์ออนไลน์ที่เป็นหนึ่งในช่องทางการขายห้องของโรงแรม แบบ B2C ซึ่งไปถึงลูกค้าโดยตรง โรงแรมส่วนใหญ่ก็สมัครใช้บริการกับ OTAs เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปจองได้ ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกให้นึกถึง Agoda, Expedia, Booking และTripadvisor มาถึงตรงนี้ ทุกคนคงเข้าใจตรงกันแล้ว

ปัจจุบัน OTA เป็นผู้ให้บริการด้านการจองที่พักโรงแรม ตลอดจนด้านการท่องเที่ยวอย่างตั๋วเครื่องบิน รถเช่า ที่เป็นที่นิยม รายได้ของ Agency ประเภทนี้จะมาจากการเก็บค่าคอมมิชชั่นจากโรงแรมอีกที

กระบวนการทำงานของ OTAs

1.โรงแรมสมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ OTAs เพื่อเปิดช่องทางให้ลูกค้าทั่วไปสามารถเข้ามาหาข้อมูลที่พักโรงแรม
2.เมื่อมีลูกค้าจองโรงแรมเข้ามา OTAs ผู้ให้บริการจะตรวจสอบการจองไปที่โรงแรมที่ลูกค้าเลือก ก่อนจะConfirm กับ OTAs แล้ว OTAs ก็จะส่งคำยืนยันไปยังลูกค้า เพื่อยืนยันการจองอีกครั้ง เปรียบเสมือนเป็นคนกลางระหว่างโรงแรมกับผู้จองห้องพัก
3.หากทั้งฝ่ายโรงแรม และลูกค้ายืนยันตรงกันแล้ว ก็จะมาถึงการจ่ายเงิน ซึ่งก็สามารถตัดค่าใช้จ่ายออนไลน์ได้เลยเช่นกัน จากนั้น OTAs ก็จัดการหักค่าคอมมิชชั่นกันตามดีลที่ตกลงกันไว้ ที่เหลือก็ส่งต่อลูกค้าให้กับทางโรงแรมต่อไป

ข้อดีที่ได้รับจาก OTAs

1.สร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่ต้องการหาโรงแรม โดยรวมทุกโรงแรมไว้ให้ลูกค้าเลือกพักได้ตามความต้องการ

2.โรงแรมสามารถได้ฐานลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาตลอด ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ข้อเสียที่ได้รับจาก OTAs

1.เสียโอกาสทางการตลาด ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเลือกพัก เพราะเปรียบเทียบราคา การสร้าง loyalty customers จะทำได้ยากยิ่งขึ้น

2.เสียโอกาสทางการขาย เนื่องจากโรงแรมไม่สามารถเสนอ “ราคาห้องที่ถูกกว่า” เพราะโรงแรมถูกผูกมัดด้วยสัญญากับ OTAs ต้องเปิดเผยราคาทั้งหมดให้กับ Agency ดังนั้น ราคาห้องพักบนเว็บโรงแรมก็เท่ากับ OTAs อยู่ดี ทั้งๆ ที่บางช่วงควรจะขายได้ในราคาที่สูง ก็อาจจะถูกดึงราคาให้ต่ำลงมาได้

3.การเสียค่าคอมมิชชั่นให้เว็บ OTA อาจไม่ยั่งยืนกับธุรกิจในระยะยาว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ หากไม่ใช้กลยุทธ์ด้านราคา ก็สามารถใช้กลยุทธ์อื่นแทน อย่างการสะสมแต้มสมาชิก เสนอสิทธิพิเศษอื่นๆ

ที่มา:Smart Finder

16/06/2022

แขกไม่ยอมให้บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ตในการ Check In โดยอ้าง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล

เป็นเคสที่เฮียได้ Inbox มาถามเยอะมากและเมื่อเช้าก็เพิ่งเจอกับตัวมาอีกเคสหนึ่ง วันนี้เฮียเลยมีแนวทางมาแนะนำซึ่งวิธีที่ใช้ในการบริหารจัดการกรณีนี้ที่ดีที่สุดก็คือทักษะที่สำคัญที่ชาวโรงแรมมีกันอยู่แล้วนั่นคือเรื่องของ "การอธิบาย" เพราะแน่นอนว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้แน่นอนว่าข้อมูล ความเข้าใจ กรณีศึกษาก็ยังมีน้อยอยู่ ดังนั้นการอธิบายด้วยเหตุและผลจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ

การที่แขกไม่ให้เอกสารส่วนตัวเหล่านั้นทั้งบัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ตในการ Check In จริงๆ แล้วมันก็เป็นที่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ถ้าแขกจะอ้างถึง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพราะในใจความแล้วแขกผู้เข้าพักหรือตาม พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล นิยามว่าเป็น "เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" ถ้าว่ากันตามเนื้อหาใน พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคค ก็มีสิทธิในการยอมรับ หรือ ปฏิเสธในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน กับ "ผู้ควบคุมข้อมูล" หรือในที่นี้คือ "โรงแรม" ได้เช่นกันเพราะสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฯ ในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลนี้คือ "ต้องแจ้งและได้รับความยินยอมในการให้ข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลก่อน" แน่นอนว่าถ้าเขาไม่ให้เก็บเราก็ไม่มีสิทธิเก็บ แต่ถ้าว่ากันไปตามสถานการณ์นี่คือในสภาวะอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเข้าพักในโรงแรมเพราะเมื่อพูดถึงการเข้าพักในโรงแรม เราจะมีกฎหมายอีกตัวหนึ่งที่คุ้มครองและกำหนดให้โรงแรมต้องจัดเก็บข้อมูลการเข้าพักของแขกผู้เข้าพักอยู่นั่นคือ พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 ที่มีรายละเอียดในการที่โรงแรมต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวของแขกผู้เข้าพักคือ

มาตรา 35 ที่ระบุว่าแขกผู้เข้าพักต้องกรอกรายละเอียดใน "บัตรทะเบียนผู้เข้าพัก ร.ร.3" รวมทั้ง มาตรา 36 โรงแรมต้องมีหน้าที่นำส่งข้อมูลผู้เข้าพักใน "ทะเบียนผู้เข้าพัก ร.ร.4" ให้กับหน่วยงานฝ่ายปกครอง และต้องเก็บไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี ในสภาพที่ตรวจสอบได้ โดยถ้าโรงแรมไม่ปฏิบัติตามกฎก็จะมีบทลงโทษทางปกครองตาม มาตรา 56 ที่ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาทและไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตามมาตรา 57 ซึ่งแน่นอนว่า "เมื่อแขกมีสิทธิไม่ให้ข้อมูลการเข้าพักโดยอ้าง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล โรงแรมก็มีสิทธิปฏิเสธการเข้าพักเพื่อป้องกันการถูกบทลงโทษทางปกครองได้เช่นกัน

แต่ที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่ดีที่สุดโดยเฉพาะในสถานการณ์นี้เพราะมันจะเป็นการสู้กันไปสู้กันมามันเป็นข้อปฏิบัติที่ผิดหลักของ "การเดินทางเพื่อท่องเที่ยว" ที่เน้นการมาพักผ่อนและปล่อยวางมากกว่า ในจุดนี้การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดเวลาแขกไม่ให้เอกสารดังที่กล่าวมาแล้วอ้าง พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจช่วยอธิบายให้แขกเข้าใจได้ว่า "ในกรณีที่แขกจะเข้าพักนั้นการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับโรงแรมเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำโดยสามารถให้เหตุผลตามข้อยกเว้นในการอนุญาตให้โรงแรมสามารถจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวของแขกผู้เข้าพักได้โดยอ้างอิงจากตัวของ พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประกอบด้วย

พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 22 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้เก็บรวบรวมได้เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย

- กรณีนี้โรงแรมจัดเก็บข้อมูลตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 เหตุผลก็เพื่อเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับแขกผู้เข้าพักกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เกิดการเจ็บป่วย จะได้สามารถระบุตัวตนและให้ความช่วยเหลือหรือติดต่อญาติพี่น้องได้ ซึ่งข้อมูลที่จัดเก็บส่วนใหญ่ก็เป็นเท่าที่จำเป็นตามที่ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดซึ่งสอดคล้องกับการที่โรงแรมต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547

มาตรา 24 (6) ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ "เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล"

- กรณีนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า โรงแรมทำการจัดเก็บข้อมูลเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายใน พรบ.โรงแรม พ.ศ.2547 และยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของ "ความมั่นคงของประเทศ" อีกด้วยเพราะเราต้องรับแขกจากหลายเชื้อชาติทั้งในไทยและต่างประเทศเราไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นใคร? ดังนั้นการปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้กำหนดไว้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

มาตรา 24 (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการจัดเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม

- กรณีนี้เราสามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ว่า “การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของแขกตาม ร.ร. 3 และการบันทึกใน ร.ร.4” นั้น มีระยะเวลาการจัดเก็บ 1 ปี หากเลยระยะเวลานั้นแล้วแขกไม่ต้องการให้โรงแรมจัดเก็บข้อมูลอีกก็สามารถแจ้งความประสงค์ได้เป็นลายลักษณ์อักษณ ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีให้แขกได้อีก

แน่นอนว่าเคสการที่แขกไม่ให้เอกสารประจำตัวโดยอ้าง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นกับแขกทุกคน เพราะในกรณีเดียวกันแขกบางคนก็ยังคงปฏิบัติตามปกติในการให้เอกสารส่วนตัวในการลงทะเบียนเข้าพัก

แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของโรงแรมในฐานะ “ผู้ควบคุมข้อมูล” คือการจัดเก็บและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ได้จัดเก็บจากแขกไม่ให้รั่วไหลที่ต้องมีขั้นตอนทั้งการจัดเก็บเป็นกระดาษเอกสารที่ต้องไม่หลุดรอดออกไปด้านนอกและให้คนอื่นนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจจนส่งผลกระทบกับแขกหรือแม้แต่การที่ต้องมีระบบ Cyber Security ที่ต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่าเดิมเพื่อป้องกับการถูกจารกรรมข้อมูล

ทั้งหมดนี้สิ่งสำคัญที่เราชาวโรงแรมต้องเจอกันต่อไปก็คือ “การอธิบายและให้ข้อมูล” ในข้อสงสัยกับแขกซึ่งก็เป็นงานที่พนักงานโรงแรมทำกันอยู่แล้วทุกวันและนี่อาจจะเป็นอีกเคสหนึ่งที่ยังใหม่แต่ก็จะกลายเป็น New Normal ไปในที่สุด

#พรบข้อมูลส่วนบุคคล

N. Kamolpollapat - Hotel Man
16 June 2022 - 21.00 hrs.

14/06/2022

Google

10 เชนโรงแรม ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกCredit ➡️ https://bit.ly/3FLjyBE
16/05/2022

10 เชนโรงแรม ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
Credit ➡️ https://bit.ly/3FLjyBE

10 เชนโรงแรม ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้เหมาะกับคุณ Blockdit.com/download

ทิ้งเงินเดือน 250,000 บาท ออกมาขายขนมเค้ก สู่ธุรกิจร้านเบเกอรี 169 ล้าน จากบูทเล็ก❗️❗️
12/05/2022

ทิ้งเงินเดือน 250,000 บาท
ออกมาขายขนมเค้ก
สู่ธุรกิจร้านเบเกอรี 169 ล้าน จากบูทเล็ก❗️❗️

ทิ้งเงินเดือน 250,000 บาท มาขายขนมเค้ก เริ่มจากบูธเล็ก ๆ สู่ร้านเบเกอรี 169 ล้านบาท
คุณพักตร์พิมล วรรณเจริญ (มล) เจ้าของร้านเบเกอรี AMOR ร้านเค้กคาเฟ่ชื่อดัง เปิดมาแล้วกว่า 13 ปี ขยายสาขาไปกว่า 26 สาขา ขายบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เมนูยอดฮิตได้แก่ เครปเค้ก เค้กส้ม และเค้กมะพร้าว ขายเค้กไปกว่า 18 ล้านชิ้น สร้างยอดขาย 169 ล้านบาทต่อปี
คุณมล เป็นอดีตวิศวกร ประจำฐานขุดเจาะน้ำมัน ที่ประเทศโอมาน มีเงินเดือนกว่า 250,000 บาท จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ทำให้เธอต้องกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย
จุดเริ่มต้นธุรกิจ เพราะอุบัติเหตุในครั้งนั้น ทำให้คุณมลต้องเริ่มค้นหาโอกาสของชีวิตใหม่ นำความชอบทานขนม มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจเบเกอรี โดยเริ่มต้นจากการฝึกฝนทำขนมด้วยตัวเอง หาสูตรจากทางออนไลน์ เน้นใช้วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ ลองผิดลองถูกกว่า 3 เดือน จนทำขนมบราวนี่ และชีสเค้กได้สำเร็จ จึงเริ่มเปิดขายแบบพรีออเดอร์
หลังจากนั้นคุณมลได้มีโอกาสไปเปิดบูธขายในที่ทำงานของพี่สาว ปรากฎว่าขายดี ทำให้เธอมั่นใจมองเห็นโอกาสของธุรกิจ แล้วเริ่มขยายธุรกิจไปเปิดร้านเล็ก ๆ ในห้างสรรพสินค้า ภายใน 1 ปี ขยายสาขาไปกว่า 4 สาขา ผ่านมา 10 ปี ขยายไป 30 สาขา
ปัจจุบันธุรกิจเบเกอรี AMOR ยังคงเป็นร้านเบเกอรีชื่อดังในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มีสาขาจำนวนทั้งสิ้น 26 สาขา และมีจุนเด่นที่น่าสนใจดังนี้

1. ร้านเบเกอรีที่ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ แต่ราคาคุ้มค่า ไม่แพงจนเกินไป ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 55 บาท แต่สามารถสร้างยอดขาย 169 ล้านบาทต่อปี
2. มีครัวเบเกอรีกลาง ทำให้สามารถกระจายส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมคุณภาพของวัตถดิบและรสชาติของอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ขนมเค้กทำสดใหม่ทุกวัน และผลิตเค้กรสชาติใหม่ ๆ รวมถึงมีสินค้าอื่น ๆ จำหน่ายมากขึ้น เช่น เครื่องดื่ม ขนมปัง และขนมทานเล่น
4. เปิดร้านค้าในห้างสรรพสินค้าที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ มีทั้งร้านนั่งรับประทาน และร้านแบบ Takeaway
5. ธุรกิจเบเกอรีที่มีอายุมากกว่า 13 ปี เป็นแบรนด์ชื่อดัง และครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเมนูเครปเค้ก เป็นเค้กยอดฮิตสร้างชื่อให้กับ AMOR
ร้านเบเกอรี AMOR เป็นธุรกิจที่คุณมลตั้งใจ ผลิตเบเกอรีที่เป็นตัวแทนของการมอบสิ่งดี ๆ ให้กัน ใช้ทั้งความพยายามและความอดทนในการฝ่าฟันธุรกิจในยุคที่มีธุรกิจคาเฟ่อยู่เต็มเมือง แต่เธอก็ใช้เวลาพิสูจน์แล้วว่า ร้านเบเกอรี AMOR คือร้านดังที่ประสบความสำเร็จ และอยู่อย่างมั่นคงมากว่า 13 ปี เพื่อคนที่รักเบเกอรีที่เหมือนกับเธอ

รับชมเนื้อหาฉบับเต็ม : https://youtu.be/Op6JYqAi_oc

#อายุน้อยร้อยล้าน #ธุรกิจ #ขนมเค้ก #เบเกอรี #เครปเค้ก #เค้กวันเกิด

MISSION สำคัญอย่างไร ❗️แผนธุรกิจโรงแรมร้านอาหารทำไมต้องมี mission  พันธกิจเพื่อให้การทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารประสบความสำ...
12/05/2022

MISSION สำคัญอย่างไร ❗️
แผนธุรกิจโรงแรมร้านอาหารทำไมต้องมี mission พันธกิจ
เพื่อให้การทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารประสบความสำเร็จ
เมื่อเราตัดสิ้นใจลงทุนทำธุรกิจ เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารทุกคนต้องการที่จะมอบประสบการณ์ทีดีในการเข้าใช้บริการสำหรับลูกค้า แต่ถ้าแผนการดำเนินธุรกิจใช้ไม่ได้ผล ก็จะทำให้ลูกค้าไม่กลับมาใช้บริการซ้ำหรืออาจบอกต่อในเรื่องที่ไม่ดีกับคนอื่นๆเพราะไม่มีใครที่รู้จักและเข้าใจโปรดักของตัวเองเลย และส่วนนี่คือแนวกลยุทธ์ในการสร้างแผนธุรกิจ เพื่อให้เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารประสบความสำเร็จในธุรกิจ

Mission พันธกิจต้องชัดเจน
พันธกิจคือเป้าหมายย่อยหรือภารกิจย่อยของเป้าหมายระยะยาว การสร้างพันธกิจที่ชัดเจน ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อเราเท่านั้น แต่ไปรวมถึงร้านอาหารของเราด้วย ถ้าหากเราต้องการให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับอาหาร, บรรยากาศ, ประสบการณ์แบบไหน เราก็ควรรวบรวมรายละเอียดเฉพาะของร้านอาหารไว้ในพันธกิจสั้น ๆ ก็ได้ครับ

Concept and Story แนวคิดและเรื่องราวที่สามารถจับต้องได้
ขยายความหมายของแบรนด์ของเราด้วยแนวคิดที่จับต้องได้ เช่น ชื่อโรงแรม ชื่อร้านอาหาร สตอรี่แรงบันดาลใจ ที่มาของ แบรนด์ ของเรามีอย่างไรและอะไรบ้าง, CI โทนสีของเราจะเป็นโทนไหน, และบรรยากาศจะเป็นอย่างไร สร้างแนวคิดของร้านอาหารของเราโดยแสดงให้เห็นถึงแรงบันดาลใจ รูปลักษณ์ ความรู้สึก สุนทรียภาพ ฟังก์ชันของการทำงาน และสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์ ของเรา

Branding การสร้างแบรนด์
การสร้างแบรนด์เป็นส่วนสำคัญของแผนธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขยายพันธกิจและแนวคิดของเราควรมีรายละเอียดที่จะสามารถสนับสนุนและช่วยส่งเสริมเกี่ยวกับอุดมคติ, วิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ และจุดแข็งของโรงแรมและร้านอาหารเราได้.

Financial วางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการวางแผนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ธุรกิจของเรามั่นคง ทำให้เวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โรงแรม ร้านอาหารของเราก็ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ด้วยดี โดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเงินมากวนใจในการดำเนินธุรกิจ
ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม เจ้าของควรวางแผนธุรกิจไว้เสมอ เพราะการมีแผนและกลยุทธ์ที่ดี จะทำให้ธุรกิจของเรานั้น ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นและมั่นคงในทุกสถานการณ์

✅ปรับปรึกษาฟรี ✅
ประสบการณ์ของเรา คลิ๊ก https://ccshr29.wixsite.com/cnx29

Email: [email protected]
+66 93 176 7237 +66 83 153 8030
Website: https://ccshr29.wixsite.com/cnx29

11/05/2022
MISSION สำคัญอย่างไร ❗️แผนธุรกิจโรงแรมร้านอาหารทำไมต้องมี mission Mission พันธกิจเพื่อให้การทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารประส...
11/05/2022

MISSION สำคัญอย่างไร ❗️

แผนธุรกิจโรงแรมร้านอาหารทำไมต้องมี mission

Mission พันธกิจ
เพื่อให้การทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารประสบความสำเร็จ
เมื่อเราตัดสิ้นใจลงทุนทำธุรกิจ เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารทุกคนต้องการที่จะมอบประสบการณ์ทีดีในการเข้าใช้บริการสำหรับลูกค้า แต่ถ้าแผนการดำเนินธุรกิจใช้ไม่ได้ผล ก็จะทำให้ลูกค้าไม่กลับมาใช้บริการซ้ำหรืออาจบอกต่อในเรื่องที่ไม่ดีกับคนอื่นๆเพราะไม่มีใครที่รู้จักและเข้าใจโปรดักของตัวเองเลย และส่วนนี่คือแนวกลยุทธ์ในการสร้างแผนธุรกิจ เพื่อให้เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารประสบความสำเร็จในธุรกิจ

Mission พันธกิจต้องชัดเจน
พันธกิจคือเป้าหมายย่อยหรือภารกิจย่อยของเป้าหมายระยะยาว การสร้างพันธกิจที่ชัดเจน ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อเราเท่านั้น แต่ไปรวมถึงร้านอาหารของเราด้วย ถ้าหากเราต้องการให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับอาหาร, บรรยากาศ, ประสบการณ์แบบไหน เราก็ควรรวบรวมรายละเอียดเฉพาะของร้านอาหารไว้ในพันธกิจสั้น ๆ ก็ได้ครับ

Concept and Story แนวคิดและเรื่องราวที่สามารถจับต้องได้
ขยายความหมายของแบรนด์ของเราด้วยแนวคิดที่จับต้องได้ เช่น ชื่อโรงแรม ชื่อร้านอาหาร สตอรี่แรงบันดาลใจ ที่มาของ แบรนด์ ของเรามีอย่างไรและอะไรบ้าง, CI โทนสีของเราจะเป็นโทนไหน, และบรรยากาศจะเป็นอย่างไร สร้างแนวคิดของร้านอาหารของเราโดยแสดงให้เห็นถึงแรงบันดาลใจ รูปลักษณ์ ความรู้สึก สุนทรียภาพ ฟังก์ชันของการทำงาน และสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์ ของเรา

Branding การสร้างแบรนด์
การสร้างแบรนด์เป็นส่วนสำคัญของแผนธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขยายพันธกิจและแนวคิดของเราควรมีรายละเอียดที่จะสามารถสนับสนุนและช่วยส่งเสริมเกี่ยวกับอุดมคติ, วิสัยทัศน์หรือกลยุทธ์ และจุดแข็งของโรงแรมและร้านอาหารเราได้.

Financial วางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการวางแผนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ธุรกิจของเรามั่นคง ทำให้เวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โรงแรม ร้านอาหารของเราก็ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ด้วยดี โดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเงินมากวนใจในการดำเนินธุรกิจ
ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม เจ้าของควรวางแผนธุรกิจไว้เสมอ เพราะการมีแผนและกลยุทธ์ที่ดี จะทำให้ธุรกิจของเรานั้น ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นและมั่นคงในทุกสถานการณ์

✅ปรับปรึกษาฟรี ✅
ประสบการณ์ของเรา คลิ๊ก https://ccshr29.wixsite.com/cnx29

Email: [email protected]
+66 93 176 7237 +66 83 153 8030
Website: https://ccshr29.wixsite.com/cnx29

ที่อยู่

81/12 Moo. 1 T. Sankampeang A. Sankampeang
Chiang Mai
50130

เบอร์โทรศัพท์

+66931767237

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CNX Consulting Small Hotel & Restaurantผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CNX Consulting Small Hotel & Restaurant:

ทางลัด

แชร์

ประเภท