Clazy Cafe' Clazy is a community-building platform, coffee shop, and event space.
(433)

(อ่าน 3 นาที)เคยสงสัยไหมครับว่า ในยุคที่คนย้ายงานกันเป็นว่าเล่นแต่อะไรคือ "แม่เหล็ก" ที่ดึงดูดให้พนักงานบางกลุ่มยอมอยู่ย...
28/04/2026

(อ่าน 3 นาที)
เคยสงสัยไหมครับว่า ในยุคที่คนย้ายงานกันเป็นว่าเล่นแต่อะไรคือ "แม่เหล็ก" ที่ดึงดูดให้พนักงานบางกลุ่มยอมอยู่ยาวและภักดีต่อองค์กรแบบสุดๆ?

วันนี้แอดมินไปรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยของ Gallup และ LinkedIn Learning มาสรุปให้ชาวออฟฟิศและเจ้าของกิจการดูแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าปัจจัยไหนมีผลกี่เปอร์เซ็นต์ครับ!

📊 Ranking ปัจจัยที่ทำให้คนอยาก "อยู่ยาว" (Employee Loyalty)

✅ 1. โอกาสในการเรียนรู้และเติบโต (94%)
พนักงานกว่า 94% จะยอมอยู่กับบริษัทเดิมนานขึ้น ถ้าบริษัทนั้นมีการลงทุนเรื่องการ "พัฒนาทักษะ" (Upskilling) ให้เขาอย่างต่อเนื่องครับ คนยุคนี้กลัวความรู้ล้าสมัยมากกว่าความเหนื่อยเสียอีก!

✅ 2. หัวหน้าที่เข้าใจและมี Empathy (75%)
มีคำกล่าวว่า "คนไม่ได้ลาออกจากงาน แต่ลาออกจากหัวหน้า" ซึ่งงานวิจัยจาก Gallup ยืนยันว่า 75% ของพนักงานที่ตัดสินใจอยู่ต่อหรือลาออก มีสาเหตุมาจาก "ความสัมพันธ์กับหัวหน้าโดยตรง" ครับ หัวหน้าที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยได้ จะได้ใจพนักงานไปเต็มๆ

✅ 3. ความยืดหยุ่นและการจัดการเวลาได้เอง (54%)
ในยุคปี 2026 นี้ ความภักดีไม่ได้ซื้อได้ด้วยเงินเสมอไปครับ แต่ซื้อได้ด้วย "เวลา" พนักงานกว่า 54% ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working) ถ้าองค์กรให้อิสระตรงนี้ ความภักดีจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

💡 แอดมินขอสรุปแบบ Clazy Style สั้นๆ คือ
ความภักดีไม่ได้เกิดจากสวัสดิการที่หรูหราเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันคือการที่พนักงานรู้สึกว่า "เขาเก่งขึ้น" และ "เขาสำคัญ" ในสายตาองค์กร พร้อมทั้งความสบายใจและการได้มีสิทธิในการกำหนดเวลาของตัวเองอย่างเหมาะสมนั่นเองครับ

เห็นแบบนี้แล้ว หัวหน้าหรือ HR ท่านไหนอยากพาทีมมาเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ทักแชทคุยกับแอดมินได้เลยนะครับ แอดมินพร้อมช่วยวางแผนการใช้พื้นที่ให้ตอบโจทย์ที่สุดครับ

สำหรับเพื่อนๆ ล่ะครับ อะไรคือ "เหตุผลอันดับ 1" ที่ทำให้ยังอยากตื่นไปทำงานที่เดิมอยู่ในทุกเช้า?คอมเมนต์บอกแอดมินหน่อย เดี๋ยวแอดช่วยวิเคราะห์ให้ 👇☕️✨

#การบริหารคน #มนุษย์ออฟฟิศ ้า **ce #พัฒนาตนเอง

กิจกรรมดีๆ ที่จัดกันทุกเดือนเพื่อคนรักหนังสือ ☕️📚ย้อนกลับไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ร้านเต็มไปด...
27/04/2026

กิจกรรมดีๆ ที่จัดกันทุกเดือนเพื่อคนรักหนังสือ ☕️📚

ย้อนกลับไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ร้านเต็มไปด้วยพลังงานของการแบ่งปันที่ยอดเยี่ยมมากครับ แอดมินต้องขอขอบพระคุณทางทีมงานและสมาชิก Book Club จากเพจ Noppadol's Story เป็นอย่างสูงนะครับ ที่ให้เกียรติเลือกใช้พื้นที่ของ Clazy Cafe’ เป็นสถานที่รวมตัวเพื่อล้อมวงพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองจากหนังสือดีๆ ร่วมกันอีกครั้ง

บอกเลยว่าการได้เห็น Community ที่เข้มแข็งมารวมตัวกันเพื่อ "ส่งต่อความรู้" ท่ามกลางกลิ่นกาแฟ เป็นภาพที่ฮีลใจทีมงาน Clazy Cafe’ มากครับ แอดมินแอบประทับใจในทุกบทสนทนาที่สะท้อนถึงการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ซึ่งตรงกับความตั้งใจของร้านเราที่อยากเป็น Learning S**ce ที่ช่วยจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ให้กับทุกคนเสมอครับ ✨

หากกลุ่มคนรักหนังสือ หรือเพจไหนกำลังมองหาพื้นที่ปลอดภัยในการแชร์ไอเดียแบบนี้ ทักแชทมาคุยกับแอดมินได้เลยนะครับ แอดมินยินดีต้อนรับและพร้อมเตรียมเมนูโปรดไว้รอรับนักอ่านทุกคนเลย

ขอบคุณชาว Book Club อีกครั้งนะครับ แล้วพบกันใหม่ที่ Clazy Cafe’ ครับผม 📖☕️

**ce #คนรักหนังสือ #พื้นที่จัดกิจกรรม ้า #พัฒนาตนเอง

(Onsite - Online Available) What’s the Leadership Secret Sauce? Of JCI Bangkok x JCI Manchester 🇹🇭🇬🇧🗓️Sunday 26 APR 26🕑T...
26/04/2026

(Onsite - Online Available)
What’s the Leadership Secret Sauce?
Of JCI Bangkok x JCI Manchester 🇹🇭🇬🇧

🗓️Sunday 26 APR 26
🕑Thai 2.00 - 3.30 PM

Join our special talk session to discover
- IPP "recipes" behind 2025’s success
- LP Unlock the 2026 strategic vision
- Members of 2 continents exchange ideas for collaborate 🌍✨

📢Speakers:
🇬🇧 Abigail Noonan - 2026 Local President, JCI Manchester
🇬🇧 Matt Powell - Immediate Past President, JCI Manchester
🇹🇭 Witchaya Wongwai - Immediate Past President, JCI Bangkok
🇹🇭 Nattapat Channgarm - 2026 Local President, JCI Bangkok

👑Chairperson: SG Sirinapa Taweepongpinyo
🎤 MC: VP Jeerameth Klomsing

🌟🌟🌟 Hybrid 🌟🌟🌟
Online: GG Meet https://meet.google.com/oez-brxn-cyf
Onsite : Clazy Cafe' (Bangkok) https://maps.app.goo.gl/ECYQU4JofMVsJpi28

(อ่าน 3 นาที)☕️🤖 วันนี้แอดมินหยิบประเด็นร้อนที่หลายคนแอบกังวลมาฝากครับ นั่นคือเรื่อง "AI กับความมั่นคงในอาชีพ" ในปี 2026...
24/04/2026

(อ่าน 3 นาที)
☕️🤖 วันนี้แอดมินหยิบประเด็นร้อนที่หลายคนแอบกังวลมาฝากครับ นั่นคือเรื่อง "AI กับความมั่นคงในอาชีพ" ในปี 2026 นี้ เราเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า AI ไม่ได้มาเล่นๆ แต่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทั่วโลก

แอดมินไปรวบรวมข้อมูลจากรายงานที่น่าเชื่อถือระดับโลก (เช่น Goldman Sachs และ World Economic Forum) มาสรุปให้ดูแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าอาชีพไหนที่มีโอกาสได้รับผลกระทบสูงที่สุดครับ

📊 Ranking อาชีพที่ AI เข้ามา "ช่วยทำงาน" (หรือแทนที่) มากที่สุด
ตัวเลขนี้อ้างอิงจาก สัดส่วนของงานที่สามารถใช้ AI ทำแทนได้ทั้งหมด นะครับ

1. งานสนับสนุนธุรการและงานออฟฟิศ (Office & Admin Support) 46%
✅AI เก่งมากเรื่องการคีย์ข้อมูล ประสานงานนัดหมาย และจัดทำเอกสาร ทำให้ตำแหน่งเหล่านี้โดนกระทบเป็นอันดับ 1

2. งานด้านกฎหมาย (Legal) 44%
✅งานวิจัยเอกสารทางกฎหมาย การร่างสัญญามาตรฐาน หรือการไล่เช็กข้อบังคับ AI ทำได้ไวกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว

3. งานด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม (บางส่วน) 37%
✅การคำนวณโครงสร้างพื้นฐานหรือการออกแบบแปลนเบื้องต้นเริ่มถูก AI เข้ามาจัดการได้มากขึ้น

4. งานด้านการเงินและการบัญชี (Business & Financial Operations) 35%
✅การทำบัญชีพื้นฐาน ตรวจสอบทุจริต และวิเคราะห์ตัวเลขสถิติคือของถนัดของ AI เลยครับ

💡 แต่อย่าเพิ่งตกใจไปครับ! ในวิกฤตยังมีโอกาส
งานวิจัยระบุชัดเจนว่า "AI ไม่ได้ทำให้งานหายไปทั้งหมด แต่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงาน โดยมีเพียง "7% ของอาชีพ อาจถูกแทนที่โดยสมบูรณ์
63% ของอาชีพ จะกลายเป็น "ทำงานร่วมกับ AI" (ใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ)

และ 30% ของอาชีพ แทบไม่โดนผลกระทบเลย (โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ทักษะทางกายภาพหรือความเข้าอกเข้าใจระดับสูง)

เพื่อนๆ คิดว่าในสายงานตัวเอง AI เริ่มเข้ามามีบทบาทแค่ไหนแล้ว? คอมเมนต์บอกแอดมินหน่อย เดี๋ยวแอดช่วยเช็กให้ว่ามีเครื่องมือ AI ตัวไหนช่วยทุ่นแรงได้บ้าง ☕️⚡️

#อาชีพในอนาคต #มนุษย์ออฟฟิศ ้า **ce #พัฒนาตนเอง

(อ่าน 3 นาที)สวัสดีครับทุกคน เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมหัวหน้าบางคนถึงทำให้ทีม "พุ่งทะยาน" ได้แบบติดเทอร์โบ ในขณะที่บางทีมก...
23/04/2026

(อ่าน 3 นาที)
สวัสดีครับทุกคน เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมหัวหน้าบางคนถึงทำให้ทีม "พุ่งทะยาน" ได้แบบติดเทอร์โบ ในขณะที่บางทีมกลับวนอยู่ในอ่าง? วันนี้แอดมินไปรวบรวมข้อมูลและงานวิจัยด้านการบริหารจัดการ ในยุคปัจจุบันมาสรุปให้ฟังครับ

บอกเลยว่าโลกปี 2026 นี้ ทักษะ "สั่งการ" อย่างเดียวมันไม่พอแล้วครับ ผู้บริหารและหัวหน้าทีมระดับ Top ที่นำพาคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มักจะมีทักษะหลักๆ ที่เหมือนกันแบบเป๊ะๆ

📊 3 ทักษะ "ตัวท็อป" ของหัวหน้ายุคใหม่

1. Empathy & Psychological Safety (60% - 80%)
จากสถิติของ *Project Aristotle* (โดย Google) พบว่าหัวหน้าทีมที่มีทักษะ "การรับฟังและเห็นอกเห็นใจ" สูง จะช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้ทีมกล้าปล่อยของครับ เมื่อคนในทีมไม่กลัวที่จะพลาด ผลงานจะออกมาดีกว่าเดิมถึง 80% เพราะเขาใช้พลังงานไปกับการ "สร้างสรรค์" แทนที่จะใช้ไปกับการ "ระแวง" ครับ

2. Adaptive Communication ทักษะการสื่อสารที่ยืดหยุ่น
หัวหน้ายุคใหม่ไม่ได้ใช้คำสั่งเดียวกับทุกคนครับ แต่พวกเขามีทักษะในการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารให้เข้ากับคนแต่ละ Gen และแต่ละสไตล์งาน ทักษะนี้ช่วยลดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในทีมได้มากกว่า 50% เลยทีเดียว

3. Decision-Making Data Literacy ทักษะการตัดสินใจด้วยข้อมูล
หมดยุค "ใช้กามเทพนำทาง" หรือใช้แค่สัญชาตญาณครับ ผลสำรวจพบว่าหัวหน้าที่สามารถ ตีความข้อมูลและตัดสินใจอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ทีมทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 20-30% เพราะทุกคนในทีมจะเห็นภาพชัดว่าเราเหนื่อยไปเพื่ออะไร และสิ่งที่ทำอยู่มีหลักฐานรองรับครับ

💡 อยากอัปสกิลการบริหาร
แอดมินบอกเลยว่าการมีทักษะเหล่านี้ เริ่มต้นได้จากการมี "พื้นที่" ในการพูดคุยและเปลี่ยนบรรยากาศครับ ที่ Clazy Cafe'เราพร้อมซัพพอร์ตหัวหน้าทีมทุกคน

✅พื้นที่ประชุมทีม จะแบบ Private หรือแบบกึ่งทางการ เราจัดให้ได้หมด
✅ บรรยากาศกระตุ้นไอเดีย เปลี่ยนจากห้องสี่เหลี่ยมในออฟฟิศ มาเป็นกลิ่นกาแฟหอมๆ ช่วยให้เปิดใจคุยกันง่ายขึ้นเยอะ

ใครที่กำลังมองหาพื้นที่มาทำ Workshop หรือประชุมทีมเพื่ออัปเกรดประสิทธิภาพ ทัก Inbox มาคุยกับแอดมินได้เลยนะครับ แอดมินมีข้อเสนอพิเศษสำหรับกลุ่มคนวัยทำงานเสมอ

#ทักษะผู้บริหาร #ประสิทธิภาพการทำงาน #มนุษย์ออฟฟิศ ้า **ce #พัฒนาตนเอง

(อ่าน 4 นาที) บริหารธุรกิจยังไงให้เติบโตในยุค AI?    เมื่อความ “ไม่แน่นอน” คือโจทย์ใหม่ที่เราต้องแก้ 🚀ไม่ว่าคุณจะมองเรื่...
22/04/2026

(อ่าน 4 นาที)
บริหารธุรกิจยังไงให้เติบโตในยุค AI? เมื่อความ “ไม่แน่นอน” คือโจทย์ใหม่ที่เราต้องแก้ 🚀


ไม่ว่าคุณจะมองเรื่องจริยธรรมของ AI ไว้แบบไหน สิ่งที่ชัดสุดในตอนนี้คือ เทคโนโลยีนี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน

แม้ช่วง 2-3 ปีมานี้ กระแส LLM (Large Language Model) จะดูหวือหวาและก้าวกระโดดมาก แต่จริงๆ แล้วรากฐานของ AI เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1950 จากงานวิจัย "Computing Machinery and Intelligence" ของ Alan Turing เช่นนี้ความตื่นตาตื่นใจที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มันไม่ใช่จุดเริ่มต้น แต่เป็น "จุดตกผลึก" ของนวัตกรรมที่สั่งสมมานานแล้วต่างหาก

ซึ่งการจะอยู่รอดในยุคนี้ได้ เราต้องเข้าใจก่อนว่า AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ใหม่จริงๆ คือ “LLM AI” และธรรมชาติของ "ของใหม่เอี่ยม" แบบนี้คือมันจะเปลี่ยนแปลงเร็วมากจนกว่าจะหาจุดที่ลงตัวเจอ ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วง "ลองผิดลองถูก"

โดย LLM AI จะเข้ามาแทรกซึมอยู่ในงานของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่าอนาคตจะเป็นยังไง เพราะนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา และความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจก็ยังเปลี่ยนไปมา

จากงานวิจัยของ Diego Comin และ Bart Hobijn ที่ระบุว่าเทคโนโลยีใหม่ต้องใช้เวลาถึง 45 ปี กว่าจะเปลี่ยนจาก "แค่มีให้ใช้" กลายเป็น "เครื่องมือที่สร้างผลผลิตจริงจัง"

AI เองก็อาจจะก้าวข้ามจุดนั้นไปได้ด้วย LLM แต่ตัวมันเองในตอนนี้ยังถือว่าห่างไกล เมื่อเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะอยู่รอดจนเป็นมาตรฐานใหม่ หรือจะหายไปเหมือนแผ่น DVD Blu-ray ในอดีต หรือสุดท้ายจะกลายเป็นสิ่งที่กลมกลืนจนเราลืมไปว่ามันมีอยู่จริง เหมือนหน้าจอสัมผัส (Touchscreen) ที่ใช้กันทุกวันนี้

แน่นอนว่าคลื่นความเปลี่ยนแปลงยังไม่ได้มีแค่ LLM เพราะยักษ์ใหญ่เขากำลังซุ่มทำอย่างอื่นด้วย เช่น Google Deep Mind ที่ทำ World Model AI หรือ Nvidia ที่เน้น Physical AI แม้แต่สตาร์ทอัพของ Yann LeCun (ตัวพ่อวงการ AI จาก Meta) ก็กำลังพัฒนาโมเดลที่เข้าใจโลกทางกายภาพจริงๆ ดังนั้น LLM ที่เราฮือฮากันอยู่ เป็นแค่ "เศษเสี้ยวเดียว" ของโลก AI เท่านั้นเอง


“ความท้าทายที่ธุรกิจต้องเจอ”

- เรื่องนี้ทำให้หลายธุรกิจตกที่นั่งลำบาก เพราะเราคงคาดหวังให้ทุกบริษัทกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ไม่ได้ แต่ AI ก็จะเข้ามามีบทบาทในเกือบทุกอุตสาหกรรมอยู่ดี แล้วเราจะวางแผนลงทุนกับสิ่งที่ทั้งซับซ้อนและคาดเดายากแบบนี้ได้ยังไง?

1) อย่าสร้างบ้านบนทรายดูด

- ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า แพลตฟอร์ม AI ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเปลืองทรัพยากรหรือขาดทุนอยู่มาก แม้จะมีเงินลงทุนมหาศาลแค่ไหนก็ตาม และนี่คือจุดที่อันตราย เพราะถ้าคุณสร้างธุรกิจโดยพึ่งพิงแค่บริการจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ คุณก็ต้องแบกรับความเสี่ยงไปกับเขาด้วย

2) ยิ่งสำเร็จ ยิ่งเสี่ยง

- เพราะยิ่งมีคนใช้ AI เยอะ แพลตฟอร์มก็ยิ่งเสียเงินค่าประมวลผลเยอะตามไปด้วย กลายเป็นว่ายิ่งเทคโนโลยีดูจะไปได้สวย ผู้ให้บริการกลับต้องรีบ "จำกัดการใช้งาน" เพื่อคุมต้นทุนซะอย่างนั้น

3) ทางออกสำหรับธุรกิจ 🏜️

- เราไม่สามารถฝากอนาคตธุรกิจไว้กับแพลตฟอร์ม AI อย่างเดียว หรือรอปาฏิหาริย์ให้เขาทำกำไรได้โดยไม่มาขูดรีดเราทีหลัง เพราะแท้แล้วเราไม่จำเป็นต้องใช้ AI รุ่นที่ล้ำหรือแพงที่สุดเสมอไป เมื่อปัจจุบันมีโมเดลแบบ Open Source ที่เก่งๆ และรันบนเครื่องของเราเองได้เยอะมาก

อย่างตอนต้นปีผมเพิ่งทึ่งกับ Qwen 3.5 ของ Alibaba ไม่กี่เดือนต่อมา Gemma 4 ของ Google ก็มาอีก ตัวเลือกมีเพียบโดยที่เราไม่ต้องไปเสี่ยงดวงกับกระเป๋าตังค์ของคนอื่นเลย

ฉะนั้นคำถามก่อนลงทุนกับ AI คือ ธุรกิจคุณกำลังแก้ปัญหาอะไร? 💡

"เรามีปัญหาอะไรที่เมื่อก่อนแก้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ AI ช่วยได้?" คุณไม่จำเป็นต้องเอา AI เข้ามาเพียงเพื่อให้ดูทันสมัย แต่มันคือการหยิบ "ความสามารถใหม่" มาใช้ให้เป็น ต้องไม่ลืมว่าความสามารถใหม่ มาพร้อมความเสี่ยงใหม่เสมอ

เหมือนตอนที่โลกเริ่มมีรถยนต์ ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ต้องรีบซื้อรถทันที แต่มันมาพร้อมกับต้นทุนใหม่ๆ และความรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย กว่าบริษัทต่างๆ จะหาวิธีใช้รถให้คุ้มค่าและทำกำไรได้ ก็ต้องผ่านบทเรียนความผิดพลาดมานับไม่ถ้วน

คุณจะเลือกเรียนรู้แบบเจ็บตัวด้วยการซื้อแบบครอบจักรวาลมาลองสุ่มไปเรื่อยๆ หรือจะเลือกทางที่ฉลาดกว่า คือเริ่มจาก "โจทย์ของธุรกิจ" ก่อน

ในยุค AI แบบนี้ ธุรกิจต้อง “ไม่ซื้อ”

❌ เทคโนโลยีแค่เพราะกลัวตกกระแส (FOMO)
❌ ฟีเจอร์ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของเรา
❌ ถ้ายังไม่รู้ชัดๆ ว่าจะเอามาแก้โจทย์ไหน?

สิ่งที่ต้องการคือ "พาร์ตเนอร์" ที่เข้าใจธุรกิจของคุณอย่างลึกซึ้ง และช่วยคัดกรองเทคโนโลยีที่คุ้มค่าและปลอดภัย เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับธุรกิจหลักที่สร้างรายได้จริงๆ

จดจ่ออยู่กับความเป็นจริงครับ อย่าเพิ่งหลงไปกับกระแสที่ปรุงแต่งจนเกินไป (Hype) แต่ก็อย่าเพิกเฉยต่อความก้าวหน้า เพราะมันจะส่งผลกับพวกเราทุกคนแน่นอน

เขียนโดยคุณ: Worayud Laisuwan, APAC Best SEO Finalist, GEO/AEO Expert & Iconoclast

Partner Content by คุณแคน จากเพจ Side Stories

#การตลาด

(อ่าน 3 นาที) สวัสดีครับทุกคน ☕️วันอาทิตย์เย็นๆ แบบนี้ ... สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครกำลังนั่งถอนหายใจทิ้งอยู่บ้าง? แอดมินจะบอ...
19/04/2026

(อ่าน 3 นาที) สวัสดีครับทุกคน ☕️
วันอาทิตย์เย็นๆ แบบนี้ ... สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครกำลังนั่งถอนหายใจทิ้งอยู่บ้าง? แอดมินจะบอกว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็นแบบนี้ครับ เพราะอาการ "Monday Blues" หรืออาการเซ็งวันจันทร์เนี่ย มีตัวเลขยืนยันว่าเป็นกันทั่วโลก

จากงานวิจัยของ YouGov และผลสำรวจในหลายประเทศ ระบุว่า คนวัยทำงานกว่า 70-80% ยอมรับว่าเคยเผชิญกับอาการ Monday Blues โดยเฉพาะช่วงเย็นวันอาทิตย์ ที่ความกังวลเรื่องงานจะเริ่มทำงาน

แถมงานวิจัยจาก Lehigh University ยังบอกด้วยว่า ประสิทธิภาพการทำงานในวันจันทร์มักจะต่ำที่สุดในสัปดาห์ เพราะสมองเราต้องใช้พลังงานมหาศาลในการ "เปลี่ยนโหมด" จากพักผ่อนกลับมาเป็นโหมดทำงานนั่นเองครับ

🌈 แต่! ทำไมบางคนถึงมีความสุขในวันจันทร์หรือไม่ได้รับผลจากอาการเหล่านี้ล่ะ ?
ในขณะที่คนส่วนใหญ่เซ็ง แต่อีกประมาณ 20% ที่เหลือเขามีเคล็ดลับครับ แอดมินสรุป 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้คนกลุ่มนี้มีความสุขกับการไปทำงานมาให้แล้ว:
1. Job Autonomy (มีอำนาจตัดสินใจ)
งานวิจัยพบว่า คนที่สามารถเลือกวิธีทำงาน หรือจัดลำดับความสำคัญของงานได้เอง (มีอิสระในระดับหนึ่ง) จะรู้สึกกดดันน้อยกว่าคนที่ต้องทำตามคำสั่งเป๊ะๆ ตลอดเวลาครับ

2.Social Connection (มีเพื่อนคู่คิด)การมี "เพื่อนสนิทในที่ทำงาน" คือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ เลยครับ การได้ไปเจอคนที่คุยกันรู้เรื่อง ได้หัวเราะด้วยกันตอนพักเที่ยง ช่วยเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นพื้นที่ที่น่าไปมากขึ้นเยอะ

3. Meaningful Work (เห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ)
เมื่อเรารู้ว่างานที่ทำอยู่ "ส่งผลดีต่อใคร" หรือ "สำคัญอย่างไร" สมองจะหลั่งสารความสุขออกมามากกว่าการทำงานเพื่อแลกเงินเดือนไปวันๆ ครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายคนออกจากอาการ Monday Blues กันได้บ้างนะครับ ยิ้มแย้มรับวันทำงานหลังหยุดยาวกัน 😁😁🥲🥲😁😁😁

สู้เขานะครับชาวออฟฟิศทุกคน ⚡️☕️

#งานวิจัย #ความสุขคนทำงาน #มนุษย์ออฟฟิศ ้า **ce #พัฒนาตนเอง

งานExclusive หรือ Fan Meet เราก็จัดได้นะ ☕️🎸เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ร้านอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงดนต...
12/04/2026

งานExclusive หรือ Fan Meet เราก็จัดได้นะ ☕️🎸

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ร้านอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงดนตรีที่เพราะจับใจจริงๆ ครับ แอดมินต้องขอขอบคุณกิจกรรม “พร้อม Presented by เอ้ พร้อมพงศ์" ที่เลือกใช้พื้นที่ของ Clazy Cafe’ เป็นสถานที่เปิดตัว Single & MV เพลงใหม่ล่าสุดอย่าง "พร้อม" ครับ

งานวันนั้นผ่านไปด้วยดีและอบอุ่นมากๆ แอดมินเห็นความตั้งใจของคุณเอ้ และพลังความรักจากแฟนคลับทุกท่านที่เดินทางมาให้กำลังใจกันจนเต็มร้านแล้วประทับใจสุดๆ ขอบคุณแฟนคลับทุกท่านจากหัวใจนะครับที่มาร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ทำให้ Clazy Cafe’ กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสุขตลอดทั้งวัน

ใครมีโปรเจกต์อยากปล่อยของ หรืออยากจัดงานอบอุ่นแบบนี้ ทักแชทมาคุยกับแอดมินได้เลยนะครับ แอดมินพร้อมดูแลเต็มที่เลย

ยินดีกับผลงานใหม่ของคุณเอ้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ที่ Clazy Cafe’ ครับผม🙏✨
ติดตาม MV เพลง ที่ https://youtu.be/uIw7TYw_gVc?si=4heaAAOe1JTT5Crh

#พร้อม #เอ้พร้อมพงศ์ **ce ้า #พื้นที่จัดกิจกรรม **ceForRent

สวัสดีครับทุกคน ☕️💦แอดมินขออนุญาตมาแจ้งวันหยุดสงกรานต์นะครับ  โดยทางร้านหยุดตั้งแต่วันที่ 13 - 16 เมษายนนี้ครับแอดมินขอฝ...
12/04/2026

สวัสดีครับทุกคน ☕️💦
แอดมินขออนุญาตมาแจ้งวันหยุดสงกรานต์นะครับ โดยทางร้านหยุดตั้งแต่วันที่ 13 - 16 เมษายนนี้ครับ

แอดมินขอฝากความห่วงใยถึงทุกคน
พักผ่อนให้เต็มอิ่มชาร์จแบตตัวเองให้เต็มที่
กินดื่มแต่พอดี เที่ยวให้สนุกแต่ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
เดินทางปลอดภัยไปไหนมาไหนขอให้ราบรื่นไร้กังวล

ขอให้มีความสุขกับครอบครัวและคนที่รักกันมากๆ นะครับ
แล้วพบกันใหม่ วันพุธที่ 17 เมษายน 2569 ครับผม 🙏✨

#วันหยุดสงกรานต์ ้า #เดินทางปลอดภัย

🌟 กิจกรรมดีๆ ที่ชวนคุณมาเป็น Creator หน้าใหม่ครับ เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ร้านคึกคักไปด้วยพลังงาน...
11/04/2026

🌟 กิจกรรมดีๆ ที่ชวนคุณมาเป็น Creator หน้าใหม่ครับ

เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ร้านคึกคักไปด้วยพลังงานของเหล่า "ว่าที่ครีเอเตอร์" หน้าใหม่ไฟแรงมากครับ! แอดมินต้องขอขอบพระคุณทีมงาน SPI Creators Club เป็นอย่างสูงนะครับ ที่เลือกใช้พื้นที่ของ Clazy Cafe’

กับกิจกรรม "Easy Content New Creators" เวิร์คชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับการปั้นตัวตนและสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจในยุคนี้ ตั้งแต่การหาจุดเด่นของตัวเอง ไปจนถึงเทคนิคการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง บรรยากาศวันนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวใจของการเริ่มต้นใหม่

ซึ่งตรงกับความตั้งใจของร้านเราที่อยากเป็น Learning S**c ที่ซัพพอร์ตให้ทุกคนกล้าก้าวออกจากเซฟโซนมาทำตามความฝันครับ 🙏

💡ใครที่กำลังมองหาพื้นที่จัด Workshop สายครีเอทีฟ หรือกิจกรรมรวมพลคนทำคอนเทนต์อยู่?

ที่ Clazy Cafe’ เราเซตพื้นที่มาเพื่อคนทำงานสายสร้างสรรค์โดยเฉพาะ หากกลุ่มไหน หรือ Community ไหน อยากหาพื้นที่จัดกิจกรรมอัปสกิลดีๆ แบบนี้ ทักแชทมาคุยกับแอดมินได้เลยนะครับ แอดมินยินดีช่วยจัดเตรียมสถานที่และเตรียมเครื่องดื่มสูตรพิเศษไว้รอรับเหล่าครีเอเตอร์ทุกคน

ขอบคุณทีม SPI Creator Club และ New Creator ทุกท่านนะครับ แล้วพบกันใหม่ที่ Clazy Cafe’ นะครับ☕️

#ปั้นช่อง **ce #พื้นที่จัดกิจกรรม ้า #พัฒนาตนเอง

วันจันทร์แบบนี้ หลายคนคงเริ่มโหมด "ร่างทอง" แบกความรับผิดชอบกองโตไว้บนบ่า วันนี้แอดมินอยากชวนทุกคนมาสวมวิญญาณ "เด็กน้อย"...
06/04/2026

วันจันทร์แบบนี้ หลายคนคงเริ่มโหมด "ร่างทอง" แบกความรับผิดชอบกองโตไว้บนบ่า
วันนี้แอดมินอยากชวนทุกคนมาสวมวิญญาณ "เด็กน้อย" ในตัวคุณดูครับ เพราะการปล่อยให้ตัวเองมีความสุขแบบเด็กบ้าง ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่เป็นกลยุทธ์ชั้นยอดในการดูแลสุขภาพจิตที่มีงานวิจัยรองรับด้วยนะ

🎨 ทำไม "Playfulness" ถึงจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่?

มีงานวิจัยจาก University of Zurich ระบุว่าผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกขี้เล่นจะมีระดับความเครียดสะสมต่ำกว่า และมีความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่าครับ เพราะการ "เล่น" ช่วยกระตุ้นการหลั่ง Endorphins และลด Cortisol
ได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดีของการดึงความเป็นเด็กกลับมา
💖 Breaking the Pattern
การทำอะไรที่ "ไม่เป็นเหตุเป็นผล" บ้าง ช่วยให้สมองส่วนหน้าที่ทำงานหนักกับการตัดสินใจได้หยุดพักชั่วคราว
💖 Creative Spark
เด็กๆ มักไม่มีกรอบ การกลับไปเล่นหรือทำกิจกรรมที่ชอบในวัยเด็ก ช่วยเปิดประตูความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกล็อกไว้ด้วยตรรกะของผู้ใหญ่ครับ
💖 Resilience
เด็กๆ ล้มแล้วลุกไว เพราะเขาโฟกัสที่ความสนุกมากกว่าผลลัพธ์ การคิดแบบเด็กช่วยให้เรารับมือกับความล้มเหลวในงานได้ยืดหยุ่นขึ้นครับ

🧸 ที่นี้แอดมินอยากชวนเพื่อนๆ มาลองทำ 3 สิ่งนี้... เพื่อปลุกเด็กในตัวคุณดู
🤓Doodling (วาดรูปเล่น)
ลองหยิบกระดาษโน้ตมาวาดรูปยุกยิกตอนคิดงานไม่ออก ไม่ต้องสวย แค่ให้มือได้ขยับตามใจสั่งพอครับ
🤓 Childhood Hobby
กลับไปแตะสิ่งที่เคยชอบ เช่น ต่อเลโก้, อ่านการ์ตูนเล่มละบาท, หรือเล่นบอร์ดเกมง่ายๆ กับเพื่อน
🤓Curiosity (ช่างสงสัย)
ลองตั้งคำถามว่า "ทำไม?" กับเรื่องรอบตัวแบบเด็กๆ แทนที่จะยอมรับทุกอย่างตามความเคยชิน

แอดมินเชื่อว่าเราไม่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ที่เคร่งขรึมตลอดเวลาก็ได้ครับ แค่เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานเก่งและยัง "เล่น" เป็นด้วย... ก็น่าจะมีความสุขกว่าเยอะเลยว่าไหม?
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ กิจกรรมไหนที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กที่สุด? คอมเมนต์บอกแอดมินหน่อย เดี๋ยวแอดจะลองทำตามบ้าง! 👇🍭☕️

#ความสุขง่ายๆ #มนุษย์ออฟฟิศ #พื้นที่สร้างสรรค์ ้า **ce #พัฒนาตนเอง

เคยไหมครับ....อยู่ในเมือง แต่ยังรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างไม่มีสาเหตุ☕️🏙️วันนี้แอดมินอยากชวนคุยเรื่องซีเรียสที่แฝงตัวอยู่ในไลฟ...
03/04/2026

เคยไหมครับ....อยู่ในเมือง แต่ยังรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างไม่มีสาเหตุ☕️🏙️

วันนี้แอดมินอยากชวนคุยเรื่องซีเรียสที่แฝงตัวอยู่ในไลฟ์สไตล์คนเมือง นั่นคือ "ความยากของการสร้าง Community" ในยุคที่เราเชื่อมต่อกันผ่าน Wi-Fi แต่ตัดขาดกันด้วยกำแพงที่มองไม่เห็นครับ

🧱 ทำไมคนเมืองถึง "ไม่อยากสบตา" กัน?
มีงานวิจัยด้านจิตวิทยาสังคมที่น่าสนใจเรื่อง "Urban Overload Hypothesis" ของ Stanley Milgram อธิบายไว้ครับว่า คนในเมืองใหญ่ต้องเผชิญกับสิ่งกระตุ้นที่มากเกินไป ทั้งเสียงรถ แสงไฟ และผู้คนมหาศาล สมองเราเลยสร้างกลไกป้องกันตัวด้วยการ "ปิดรับ" และ "รักษาระยะห่าง" (Social Withdrawal) เพื่อไม่ให้เหนื่อยล้าจนเกินไป

ผลที่ตามมาคือเรากลายเป็น "คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย" นั่งข้างกันแต่ไม่กล้าทักทาย เพราะลึกๆ เรากลัวการถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว หรือกลัวความยุ่งยากที่จะตามมาจากการปฏิสัมพันธ์ครับ

💡 การเริ่มสร้าง Community แบบ "Low Stakes"
แอดมินเชื่อว่าเราไม่ต้องฝืนทลายกำแพงทั้งหมดครับ แต่เราเริ่มสร้างพื้นที่ที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะเชื่อมต่อกันได้ผ่านวิธีเหล่านี้

👍เป้าหมายร่วม
การมีกิจกรรมตรงกลาง เช่น Book Club, บอร์ดเกม หรือ Workshop จะช่วยลดความประหม่า เพราะทุกคนโฟกัสที่ "สิ่งที่ทำ" ไม่ใช่ "ตัวบุคคล" ทำให้การเริ่มบทสนทนาเป็นไปอย่างธรรมชาติ

👍พื้นที่ปลอดภัย
การสร้างบรรยากาศที่อนุญาตให้คนเป็นตัวเอง ไม่ตัดสิน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จะช่วยให้คนกล้าถอดหน้ากากมนุษย์ออฟฟิศออกมาคุยกัน

👍บ้านหลังที่สาม
งานวิจัยของ Ray Oldenburg บอกว่ามนุษย์ต้องการพื้นที่ที่ไม่ใช่บ้าน (ที่ 1) และไม่ใช่ที่ทำงาน (ที่ 2) แต่เป็นที่ที่เราสามารถพบปะผู้คนได้โดยไม่มีพันธะผูกพัน

นั่นคือเหตุผลที่แอดมินตั้งใจปั้น Clazy Cafe' ให้เป็นมากกว่าแค่ร้านกาแฟครับ แอดมินพยายามสร้างบรรยากาศที่ "เปิดกว้าง" ให้ทุกคนได้ลองก้าวออกมาจาก Safe Zone ของตัวเองทีละนิด ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมล้อมวงคุย หรือการเปิดพื้นที่ให้คนมาแลกเปลี่ยนไอเดียกัน

แอดมินอยากให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยลดระยะห่างของคนเมือง และเปลี่ยน "ความโดดเดี่ยว" ให้กลายเป็น "แรงบันดาลใจ" ร่วมกันนะครับ

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดเวลาต้องทำความรู้จักเพื่อนใหม่ในกรุงเทพฯ? คอมเมนต์ระบายกับแอดมินได้นะ แอดมินพร้อมรับฟังเสมอครับ👇☕️

#จิตวิทยาคนเมือง #พื้นที่สร้างสรรค์ ้า **ce #พัฒนาตนเอง

ที่อยู่

899 Phahonyothin Road, Phaya Thai District, Phaya Thai Sub-district
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 19:00
อังคาร 08:00 - 19:00
พุธ 08:00 - 19:00
พฤหัสบดี 08:00 - 19:00
ศุกร์ 08:00 - 19:00
เสาร์ 08:00 - 19:00
อาทิตย์ 08:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621112100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Clazy Cafe'ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Clazy Cafe':

แชร์

ประเภท