25/12/2025
ก่อนบทส่งท้ายทริป #หอมกลิ่นความฝัน
ช่วงเตรียมงาน ฉันถามโปรโจว่า ‘กังวลอะไรที่สุด’
เขาตอบว่า ไม่แน่ใจว่าจะนำพาอารมณ์ของคนร่วมทริปได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะกิจกรรมยามค่ำ คืนแรกที่เราร่วมกันอยู่บนดอย ตอนนั้นเขาทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าหยิบกีต้าร์มาเกาไปพลางๆ ฝึกซ้อมเพลงที่เตรียมไว้วนๆ ไป ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่เพลง
ก่อนเดินทางฉันถามเขาอีกครั้งว่า ‘แล้วกลัวอะไรที่สุด’
“กลัวตัวคุ่นจะกัดลูกค้า”
ฉันหัวเราะกับคำตอบที่ดูจริงจังนั้น
“และก็กลัวว่าจะทำให้คนที่สมัครมาผิดหวัง”
คำตอบนั้นทำให้ฉันหยุดหัวเราะทันที
และอาจด้วยความกลัวเป็นตัวตั้งนี้ที่ทำให้ตลอดสามวันสองคืน #โปรโจ ในบทบาทผู้นำทริปและผู้ชำนาญเรื่องกาแฟ เขาไม่เพียงจะเต็มใจมอบทั้งความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการกาแฟ ยังตั้งใจเรียงร้อยกิจกรรมโดยมีพี่จุ้ย-พี่จ๋ามาเป็นที่ปรึกษา มาร่วมออกแบบให้กลมกล่อม จนอาจเรียกได้ว่าเป็นทริปกาแฟที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการพาผู้คนให้ได้เข้าใกล้ความฝันอันหอมหวาน ก่อนจะพาค่อยๆ พาพวกเขาให้ได้เข้าใกล้ความจริง ซึ่งอาจมีรสชาติต่างไป
วันสุดท้ายก่อนแยกย้ายกันกลับไปในเส้นทางของตัวเอง เราได้ฟังเสียงความรู้สึกจากหลายๆ คน สิ่งหนึ่งที่พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันคือเขารู้สึกดีที่ได้มาร่วมอยู่ในทริปนี้ด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไป
ค่ำนั้น ณ บ้านแม่ริม
พี่จุ้ยถามว่า ‘ได้ทำงานนี้แล้วรู้สึกยังไง”
“ผมรู้สึกโล่ง เพราะก่อนจัดผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่เห็นว่าเขาสนุกกันผมก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก” โปรโจบอกเล่าความในใจ
“สิ่งหนึ่งที่กังวลมากๆ คือมีหลายคนเขาตัดสินใจมาเพราะเขาเชื่อมั่นในพี่ หากเราทำได้ไม่ดี มันก็จะไม่ดีกับพี่ด้วย” ฉันเสริม
“แล้วอยากทำอีกไหม”
“ตอนนี้ผมยังไม่อยากนะพี่ อาจจะเพราะเหนื่อย แต่ถ้าหายเหนื่อยแล้วก็ไม่รู้จะยังไง” โปรโจตอบ
“ส่วนแพร คิดว่าจบงานนี้แล้ว กลับรู้สึกกลัวหากจะต้องทำอีก” พี่จุ้ยทำหน้าสงสัย
“คือครั้งนี้เราก็ตั้งใจกันเต็มที่ แล้วเราก็โชคดีที่เจอคนที่พอดีกับเรามาร่วมทริป คือแพรกลัวว่าจะทำแบบนี้ได้อีกไหมน่ะค่ะ” พี่จุ้ยพยักหน้ารับ
“ตอนจบงาน พี่โจยังบอกว่า จริงๆ คนที่เขามาร่วมทริปกับเรานี่ เขาไม่ใช่คนธรรมดากันเลยนะ” ฉันเล่าต่อ
“หมายถึงพวกเขาดูเป็นคนที่มีหน้าที่การงานดี และมีความเฉพาะตัวน่ะครับ” โปรโจช่วยเสริม
“คนธรรมดาใครเขาจะมากับโจ” พี่จุ้ยเย้า
“คนธรรมดาเขาก็ไปกับพวกทัวร์ ABC นั่น” ประโยคที่พี่จุ้ยย้ำนี้ทำให้พวกเราหัวเราะ
“ต้องเป็นคนที่ไม่ต้องการกำหนดการสินะ เขาถึงจะมากับโจ” พี่จ๋าเสริมเรียกเสียงฮาอีกครั้ง
ผ่านไปสิบวันแล้วหลังจบทริป
ขณะโปรโจขับรถเพื่อมุ่งหน้าร้านกาแฟของเขา
“เรื่องทริปกาแฟ ถ้าจะจัดอีก พี่โจคิดว่าต้องทำไม่เหมือนเดิม” โปรโจพูดขึ้นในวันที่หายเหนื่อยแล้ว
“ทำไมต้องไม่เหมือนเดิม” ฉันซัก
“ถ้าจัดเหมือนเดิม พี่โจกลัวว่าจะไม่ดีเหมือนเดิมน่ะสิ”
จู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัทพ์ของเขาก็ดังขึ้น
“เป็นยังไงบ้าง…ผมเพิ่งหายเหนื่อย…555…ก็ยังรู้สีกดี…โหวว…ดีใจที่ชอบครับ…เนอะ…ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง…นี่ถ้าจะจัดอีกยังคิดแล้วคิดอีกเลย….5555…ขอบคุณที่มาร่วมทริปครับ….ผมว่าก็ดูอาร์ตนะ…ผมดูว่าก็เขียนได้นะ…ถ้าฝึกบ่อยๆ…ยิ่งชอบฟังเพลงด้วย…555…อ้าวเหรอ…เขาเรียกตัวคุ่น…คุ่นครับ…บางคนแพ้ก็ต้องไปหาหมอ…ทำไมไม่บอกตอนอยู่ที่ดอย…ผมทำประกันไว้…จะได้ไปหาหมอ…อ่อๆๆ ครับ…ผมก็โดน…555…ยังมีรอยอยู่เลย….555….”
จากการได้ฟังบทสนทนาโต้ตอบ ฉันเดาได้ว่าเขากำลังคุยอยู่กับหนึ่งในผู้ร่วมทริป
“ใครเหรอ” ฉันซักเมื่อโปรโจวางสาย
“พี่นพน่ะ เขาโดยคุ่นกัดยังคันไม่หาย”
“โอววเหรอ”
“เขาบอกว่าจะไปหาหมอ แต่อยากรู้อีกทีว่า ใช่ตัวคุ่นไหมที่เขาโดนกัด ก่อนวางสายเขายังบอกว่า งานนี้ดีมากนะ ทุกคนที่มา ไม่มีใครไม่แฮ๊ปปี้”
“ขนาดเขาโดนคุ่นกัดเนี่ยนะ” ฉันถาม
โปรโจไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงขับรถต่อไปและยิ้มไป
___
ทริป #หอมกลิ่นความฝัน
#โปรโจ A CUP Coffee ผู้นำการเดินทาง
#พี่จุ้ยพี่จ๋า #กะทิกะลา ที่ปรึกษา