SUPER Academy ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก SUPER Academy, ร้านอาหาร, Jatujak, Bangkok.

มุ่งมั่นสร้างสื่อให้ความรู้แก่พนักงานร้านอาหารที่ต้องการเติบโตและก้าวสู่จุดสูงสุดในอาชีพ โดยเน้นการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการเติบโตในวงการร้านอาหาร.

22/04/2026

“เชื่อในตัวเขาอย่างเดียวไม่พอ ต้อง ‘ดูแลระหว่างทาง’ ด้วย”

คิดว่า “อร่อย = ลูกค้ากลับมา”แต่ความจริงคือลูกค้าตัดสินจาก “ภาพรวมทั้งหมด” ตั้งแต่ยังไม่กินคำแรกนี่คือสิ่งที่เขาดู โดยที...
22/04/2026

คิดว่า “อร่อย = ลูกค้ากลับมา”

แต่ความจริงคือ
ลูกค้าตัดสินจาก “ภาพรวมทั้งหมด” ตั้งแต่ยังไม่กินคำแรก

นี่คือสิ่งที่เขาดู โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว

1. ความสะอาด (แบบที่ไม่ต้องตั้งใจมองก็เห็น)

พื้นเหนียว
โต๊ะมีคราบ
อุปกรณ์ไม่สะอาด

ลูกค้าไม่จำเป็นต้องตรวจละเอียด แค่ “รู้สึก” ก็พอแล้ว

และความรู้สึกนี้ มีผลต่อการตัดสินใจทันที

2. ความใส่ใจของพนักงาน

ไม่ต้องบริการดีมากก็ได้
แต่ต้อง “รู้สึกได้ว่ามีคนดูแล”

สบตา ทัก พร้อมช่วย

แค่เล็กน้อย แต่ทำให้ประสบการณ์ต่างกันมาก

3. ความเร็ว และการจัดการ

ลูกค้าเข้าใจว่าร้านมีช่วงพีค

แต่สิ่งที่เขาดูคือ
ร้าน “ควบคุมสถานการณ์ได้ไหม”

มั่ว
ช้า
ไม่มีใครตอบคำถาม

สิ่งนี้ทำให้ความเชื่อมั่นหายไปทันที

4. ความเป็นระบบของร้าน

ออเดอร์ไม่ตก
เสิร์ฟไม่ผิด
ขั้นตอนไหลลื่น

ลูกค้าอาจอธิบายไม่ถูก
แต่เขารู้สึกได้ว่า

“ร้านนี้มืออาชีพ” หรือไม่

5. บรรยากาศโดยรวม

เสียง
แสง
ความเป็นระเบียบ

ทั้งหมดนี้รวมกัน
กลายเป็นความรู้สึกเดียว

ว่าอยากนั่งต่อ
หรืออยากรีบออก

6. รายละเอียดเล็ก ๆ ที่เจ้าของมองข้าม

แก้วมีรอย
ช้อนเป็นคราบ
ถังขยะล้น

สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้
ไม่ได้ทำให้ลูกค้าบ่นทันที

แต่ทำให้เขา “ไม่อยากกลับมา”

ลูกค้าไม่ได้จำแค่รสชาติ
แต่จำ “ความรู้สึกทั้งหมด”

ร้านที่ลูกค้ากลับมาซ้ำ
ไม่ใช่แค่ร้านที่อร่อย

แต่คือร้านที่
“ใส่ใจในทุกจุดที่ลูกค้าเห็น”

เจ้าของร้านจำนวนมากพยายามแก้ปัญหากำไรด้วยการทำโปร ลดราคา หรือเพิ่มยอดขายแต่ความจริงคือ“กำไร” ไม่ได้เริ่มจากหน้าร้านมันเร...
20/04/2026

เจ้าของร้านจำนวนมาก
พยายามแก้ปัญหากำไร
ด้วยการทำโปร ลดราคา หรือเพิ่มยอดขาย

แต่ความจริงคือ
“กำไร” ไม่ได้เริ่มจากหน้าร้าน

มันเริ่มจาก “หลังบ้าน”
ที่คุมต้นทุนได้หรือไม่ได้

1. รู้ตัวเลขต้นทุนจริงของแต่ละเมนู

ถ้ายังไม่รู้ว่า 1 เมนูใช้ต้นทุนเท่าไหร่

แปลว่าคุณกำลังขาย โดยไม่รู้ว่ากำไรจริงอยู่ตรงไหน

เริ่มจากการคำนวณต้นทุนวัตถุดิบให้ชัด แล้วคุณจะเห็นทันทีว่า
เมนูไหนควรดัน เมนูไหนควรปรับ

2. กำหนด Portion ให้ชัด และทำให้เหมือนกันทุกคน

ปัญหาใหญ่ของร้านเล็กคือ พนักงานแต่ละคนทำไม่เหมือนกัน

บางวันต้นทุนพุ่ง โดยไม่รู้สาเหตุ

แค่กำหนด Portion ให้ชัด และทำให้ทุกคนทำเหมือนกันได้
ต้นทุนจะนิ่งขึ้นทันที

3. เช็คสต๊อกแบบ “มีระบบ” ไม่ใช่แค่ดูด้วยตา

ของหมดไม่รู้ ของเกินก็ไม่รู้

การเช็คสต๊อกต้องมีรอบ มีตัวเลข และมีคนรับผิดชอบ

ไม่ใช่รอให้ของหมดแล้วค่อยรู้ตัว

4. ลดของเสีย ด้วยการวางแผนการเตรียมของ

ของเสียส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากของไม่ดี

แต่มาจาก “เตรียมเกิน”

ถ้ารู้ว่ายอดขายเฉลี่ยเท่าไหร่
คุณจะเตรียมของได้พอดีขึ้น
และลดการทิ้งได้ทันที

5.ใช้เวลาช่วงร้านเงียบให้เกิดประโยชน์

ช่วงที่ไม่มีลูกค้า ไม่ควรเป็นเวลาว่าง

แต่ควรเป็นเวลาที่ใช้
เตรียมของ
จัดระเบียบ
หรือพัฒนาทีม

ค่าแรงเท่าเดิม แต่ผลลัพธ์ต้องมากขึ้น

6. สร้างขั้นตอนการทำงาน (SOP) ให้ชัด

งานพลาด งานซ้ำ
เกิดจาก “ไม่มีวิธีที่ชัด”

เมื่อทุกคนทำตามความเคยชิน
ความผิดพลาดจะเกิดซ้ำ

แต่ถ้ามี SOP
งานจะเร็วขึ้น
นิ่งขึ้น
และเสียเงินน้อยลง

7. มีตัวช่วยในการตรวจสอบ ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกล้วน

หลายร้านบริหารจากความรู้สึก

คิดว่าน่าจะกำไร
คิดว่าน่าจะพอ

แต่ร้านที่คุมต้นทุนได้จริง
จะมี “ตัวเลข” เป็นตัวบอก

ไม่ว่าจะเป็นสต๊อก
ยอดขาย
หรือของเสีย

การคุมต้นทุน
ไม่ใช่การประหยัดแบบฝืน ๆ

แต่คือการ “รู้ และควบคุม”
สิ่งที่เกิดขึ้นในหลังบ้าน

เพราะต่อให้หน้าร้านขายเก่งแค่ไหน
ถ้าหลังบ้านยังรั่ว

กำไรก็ไม่มีทางเหลือ

เริ่มจากหลังบ้านให้แน่น
หน้าร้านจะโตได้เอง

หลายร้านเข้าใจว่า“ยอดขายยังโอเค = ธุรกิจยังโอเค”แต่ความจริงคือร้านจำนวนมาก “กำไรหาย” โดยที่ไม่รู้ตัวเพราะเงินไม่ได้หายจา...
16/04/2026

หลายร้านเข้าใจว่า
“ยอดขายยังโอเค = ธุรกิจยังโอเค”

แต่ความจริงคือ
ร้านจำนวนมาก “กำไรหาย” โดยที่ไม่รู้ตัว

เพราะเงินไม่ได้หายจากยอดขาย
แต่มันรั่วจาก “รายละเอียดเล็ก ๆ” ในระบบ

5 จุดที่ร้านเล็กมักเสียเงินโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่ยอดขายก็ไม่ได้ตก

หลายร้านยังขายได้
ลูกค้ายังมี
แต่พอปิดบัญชี…เงินกลับไม่เหลือ

ไม่ใช่เพราะขายไม่ดี
แต่เพราะ “เงินรั่ว” จากเรื่องเล็ก ๆ ทุกวัน

1. ค่าไฟ–ค่าน้ำ ที่เปิดทิ้งโดยไม่รู้ตัว

ไฟครัวเปิดยาว
แอร์เปิดรอ
ตู้แช่ถูกเปิด–ปิดตลอด
น้ำเปิดทิ้งระหว่างล้างของ

สิ่งพวกนี้ดูปกติ
เพราะทำแบบนี้ทุกวัน

แต่พอรวมกันทั้งเดือน
มันกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นแบบไม่รู้ตัว

ถ้าร้านยังไม่มีการกำหนดว่า
อะไรควรเปิดตอนไหน
หรือจัดวัตถุดิบให้หยิบง่าย

คุณกำลังจ่ายเงินให้ “ความเคยชิน”

2. ค่าแรงที่จ่ายไปกับ “เวลาว่าง”

ช่วงร้านเงียบ
พนักงานไม่มีอะไรทำ
ยืนรอ นั่งเล่น

ค่าแรงยังเท่าเดิม
แต่ร้านไม่ได้อะไรกลับมา

จริง ๆ แล้ว
เวลานี้สามารถเปลี่ยนเป็นมูลค่าได้

ไม่ว่าจะเป็น
ทำความสะอาด
จัดสต๊อก
เตรียมของ
หรือฝึกทีมสั้น ๆ ทุกวัน

3. ของเสียเล็ก ๆ ที่ไม่เคยนับ

น้ำแข็งละลาย
ผักเหี่ยว
ของเตรียมเกิน
ซอสเปิดแล้วใช้ไม่หมด

หลายคนมองว่า “นิดเดียว”

แต่นิดเดียวที่เกิดทุกวัน
คือเงินก้อนใหญ่ในสิ้นเดือน

และที่น่ากลัวคือ
มันไม่เคยถูกบันทึก
ไม่เคยถูกแก้ไข

สุดท้ายเลยกลายเป็นต้นทุนถาวรของร้าน

4. ออเดอร์ผิด/ทำซ้ำ

รับออเดอร์พลาด
ทำผิดแล้วต้องทำใหม่
หรือทำซ้ำโดยไม่จำเป็น

ทุกจานที่เสีย = ต้นทุนที่จ่ายไปแล้ว
แต่ขายไม่ได้

5.สต๊อกไม่เคยเช็คจริงจัง

ของหมดไม่รู้
ของเกินก็ไม่รู้
ของหายก็จับไม่ได้

สุดท้ายต้องซื้อใหม่
โดยที่ของเก่ายังอยู่หรือเสียไปแล้ว

ร้านที่กำไรดี
ไม่ใช่แค่ “ขายเก่ง”

แต่คือร้านที่
“อุดรูรั่วได้เก่ง”

เพราะต่อให้ยอดขายเท่าเดิม
ถ้าลดการรั่วได้

กำไรจะเพิ่มทันทีโดยไม่ต้องหาลูกค้าเพิ่ม

ลองกลับไปเช็ค 5 จุดนี้ในร้านคุณ
บางทีเงินที่หายไป
อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

เจ้าของร้านหลายคนมักคิดว่า“ถ้าอาหารโอเค ลูกค้าต้องกลับมา”แต่ความจริงคือลูกค้าไม่ได้จำแค่รสชาติเขาจำ “ความรู้สึกทั้งหมด”ต...
15/04/2026

เจ้าของร้านหลายคนมักคิดว่า
“ถ้าอาหารโอเค ลูกค้าต้องกลับมา”

แต่ความจริงคือ
ลูกค้าไม่ได้จำแค่รสชาติ

เขาจำ “ความรู้สึกทั้งหมด”
ตั้งแต่เดินเข้าร้าน…จนเดินออกไป

และสิ่งที่ทำให้ลูกค้าไม่กลับมา
ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย

แต่เป็น “จุดเล็ก ๆ” ที่สะสมกัน

1. การรอที่ไม่มีคำอธิบาย

ลูกค้าเข้าใจว่าร้านมีช่วงพีค
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดคือ

“รอโดยไม่รู้ว่าต้องรอนานแค่ไหน”

แค่บอกเวลาโดยประมาณ
หรืออัปเดตระหว่างรอเล็กน้อย
ความรู้สึกจะเปลี่ยนทันที

2. ความใส่ใจที่หายไป

บางครั้งพนักงานไม่ได้ตั้งใจไม่ดี
แต่ลูกค้ารู้สึกว่า

เรียกแล้วไม่มีใครมา
ไม่มีใครสบตา
ไม่มีใครทัก

สิ่งเล็ก ๆ แบบนี้ ทำให้รู้สึกว่า “ไม่สำคัญ”

3. ความไม่สม่ำเสมอ

ครั้งแรกดี
ครั้งต่อไปเฉย ๆ
ครั้งที่สามแย่ลง

ลูกค้าจะเลือก “ไม่เสี่ยง” และไม่กลับมา

ร้านที่โตได้
ต้องทำให้มาตรฐาน “นิ่ง” ไม่ใช่แค่ “ดีบางครั้ง”

4. รายละเอียดเล็ก ๆ ในร้าน

โต๊ะไม่สะอาด
อุปกรณ์มีคราบ
พื้นเลอะเล็กน้อย

มันอาจดูเล็กสำหรับเรา
แต่สำหรับลูกค้า มันคือ “ภาพรวมของร้าน”

5. จบประสบการณ์แบบไม่มีความรู้สึก

ตอนจ่ายเงินคือช่วงเวลาสุดท้าย

ถ้าไม่มีคำขอบคุณ
ไม่มีการมองหน้า
ไม่มีรอยยิ้ม

ประสบการณ์จะจบแบบ “เฉย ๆ”
และลูกค้าจะไม่รู้สึกอยากกลับมา

ลูกค้าไม่ได้เลิกมา
เพราะอาหารไม่อร่อยเสมอไป

แต่เพราะ
“ความรู้สึกโดยรวมมันไม่ดีพอ”

ร้านที่ลูกค้ากลับมาซ้ำ
ไม่ใช่แค่ร้านที่อร่อย

แต่คือร้านที่ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ทุกจุด

บางครั้ง
สิ่งที่ทำให้ร้านคุณดีขึ้น
ไม่ใช่การเปลี่ยนเมนู

แต่คือการแก้ “จุดเล็ก ๆ ที่คุณมองข้าม”

“กันครัวล่ม” ช่วง Openingสำหรับร้านเล็ก ที่ลูกค้ามาพร้อมกันจนเต็มร้านช่วงเปิดร้านใหม่ = โอกาสทองแต่ก็เป็นช่วงที่ “ครัวพั...
13/04/2026

“กันครัวล่ม” ช่วง Opening
สำหรับร้านเล็ก ที่ลูกค้ามาพร้อมกันจนเต็มร้าน

ช่วงเปิดร้านใหม่ = โอกาสทอง
แต่ก็เป็นช่วงที่ “ครัวพังง่ายที่สุด”

ลูกค้าเข้าพร้อมกัน
ออเดอร์ถาโถม

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมาก…ใน 10-15 นาทีแรก

มาดู 7 วิธี “กันครัวล่ม” ที่ใช้ได้จริงกันครับ

1. ลดเมนูช่วงเปิด (Soft Menu)

อย่าเพิ่งขายทุกอย่าง

เลือกแค่เมนู “ขายง่าย / ทำเร็ว / เสถียร”

เพราะยิ่งเมนูเยอะ
= ความซับซ้อนเพิ่ม
= โอกาสพลาดสูง

2. ทำ Prep ให้ “ล้น” ก่อนเปิด

ช่วง Opening ห้ามคิดว่า “เดี๋ยวค่อยทำ”

* หั่น เตรียม ต้ม ซอส
* เตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสุด

ให้คิดว่า “ลูกค้าจะเข้ามาพร้อมกันทั้งหมด”

3. แยกโซนงานให้ชัด

อย่าให้ทุกคนทำทุกอย่าง

* คนรับออเดอร์
* คนทำ
* คนจัดจาน

ยิ่งชัด = ยิ่งเร็ว

4. ตั้ง “ตัวกันชน” (Buffer Order)

อย่าปล่อยออเดอร์เข้าแบบไม่จำกัด

เช่น:

* รับทีละ X ออเดอร์
* ถ้าเต็ม = แจ้งลูกค้ารอ

ดีกว่าให้ลูกค้านั่งรอแบบไม่รู้เวลา

5. มีคน “คุมจังหวะ” (Runner/หัวหน้าครัว)

ต้องมี 1 คนที่ไม่ลงมือทำ

หน้าที่คือ:

* ดูภาพรวม
* จัดลำดับออเดอร์
* แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ถ้าทุกคนก้มทำ = ไม่มีใครคุมเกม

6. สื่อสารกับลูกค้า “ตั้งแต่ต้น”

อย่ารอให้ลูกค้าหงุดหงิดก่อน

* แจ้งเวลารอโดยประมาณ
* บอกว่าช่วงนี้ลูกค้าเยอะ

ลูกค้าเข้าใจได้
ถ้าคุณ “สื่อสารตรง ๆ”

7. เตรียม Plan B เสมอ

คิดไว้เลยว่า “มันต้องมีพลาด”

เช่น:

* ของหมด
* ออเดอร์ตก
* ทำผิด

ต้องรู้ว่า “แก้ยังไงทันที”

ช่วง Opening
ไม่ใช่การพิสูจน์ว่า “คุณเก่งแค่ไหน”

แต่คือการพิสูจน์ว่า
“ระบบคุณรับแรงกระแทกได้ไหม”

ร้านที่รอด
ไม่ใช่ร้านที่ทำเร็วที่สุด

แต่คือร้านที่
“ไม่ล่มตอนลูกค้าเข้าพร้อมกัน”

09/04/2026

Super X Change Round Table .bkk

หนึ่งในโมเมนต์ที่หายากมาก
เมื่อ CEO จากแบรนด์อาหาร-เครื่องดื่มชั้นนำ
มา “เปิดเกมหลังบ้าน” ให้ฟังกันแบบจริง ๆ

ไม่ใช่แค่แชร์ความสำเร็จ
แต่แลกกันถึง “วิธีคิด”
“วิธีตัดสินใจ”
และ “วิธีเอาตัวรอด” ในวันที่ธุรกิจไม่ง่าย

โต๊ะนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ
แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์จริง
ที่แต่ละคน “ลองมาแล้ว เจ็บมาแล้ว และรอดมาแล้ว”

ก่อนจะถูกกรองออกมาเป็นแนวคิด
ที่ช่วยยกระดับธุรกิจได้จริง

ขอบคุณ CEO ทุกท่านที่มาแชร์กันแบบเปิดใจ

* คุณกิจ ศุภกิจ ตระกูลกิจเจริญ – นายอ้วนเย็นตาโฟร์
* คุณจูเนียร์ ทัพไทย ฤทธาพรม – Habb
* คุณวิว พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ – ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน
* คุณเอมมี่ สุพัณณิตา วงศาโรจน์ – หมูกระทะ 71
* คุณมิกกี้ อัศการ มิตรขจรเกียรติ – เฮง ปัง ปั๊วะ
* คุณจอม ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ – บ้านนอกเข้ากรุง

นี่ไม่ใช่แค่การ “พูดคุย”
แต่คือการ Exchange ที่ทำให้เห็นว่า

ธุรกิจที่โตได้จริง ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ต้อง “คิดลึก” และ “ปรับเร็ว”

สัญญาณเตือนว่า “ร้านกำลังขาดทุน” ทั้งที่ยอดขายดีหลายร้านเข้าใจว่า ขายดี = ธุรกิจดีแต่ความจริงคือมีร้านจำนวนไม่น้อยที่ “ย...
09/04/2026

สัญญาณเตือนว่า “ร้านกำลังขาดทุน” ทั้งที่ยอดขายดี

หลายร้านเข้าใจว่า
ขายดี = ธุรกิจดี

แต่ความจริงคือ
มีร้านจำนวนไม่น้อยที่ “ยอดพุ่ง แต่เงินไม่เหลือ”

และส่วนใหญ่จะรู้ตัวอีกที…ตอนเงินเริ่มตึง

ลองเช็ค 7 สัญญาณนี้

1. เงินเข้าเยอะ…แต่ไม่เคยพอใช้

ขายดีทุกวัน
แต่ปลายเดือนต้องหมุนเงินตลอด

นี่คือสัญญาณชัดว่า
“กำไรคุณไม่จริง”

อาจเกิดจาก:
* ต้นทุนสูงเกิน
* ของเสียเยอะ
* รายจ่ายแฝงเยอะ

2. ยิ่งขายเยอะ ยิ่งเหนื่อย แต่เงินเท่าเดิม

ร้านแน่น งานหนักขึ้นทุกวัน
แต่กำไรไม่ได้เพิ่มตาม

แปลว่า “โครงสร้างต้นทุนมีปัญหา”

เช่น:
* ใช้คนเยอะเกิน
* ทำงานซ้ำซ้อน
* ไม่มีระบบช่วย

3. สต๊อกหาย / ของหมดบ่อย โดยไม่รู้สาเหตุ

* ของหาย
* ของขาด
* ของเกิน

ทั้งหมดนี้คือ “เงินที่หายไป”

และถ้าไม่รู้ว่าหายยังไง
แปลว่าคุณ “คุมร้านไม่ได้”

4. ของเสียเยอะ แต่ไม่เคยนับจริงจัง

ของเหลือทิ้งทุกวัน
แต่ไม่เคยจด ไม่เคยวัด

นี่คือกำไรที่หายแบบเงียบ ๆ

ยิ่งหลายสาขา = ยิ่งหนัก

5. ไม่รู้ต้นทุนต่อจานจริง ๆ

ตอบไม่ได้ว่า
เมนูนี้กำไรเท่าไหร่

อันนี้อันตรายมาก

เพราะคุณอาจกำลังขายดี
แต่ “ขายขาดทุนทุกจาน”

6. เจ้าของต้องลงมือทำตลอด

* ต้องคุมครัว
* ต้องดูหน้าร้าน
* ต้องแก้ปัญหาเอง

แปลว่าระบบยังไม่ทำงาน

และถ้าคุณหยุด = รายได้หยุด

7. ไม่มีตัวเลขที่ดูเป็นประจำ

* ไม่เคยดูต้นทุนรายวัน
* ไม่เคยเช็คของเสีย
* ไม่เคยดู performance ทีม

คุณกำลัง “บริหารด้วยความรู้สึก”

ไม่ใช่ข้อมูลจริง

ยอดขาย = แค่ “ภาพด้านหน้า”

แต่กำไร = สิ่งที่อยู่ “หลังบ้าน”

ถ้าวันนี้ร้านคุณ “ขายดี”
แต่อ่านแล้วเริ่มสะดุดหลายข้อ

อย่ารอให้เงินหมดก่อนค่อยแก้

เพราะบางที…
ร้านไม่ได้มีปัญหาที่ลูกค้า

แต่อยู่ที่ “ระบบข้างใน”

Super X Change Round Table .bkk CEO table Brand ชั้นนำ ที่ทุกคนเปิดอกเทคนิค และทฤษฎีในการบริหารเฉพาะตัวที่ทำให้ธุรกิจอยู...
08/04/2026

Super X Change Round Table .bkk

CEO table Brand ชั้นนำ ที่ทุกคนเปิดอก
เทคนิค และทฤษฎีในการบริหารเฉพาะตัว
ที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
กรองออกมาเป็นแนวคิดที่ Exchange กัน
ยกระดับธุรกิจอาหารเครื่องดื่มให้ดีขึ้นไปอีกระดับ

ผมขอขอบคุณ CEO ของทุก brand ที่มา Enjoy

คุณกิจ ศุภกิจ ตระกูลกิจเจริญ - นายอ้วนเย็นตาโฟร์
คุณจูเนียร์ ทัพไทย ฤทธาพรม - Habb
คุณวิว พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ - ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน
คุณเอมมี่ สุพัณณิตา วงศาโรจน์ - หมูกระทะ 71
คุณมิกกี้ อัศการ มิตรขจรเกียรติ - เฮง ปัง ปั๊วะ
คุณจอม ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ - บ้านนอกเข้ากรุง

มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการบริหารซึ่งกันและกัน
และหวังว่าทุกคนจะชอบ Moment ในวันนี้

07/04/2026

“มัตจะไม่ได้มีแค่ ‘แพง’ หรือ ‘ไม่แพง’
แต่มันมี ‘เรื่องราว’ และ ‘รสชาติ’ ของมัน ตั้งแต่ cooking → ceremonial
แล้วคุณล่ะ ชอบแบบไหน?

06/04/2026

หนึ่งในวิธีที่ช่วยยกระดับการบริการ
โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทไวน์
คือการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอน

ไม่ใช่แค่รู้ว่าเสิร์ฟยังไง
แต่เข้าใจลึกถึง
สายพันธุ์ไวน์
วิธีเปิดไวน์อย่างถูกต้อง
การเลือกแก้วให้เหมาะ
อุณหภูมิที่ควรเสิร์ฟ

เพราะรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้
คือสิ่งที่ลูกค้ารู้สึกได้ทันที
และเป็นตัวแยกระหว่าง “ร้านทั่วไป” กับ “ร้านมืออาชีพ”

หลายคนทำร้านเริ่มขายดี ลูกค้าแน่น คิวเต็มทุกวันแล้วความคิดหนึ่งก็เริ่มมา… “ถึงเวลาขยายสาขาหรือยัง?”แต่รู้ไหมว่า… ร้านจำน...
06/04/2026

หลายคนทำร้านเริ่มขายดี ลูกค้าแน่น คิวเต็มทุกวัน

แล้วความคิดหนึ่งก็เริ่มมา… “ถึงเวลาขยายสาขาหรือยัง?”

แต่รู้ไหมว่า… ร้านจำนวนไม่น้อย “พัง” ตอนที่กำลังโต

เพราะการขยายสาขา
ไม่ใช่แค่มีเงิน…แต่ต้อง “พร้อมทั้งระบบ”

🔍 ก่อนขยาย ลองเช็กตัวเองแบบจริงจัง

1. ร้านคุณ “เสถียรจริง” หรือแค่ “ช่วงพีค”
ยอดขายดีทุกวัน หรือดีแค่บางช่วง?

ถ้าวันดีวันแย่ยังสลับกัน
ลูกค้ายังไม่สม่ำเสมอ

การขยายตอนนี้ = เพิ่มความเสี่ยงทันที

ร้านที่ควรขยาย คือร้านที่
“ต่อให้ไม่มีโปร ลูกค้าก็ยังมา”

2. คุณมี “ระบบ” หรือยัง หรือยังใช้ความจำล้วนๆ
ลองถามตัวเอง:

ถ้าคนใหม่เข้ามา สามารถทำงานได้เลยไหม?
สูตรอาหารชัดเจน หรือกะเอา?
ขั้นตอนทำงานเขียนไว้หรือยัง?

ถ้ายังไม่มีสิ่งเหล่านี้
สาขาใหม่จะ “คุณภาพไม่เท่ากัน” ทันที

3. ร้านเดินได้โดยที่ “คุณไม่ต้องอยู่” หรือยัง
นี่คือจุดที่สำคัญมาก

ถ้าวันไหนคุณไม่อยู่ แล้ว:

ครัวเริ่มมั่ว
ออเดอร์ช้า
คุณภาพตก

แปลว่ายัง “พึ่งตัวคุณมากเกินไป”

การขยาย = คุณต้อง “ไม่อยู่หน้างาน” ได้แล้ว

4. คุณมีเงินสำรองพอรับความเสี่ยงไหม
หลายคนใช้เงินเก็บทั้งหมดไปเปิดสาขาใหม่

แต่ลืมคิดว่า…
สาขาใหม่ “ไม่ได้กำไรทันที”

อาจต้องใช้เวลา 3–6 เดือน หรือมากกว่านั้น

ถ้าเงินไม่พอ
จากร้านที่กำลังดี อาจกลายเป็นตึงทั้งระบบ

5. คุณพร้อมเปลี่ยนบทบาทหรือยัง
จาก “เจ้าของร้านที่ลงมือทำ”
→ เป็น “คนวางระบบ + บริหารทีม”

คุณจะต้อง:

วางมาตรฐาน
เช็กคุณภาพ
บริหารคน

ถ้ายังอยากทำเองทุกอย่าง
การมีหลายสาขาจะ “เหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่า”

เพราะการขยายสาขา
ไม่ใช่แค่เพิ่มรายได้
แต่มันคือ “การเพิ่มความซับซ้อน” ของธุรกิจ

ถ้าระบบไม่พร้อม
จากกำไร อาจกลายเป็น “ภาระ” ได้ทันที

ที่อยู่

Jatujak
Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SUPER Academyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท