New Lannka coffee

New Lannka coffee Lannka coffee จำหน่ายเมล็ดกาแฟอาราบิก้า ติดต่อ โทร 093-659-6635 Email [email protected]

💚💚💚
20/11/2023

💚💚💚

เราเริ่มต้น ดริปป่า ดริปแรกด้วย กาแฟ Lannka Bio Coffee น้องเกตุ สนับสนุนมาตลอดเลย นี่ส่งมาให้ชิม honey process ทั้ง light และ medium แวะมาชิมกันนะครับ หลานๆ ปู่

ที่
ดริปป่า หัวใจ ดอกไม้ x อยู่ กับ ก๋ง Drip coffee & Muta@ผู้ติดตาม

Lannka Coffee (coffee) อาราบิก้า 100% จากดอยลังกา ขุมทรัพย์แห่งกาแฟ แหล่งผลิตกาแฟคุณภาพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ผลิ...
08/11/2023

Lannka Coffee (coffee) อาราบิก้า 100% จากดอยลังกา ขุมทรัพย์แห่งกาแฟ แหล่งผลิตกาแฟคุณภาพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ผลิตด้วยกรรมวิธีอันพิถีพิถัน การันตีคุณภาพ ส่งตรงถึงแก้วในมือคุณ

💚กาแฟสารHoney process (เกรด A) ราคากิโลกรัมละ 380 บาท

💚กาแฟสาร Honey Process (เกรด B)ราคากิโลกรัมละ 350 บาท

----------------------------------------------
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม และสั่งซื้อได้ที่
Tel 093-659-6635
FB New lannka coffee
Line

Lannka Bio Coffeeลังกาไบโอคอฟฟี่…ดอยลังกา หุบเขาแห่งกาแฟ ภายในหุบเขาลี้ลับบนดอยลังกา น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่นี่คือขุมทรั...
06/11/2023

Lannka Bio Coffee
ลังกาไบโอคอฟฟี่



ดอยลังกา
หุบเขาแห่งกาแฟ

ภายในหุบเขาลี้ลับบนดอยลังกา น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่นี่คือขุมทรัพย์แห่งกาแฟ หากย้อนไปราวสี่สิบปีก่อน พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาหัวโล้น ผืนดินเต็มไปด้วยต้นกัญชาและไร่ฝิ่น ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกเมี่ยง (ชา) เป็นอาชีพหลัก แต่ราวปี 2524 ด้วยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เปลี่ยนให้หุบเขาแห่งนี้กลายเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ด้วยปัจจัยอันครบถ้วนที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นกาแฟ ทั้งความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1200 เมตร สภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี ผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำหลายสาย ทำให้ป่าบริเวณนี้มีความเหมาะสมต่อการปลูกไม้เมืองหนาวอย่างกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าเป็นอย่างยิ่ง

กาแฟพันธุ์เครื่องบิน
ชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนบริเวณดอยลังกาแห่งนี้เต็มไปด้วยฝิ่นและกัญชา เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล เป็นเขตติดต่อของสามจังหวัดคือเชียงใหม่ ลำปาง และเชียงราย ประกอบกับชาวบ้านมีฐานะยากจน รายได้หลักมาจากการปลูกเมี่ยงขาย แต่ยังไม่พอต่อค่าใช้จ่าย จึงเกิดการลักลอบถางป่าเพื่อปลูกพืชเสพติดอยู่เรื่อยมา กระทั่งป่าไม้ถูกตัดไปจนกลายเป็นภูเขาหัวโล้น ต่อมาเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยี่ยมประชาชนชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และลักษณะของป่าไม้ที่แทบจะไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์แล้ว จึงได้รับสั่งให้ทหารรักษาพระองค์นำกล้าต้นกาแฟบรรทุกใส่เฮลิคอปเตอร์มาแจกจ่ายให้ชาวบ้านปลูกแทนพืชเสพติด รวมทั้งมอบหมายให้โครงการหลวงเข้ามาดูแลและให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟแก่ชาวบ้าน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่ง จึงเป็นที่มาของคำเรียกต้นกาแฟพระราชทานเหล่านั้นว่า ‘กาแฟพันธุ์เครื่องบิน’ เนื่องจากขนส่งมาโดยเฮลิคอปเตอร์นั่นเอง
ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลที่เล็งเห็นว่าประโยชน์ของต้นกาแฟมีมากหลาย ประกอบกับพระอัจริยภาพของพระองค์ที่คาดการณ์ได้ว่าในอนาคตกาแฟจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของโลก การสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกาแฟในพื้นที่จึงเป็นการส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน สร้างความอุดมสมบูรณ์ต่อทั้งดิน น้ำ ป่า และช่วยให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการปลูกพืชชนิดนี้

กาแฟสร้างป่า
กาแฟเป็นพืชชอบร่มเงารำไร หากต้องการให้กาแฟติดผลดีจึงต้องปลูกแซมไปกับไม้ใหญ่ แต่ในอดีตดอยลังกาถูกถางไม้ใหญ่ออกไปจนเกือบหมด เมื่อมีการสนับสนุนให้ปลูกกาแฟ ชาวบ้านจึงต้องปลูกป่าขึ้นมาด้วยเพื่อสร้างร่มเงาให้กาแฟเจริญเติบโตได้ผลผลิตที่ดี ดังนั้นกาแฟจึงไม่เพียงสร้างอาชีพใหม่ให้กับชาวบ้านเท่านั้น ยังนำผืนป่าอันเขียวชอุ่มกลับคืนมาสู่ดอยลังกาอีกด้วย
สิ่งที่ตามมานอกเหนือความอุดมสมบูรณ์ของป่าและน้ำ ยังสร้างความสามัคคีในชุมชน เพราะบนดอยแห่งนี้ แม้แต่ละหมู่บ้านจะอยู่ห่างไกลกัน แต่ทุกหลังคาเรือนล้วนประกอบอาชีพปลูกกาแฟเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงมีหน้าที่สำคัญอีกอย่างนอกเหนือไปจากการดูแลสวนกาแฟของตนเองให้มีผลผลิตดี ยังต้องร่วมด้วยช่วยกันดูแลป่าในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูแล้งที่ไฟป่ามักมาเยี่ยมเยือน ชาวบ้านจะจัดเวรยามเฝ้าระวังเหตุไม่ให้ป่าถูกเผา จนสร้างความเสียหายแก่พืชเศรษฐกิจที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขา
นอกจากไม้ยืนต้นที่ถูกปลูกขึ้นมาจนกลายเป็นป่าอันอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านยังได้รับการสนับสนุนให้ปลูกพืชเมืองหนาวอื่นๆ อย่างมัลเบอร์รี่ อะโวคาโด โดยเฉพาะแมคคาเดเมียที่กำลังเริ่มสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรบ้างแล้ว

กาแฟสร้างอาชีพ
บนดอยลังกามีทั้งชาวไทยภูเขา ชาวเขาเผ่าม้ง และชาวเขาเผ่ามูเซอ อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มายาวนานหลายร้อยปี ด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน และสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางมากกว่า 1200 เมตร อาชีพดั้งเดิมของพวกเขาคือการหาของป่า ทำไร่ และปลูกพืชที่เติบโตได้ดีในอากาศหนาวเย็นอย่างต้นเมี่ยง เพื่อเก็บใบมาหมักเป็นเมี่ยง ก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในเมือง แต่เมื่อเวลาผ่านไป วิถีชีวิตผู้คนเปลี่ยนแปลง ความนิยมบริโภคเมี่ยงลดลง เกษตรกรชาวเขาจึงหันมาปลูกพืชอื่น โดยเฉพาะพืชเสพติด เนื่องด้วยราคารับซื้อสูง และการจับกุมปราบปรามจากเจ้าหน้าที่รัฐเป็นไปด้วยความยากลำบาก พืชเสพติดจึงได้รับความนิยม แม้จะเสี่ยงต่อการถูกจับกุม แต่ก็ยังมีการลักลอบปลูกอยู่ตลอด กระทั่งโครงการพระราชดำริเข้ามาสนับสนุนให้ชาวเขาปลูกกาแฟ วิถีชีวิตพวกเขาจึงเปลี่ยนไป และหันมาสร้างรายได้จากพืชชนิดนี้ เพราะมีรายได้ดีกว่า มีตลาดรับซื้อที่แน่นอน และไม่ผิดกฎหมาย

กาแฟบ้านปางใหม่
แม้บนดอยลังกาจะมีหลายหมู่บ้านที่ปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก แต่กาแฟของบ้านปางใหม่ ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ดูเหมือนว่าจะมีความโดดเด่นกว่าหมู่บ้านอื่น ชาวบ้านเล่าว่า ‘มีเท่าไหร่ก็ขายหมด’ ความแตกต่างที่ทำให้กาแฟจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเพียง 12 หลังคาเรือนนี้คืออะไร พวกเขาบอกว่าเป็นเพราะการคัดคุณภาพของกาแฟเชอร์รี่ที่ใส่ใจตั้งแต่ต้นทาง อย่างการปลูกโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 2x3 เมตร เพื่อให้ต้นกาแฟไม่เบียดกันจนเกินไป มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเจริญเติบโตของราก และกิ่งก้านที่งอกออกมา การตกแต่งกิ่งให้ใบโปร่งอยู่เสมอ ต้นจึงได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ มีอากาศถ่ายเทสะดวก สวนกาแฟของชาวบ้านอยู่ภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ทำให้รับแสงแดดรำไรอย่างที่ต้นกาแฟชอบ รวมไปถึงการกำจัดวิชพืชที่คอยมาแย่งอาหาร พร้อมยังดูแลตัดแต่งทรงต้นไม่ให้สูงจนเกินไป เพื่อสะดวกต่อการเก็บผลเชอร์รี่ รวมทั้งให้ต้นกาแฟรับสารอาหารและออกผลผลิตได้เต็มที่
เมื่อรวมกับสภาพภูมิประเทศที่สูงกว่า 1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพอากาศหนาวเย็นทั้งปี ทำให้ผลกาแฟในแต่ละปีนั้นสุกช้ากว่าที่อื่นๆ อันส่งผลให้ลูกเชอร์รี่บ่มเพาะให้สุกอย่างช้าๆ เมล็ดกาแฟที่อยู่ภายในจึงดูดซับความหวานจากได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เมล็ดกาแฟมีขนาดใหญ่ ทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากไม้ป่านานาพันธุ์บนดอยลังกา การเก็บด้วยมือ โดยเลือกเฉพาะลูกสุกแดงทีละผล และนำมาเข้าเครื่องสีเปลือกหลังการเก็บในทันที ก่อนจะใส่กระสอบแช่ในน้ำแร่จากตาน้ำธรรมชาติบนดอยสูงอีกสองคืน แล้วจึงนำมาขัดเมือกออกจากเมล็ดด้วยมืออีกครั้ง เลือกเมล็ดเสียหายออกจากเมล็ดสมบูรณ์ด้วยมือ แล้วจึงนำไปตากบนไม้ไผ่สานให้อากาศถ่ายเทสะดวก หมั่นกลับด้านให้แดดทั่วถึง เมื่อแห้งสนิทดีแล้วจึงนำบรรจุกระสอบเพื่อบ่มเมล็ดอีกอย่างน้อยหกเดือน จึงนำออกจำหน่าย ด้วยกรรมวิธีอันพิถีพิถันเหล่านี้จึงทำให้กาแฟจากบ้านปางใหม่ เป็นที่นิยมสำหรับผู้รับซื้อ เพราะสามารถการันตีคุณภาพของเมล็ดได้ในเบื้องต้น ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปคือการนำไปสีเป็นกาแฟสาร คั่ว บด แล้วส่งตรงถึงแก้วกาแฟในมือคุณ

ที่อยู่

โกสุมรวมใจ 10
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66936596635

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ New Lannka coffeeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง New Lannka coffee:

แชร์