MOCK UP TEST PAGE

MOCK UP TEST PAGE Supplements company

21/04/2025

> test test สวัสดี
>

📣 Wisible New Feature Update – ต้อนรับการกลับมาทำงานหลังสงกรานต์!ทีมงาน Wisible หวังว่าทุกท่านจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ใน...
16/04/2025

📣 Wisible New Feature Update – ต้อนรับการกลับมาทำงานหลังสงกรานต์!
ทีมงาน Wisible หวังว่าทุกท่านจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ 💦 และพร้อมกลับมาลุยงานกันอย่างสดชื่น!
เพื่อเริ่มต้นไตรมาสใหม่อย่างราบรื่น เราขอส่งฟีเจอร์ใหม่มาให้ใช้งานกันทันที 🎉

- Company Seal (ตราประทับบริษัท) -
☑️ เพิ่มฟีเจอร์ “ตราประทับบริษัท” บนหน้าใบเสนอราคา เพื่อความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

💬 หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่มีการ Custom ใบเสนอราคา หากต้องการใช้งานฟีเจอร์นี้ สามารถติดต่อทีม Support ของเราได้เลยค่ะ

🔧 วิธีการใช้งานฟีเจอร์ Company Seal
1. ไปที่เมนู Menu
2. เลือกหัวข้อ Configuration
3. เลือกหัวข้อ Logo&Address
4. อัปโหลดไฟล์รูปภาพตราประทับ (รองรับ .PNG / .JPG)
5. เมื่อสร้างใบเสนอราคาใหม่ ระบบจะแสดงตราประทับโดยอัตโนมัติ
📽️ คลิปสาธิตการใช้งานแบบสั้นๆ คลิกที่นี่: ตามไฟล์แนบด้านล่างค่ะ�

📌 หากพบปัญหาในการใช้งาน หรือมีข้อสงสัยใดๆ สามารถแจ้งทีมงานได้ทันทีค่ะ ทีมเราพร้อมช่วยเหลือและแก้ไขอย่างเต็มที่

💡 Wisible ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของลูกค้า เพราะเสียงของคุณคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยให้เราเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ฟีเจอร์ใหม่ๆ หลายรายการ ล้วนเกิดจากคำแนะนำดีๆ จากลูกค้าทุกท่าน ทีมงาน Wisible ขอขอบคุณทุก Feedback ที่ส่งเข้ามาเสมอค่ะ
ขอบคุณที่ไว้วางใจ Wisible และหวังว่าฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยให้การทำงานของคุณสะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ❤️

09/02/2024

asdasdasd

พลังของการเป็นผู้น้อยที่สู้ไม่ถอย "It's not the size of the dog in the fight, it's the size of the fight in the dog." - ...
04/12/2023

พลังของการเป็นผู้น้อยที่สู้ไม่ถอย


"It's not the size of the dog in the fight, it's the size of the fight in the dog." - Mark Twain


"มันไม่ได้อยู่ที่ขนาดของสุนัข แต่มันอยู่ที่ความมุ่งมั่นการต่อสู้ของสุนัข" - มาร์ค ทเวน นักเขียนชาวอเมริกัน


ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันเต็มไปด้วยความท้าทาย, สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ 'ความมุ่งมั่น' ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจไปสู่ชัยชนะเหนือคู่แข่ง ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่ใหญ่กว่าเพียงใดก็ตาม

"เราอาจไม่ใหญ่โตเท่าคู่แข่ง, แต่ถ้าเรามี 'ความอยากเอาชนะ' และ 'ความกระหายที่จะเรียนรู้ใหม่อยู่เสมอ' เชื่อจงมั่นในศักยภาพของตัวเอง


ขนาดไม่ใช่ข้อจำกัด, แต่เป็น 'เวทีแห่งโอกาส' ให้เราแสดงความสามารถและแสดงศักยภาพที่แท้จริง"


เมื่อเรามีความมุ่งมั่นแล้ว เครื่องมือทุ่นแรง ก็เป็นอีก1ตัวช่วยที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ในเมื่อเรามี Resource ที่น้อยกว่าคู่แข่ง เราจึงต้องสู้ให้ฉลาดกว่า


(drum roll...) 🥁


ขอแนะนำ Wisible ระบบ CRM ที่เข้าใจและแก้ปัญหาที่แก่น ช่วยให้ธุรกิจเอาชนะคู่แข่งที่ใหญ่กว่า ด้วยวิธีที่ฉลาดกว่า


แก้ปัญหาเรื่อง
"ลูกค้า ตกหล่น ติดต่อมาแล้วเซลล์ไม่ติดต่อกลับ" - ด้วยระบบเก็บลีดอัตโนมัติ พร้อมมอบหมายเซลให้ติดต่อกลับอัตโนมัติ


"ลูกค้าเก่าเลิกซื้อซ้ำ หันไปซื้อคู่แข่งแบบไม่รู้ตัว" - ด้วยระบบ ติดตามดีลลูกค้าซื้อซ้ำอัตโนมัติ


และปัญหาอื่นๆที่คุณอาจไม่รู้


พร้อมปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคุณแบบไร้ข้อจำกัด


เพราะเรารู้ดีว่า "ปัญหาของแต่ละธุรกิจ ไม่เหมือนกัน"


สำผัสความแตกต่างด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้


ปรึกษาปัญหาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
https://www.wisible.com/th/demo-request/


---

📌 ศึกษาข้อมูล Wisible CRM - Outsmart The Best
https://www.wisible.com/th/
📌 นัดหมาย Online Demo
http://bit.ly/3lJBHtL


04/12/2023
Outsmart คู่แข่งด้วย 'Offline Conversion Tracking' 😎"แคมเปญนี้ให้งบสิบล้านแต่ขอวัดผลด้วย Conversion (ยอดสั่งซื้อ) แทนที่...
16/11/2023

Outsmart คู่แข่งด้วย 'Offline Conversion Tracking' 😎


"แคมเปญนี้ให้งบสิบล้านแต่ขอวัดผลด้วย Conversion (ยอดสั่งซื้อ) แทนที่จะเป็น Reach, Engagement ได้ไหม?" หลายท่านอาจจะเคยเจอกับคำถามนี้


แต่ Lead Gen มาจากช่องทางออนไลน์แต่มาปิดการขายได้ในช่องทางออฟไลน์ แล้วจะวัดผลยังไง?


ยิ่งเป็นธุรกิจ B2B หรือ สินค้าที่มีราคาสูง ราคาเป็นหมื่นเป็นแสน จะให้ซื้อแบบเผลอ ๆ (impulse buying) เห็น Ad น่าสนใจ เห็นแม่ค้า live สดแล้วเคลิ้ม รูดบัตรจ่ายตังค์แบบไม่ทันคิด คงยากที่จะเกิดขึ้นกับ High Value Items เช่นนี้


และธุรกิจประเภทที่ขายของแพง เช่น รถยนต์ บ้าน โรงพยาบาล เสริมสวยศัลยกรรม จิวเวอรี่ ที่ลูกค้าจะซื้อของที ต้องขอคิดนาน ขอข้อมูลเยอะ ขอดูสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

🏠 ถ้าเป็น 'บ้าน' ก็ต้องขอนัด sales พอไปดูบ้าน (walk) ขอดูบ้านตัวอย่าง ขอเข้าไปสัมผัสบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

🚗 ถ้าเป็น'รถยนต์' ก็ต้องขอ test drive ขอคุยกับ sales ต่อรองโปรโมชั่น ของแถม ฟรีประกันชั้น 1 ชุดแต่ง etc.

🏥 ถ้าเป็น 'รพ' ก็ต้องขอนัด OPD ปรึกษาหมอสักรอบนึง ประเมินอาการ ระยะพักฟื้น


กระบวนการทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นบนโลกออฟไลน์ หลัง Online lead generation ทั้งสิ้น เป็น engagement (touch) ที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้า กับ brand ผ่านคน (sales, customer service, etc) เป็นหลุมดำที่ชาว Marketing มองเข้าไปไม่เห็น เข้าไปไม่ถึง


ทั้งการประชุมพูดคุยปรึกษา การเสนอราคา การเจรจาต่อรอง การ follow up - Activity พวกนี้มีแค่ sales กับลูกค้า สองคนเท่านั้นที่รู้ว่าคุยอะไรกัน


ระบบ Sales CRM ก็เลยถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อแก้โจทย์นี้ เพื่อดึงเอา customer profile data ที่อยู่ในหัวของทีม Sales อยู่ในกล่องนามบัตร อยู่ในสมุดจด ดึงออกมาเข้าสู่ฐานข้อมูลบนโลก Digital


สินค้าเสนอราคาไปเท่าไหร่ ให้ discount ไปกี่ % เสนอ payment term ไปกี่งวด ให้ credit term ไปกี่วัน แก้เอกสารไปแล้วกี่สิบครั้ง จากที่ผู้บริหารเคยตาบอด มองไม่เห็น ข้อมูลพวกนี้ต้องถูก convert from analog to digital แล้วยิงเข้าฐานข้อมูลให้หมด


ระบบ Sales CRM ทำงานเป็นคู่หูกับ Marketing Agency ที่ใช้ CDP ยิง Webhook เชื่อม API อะไรก็ว่าไป ส่งข้อมูล offline engagement, price, deal value, sales stage และที่สำคัญ conversion (ปิดการขายสำเร็จ) ไปให้ Agency รู้ เพื่อเชื่อมข้อมูลสองโลกเข้าด้วยกัน Marketing / Lead Gen บนโลก Online x Sales Engagement บนโลก Offline


คราวนี้ Agency ก็จะทลายกำแพงที่มองไม่เห็น ด้วยการ map customer data ดึงเอา offline sales engagement มาต่อจิ๊กซอร์ เห็น end-to-end customer journey ตั้งแต่ First Touch Engagement ยาวไปจนถึง Final Touch ที่ปิดการขายโดยทีม direct sales ได้สำเร็จ


พอผูก data กันเสร็จ ทีนี้ก็จะได้ Deep Insights ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น Ad ตัวไหน ที่ทำให้เกิดยอดสั่งซื้อสูงสุดและ Ad ตัวไหนไม่คุ้มกับที่ลงค่าโฆษณาไป

Example

Ad ตัวที่ 3 ของ Campaign 'Oct2023 Promotion' ที่ใช้ Artwork รูปท่านประธานใส่เสื้อสีฟ้ายืนยิ้มชูสองนิ้ว หันข้าง 60 องศา คู่กับรถ
ลงงบไป 2 ล้าน -> สร้าง Lead ได้ 1000 คน -> เป็น Hot Lead 100 คน
-> ติดต่อได้ 80 คน -> มา test drive 40 คน -> เสนอราคาไป 30 คน
-> เจรจาส่วนลด 15 คน -> วางจอง 10 คน -> กู้ผ่าน 5 คน
-> เซ็นสัญญา รับรถ 3 คน -> 3 คน x 1.5 ล้านต่อคัน = 4.5 ล้าน


โอเค ลงเงิน 2 ล้าน ได้กลับมา 4.5 ล้าน ROI คุ้มค่า Ad ตัวที่ 3 ได้ไปต่อ


พูดง่ายทำยาก แต่ทำได้ ต่อไปประสิทธิภาพของธุรกิจจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของ Software / Digital Product มากขึ้นเรื่อย ๆ รู้ก่อน ทำก่อน เชี่ยวชาญ ก่อนย่อมได้เปรียบ ยิ่งเรามี Resource น้อยยิ่งต้องใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และรู้ว่า ROI คุ้มกับที่ลงไปหรือไม่

---

📌 ศึกษาข้อมูล Wisible - CRM Platform
https://www.wisible.com/th/
📌 นัดหมาย Online Demo
http://bit.ly/3lJBHtL

Wisible. Outsmart the Competition.การเอาชนะคู่แข่งที่ใหญ่กว่า ต้องใช้วิธีที่ฉลาดกว่าอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: https://bi...
01/11/2023

Wisible. Outsmart the Competition.

การเอาชนะคู่แข่งที่ใหญ่กว่า ต้องใช้วิธีที่ฉลาดกว่า


อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: https://bit.ly/3seIqPV


คู่ค้าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและไว้วางใจกัน แต่ความสัมพันธ์เหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ ความไว้วางใจ และอำนาจต่อรอง


ในกรณีศึกษาของคู่ค้าธุรกิจที่แตกหัก ต่างฝ่ายต่างต้องการผลประโยชน์ แต่ตกลงกันได้ไม่ดีนัก ทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นเริ่มร้าวฉาน ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรงขึ้น


การเลิกสัญญาการทำธุรกิจร่วมกันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อฝ่ายหนึ่ง รายได้ของบริษัทลดลงแบบทวีคูณ


เพื่อพลิกสถานการณ์ ฝ่ายหนึ่งได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่และเดินหน้าทำการตลาดอย่างหนักหน่วงและใช้เครือข่ายการกระจายสินค้าที่มีอยู่ในการผลักดันแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาด


การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่ารายได้ลดลงครึ่งนึง (50%) แต่อัตรากำไรเพิ่มขึ้นจาก 1.6% เป็น 6.7% หรือเพิ่มขึ้น 3.8 เท่า


---
📌 ศึกษาข้อมูล Wisible - Outsmart the Competition
https://www.wisible.com/th/
📌 นัดหมาย Online Demo
http://bit.ly/3lJBHtL

ต่อจากโพสต์ก่อนหน้านี้เรื่อง "Leadนี้ท่านได้แต่ใดมา" วันนี้จะมาขยายเรื่อง Multi-touch attribution เพิ่มเติมMulti-touch a...
21/10/2023

ต่อจากโพสต์ก่อนหน้านี้เรื่อง "Leadนี้ท่านได้แต่ใดมา"
วันนี้จะมาขยายเรื่อง Multi-touch attribution เพิ่มเติม
Multi-touch attribution คืออะไร?

Multi-touch attribution คือ การกำหนดมูลค่าของแต่ Touch point ของ audience ที่นำไปสู่การแปลงเป็นลูกค้าเรา (Conversion rate) เป้าหมายคือการค้นหาว่าช่องทางการตลาดหรือแคมเปญใดควรได้รับเครดิตสำหรับ conversion นั้น โดยมีจุดประสงค์สูงสุดคือการจัดสรรค่าใช้จ่ายในอนาคตเพื่อรับลูกค้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งตัวอย่างในภาพจะใช้ Linear Multi-touch attribution model
Linear Multi-touch attribution model

จะให้เครดิตกับทุก Touch เท่าๆกันในทุกขั้นตอนของ Customer Journey
ซึ่ง Model นี้จะซับซ้อนกว่า Model แบบ First-touch และ Last-touch attribution

ไม่เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ไหนเป็นพิเศษ แต่เน้นไปที่ First และ Last-touch ตลอด Customer Journey อย่างเท่าเทียมกัน

ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Customer Journey โดยรวม แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึก และ ประสิทธิภาพของแต่ละขั้นตอน
Last-touch Attribution Model

จะให้เครดิตกับ Last touch ของ Customer Journey ก่อนจะ convert เป็นลูกค้าเรา

Media Buyer หรือ Data Analytic จะชอบ model นี้เพราะติดตามวัดผลลัพท์ง่าย (เห็นผลในขั้นตอนสุดท้ายเพิ่ม conversion)

จาก Model นี้ คนส่วนใหญ่มักจะมองแต่ Last touch เพราะคิดว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการเรา

แต่ถ้าคุณขุดลึกลงไปอีกนิด คุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่ามันไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะไม่ได้คำนึงถึงการเดินทางทั้งหมดของลูกค้า

Ex. สมมติว่ามี Campagin โฆษณาบน Youtube เจอ ad ปุ๊ปคลิกไปแล้วไปที่หน้าชำระเงินเกิดเป็น Conversion แต่แท้จริงแล้วลูกค้าอาจ seach หา product บน Google ก่อนตัดสินใจชำระเงิน
First-touch Attribution Model

จะให้เครดิตกับ First touch ของ Customer Journey ก่อนจะ convert เป็นลูกค้า นักการตลาดบางคนชอบวิธีนี้เพราะแสดงให้เห็นว่า Marketing Campaign หรือ Activities ต้นทางสามารถเพิ่ม Conversaion rate ได้ทันที
Time-decay multi-touch attribution model

จะให้เครดิตกับ event ที่ใกล้จะเกิดเป็น Conversion มากที่สุด (ใกล้จะปิดการขาย)

ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ Touch point ปลายทาง (แต่ไม่ตัด Marketing Campaign ต้นทางและกลางทาง)
U-shape multi-touch attribution model

จะให้เครดิตกับ First และ Last touch มากที่สุด โดย Model นี้มุ่งเน้นไปที่Touch point ในช่องทางการตลาดต้นทางและปลายทาง

และช่วยให้เข้าใจว่ากลยุทธ์ไหน ใช้เป็น First touch ได้ดีและกลยุทธ์ไหนเพิ่ม Conversaion ใน touch point สุดท้ายได้ดี
W-shape multi-touch attribution model

จะกระจายเครดิตส่วนใหญ่ไปยังจุดสัมผัสแรก กลาง และสุดท้าย Model นี้เหมาะสำหรับ แคมเปญข้ามที่ข้าม Platfrom หรือ ที่มีความซับซ้อนมี Touch point เยอะ
ถ้าModel ที่กล่าวไปยังไม่ตรงกับธุรกิจของคุณ คุณสามารถสร้าง Model แบบกำหนดเองได้ ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ หรือทดลองในระยะยาว
วิธีการทำ Multi-touch Attribution ง่ายๆ 3 ขั้นตอน
1. Collect (เก็บรวบรวมข้อมูล)

ขั้นแรก คุณต้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เข้าชมไซต์ของคุณ ว่าคนเหล่านั้นเข้ามาได้อย่างไร และเกิด Conversaion ไหม?

แล้วจะเช็คยังไง ?

มี 3 วิธีหลักๆ มักใช้ร่วมกัน:
JavaScript - Plug code บนเว็ปไซต์เช็คว่า มีใคร interact กับเว็ปไซต์เรา โดยหลักๆ
UTM(ใช้บ่อยที่สุด) - ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาที่มาของลูกค้า, แคมเปญ, และประเภทของงาน
API - เชื่อม API กับ CRM, Advertising Vendor และ อื่นๆ
2. Combine (รวมข้อมูลที่ได้มาเข้าด้วยกัน)

ศึกษาข้อมูลที่ได้มา รวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในทีเดียว (Data Warehouse)
สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงลักษณะของการเดินทางของลูกค้าของคุณด้วย ตัวอย่างเช่น ธุรกิจ B2B จะต้องรองรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายรายที่เกี่ยวข้องในกระบวนการซื้อ เช่นเดียวกับ months-long cycle
3. Visualize (แสดงภาพ)

สุดท้าย คุณต้องหาวิธีค้นหาและรายงานข้อมูลทั้งหมดนี้เพื่อเปลี่ยนเป็นกราฟ หรือ แผนภูมิที่คุณเข้าใจง่าย ซึ่งการทำเช่นนี้ด้วยตัวเองอาจต้องใช้ความรู้ ในเรื่อง SQL (Structured Query Language ภาษามาตรฐานสำหรับการสร้างและการจัดการฐานข้อมูล)
ทั้งหมดนี้คุณจะทำด้วยตัวเองก็ได้ หรือจะหาเครื่องมือเข้ามาช่วย
ซึ่ง Wisible ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทำให้เห็นภาพรวมของกระบวนการขาย เข้าใจว่า Touch ไหน เกิด conversion สูงสุด และมีหน้า Report สรุปแนะรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปปรับปรุงได้

---
📌 ศึกษาข้อมูล Wisible - Business Management Platform
https://www.wisible.com/th/
📌 นัดหมาย Online Demo
http://bit.ly/3lJBHtL

Lead นี้ท่านแต่ใดมา ?  Lead (ลีด) หรือลูกค้ามุ่งหวัง คือ กลุ่มคนที่แสดงท่าทีสนใจในสินค้าบริการของเรา 'แต่ยังไม่ซื้อ' บาง...
17/10/2023

Lead นี้ท่านแต่ใดมา ?
Lead (ลีด) หรือลูกค้ามุ่งหวัง คือ กลุ่มคนที่แสดงท่าทีสนใจในสินค้าบริการของเรา 'แต่ยังไม่ซื้อ'
บางองค์กรก็จัด Segment ให้ Lead ตามระดับความร้อนแรง หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า Hot, Warm, Cold ซึ่งแปลความได้ว่า
Hot Lead - ร้อนแรงอย่างกับไฟเออร์ สนใจจริงจัง มีตังค์พร้อมจ่าย และพร้อมตัดสินใจเร็ว ๆ นี้ เช่น กำตังค์มาพร้อมเปย์แล้ว รอแค่เจอของถูกใจ พร้อมจ่ายทันที
Warm Lead - ร้อนแบบอุ่น ๆ สนใจพอสมควร แต่ขอคิดอีกระยะหนึ่ง เช่น ขอกลับไปปรึกษาที่บ้านก่อน ขอเวลาคิด 15 วัน
Cold Lead - เย็นเฉียบ สนใจแบบเบา ๆ สองจิตสองใจ คิดกลับไปกลับมา ลังเลโลเล ไม่รีบตัดสินใจ อีก 2 เดือนค่อยโทรมาตาม
แต่ประเด็นวันนี้คือ 'Lead นี้ท่านได้แต่ใดมา' ซึ่งมักจะถูกแยกเป็นสองส่วนคือ Channel (ช่องทาง)​ กับ Source (ที่มา) ซึ่งบางทีก็สับสน ว่าต่างกันอย่างไร
Channel คือ ลูกค้ามุ่งหวังติดต่อเราผ่านช่องทางไหน ? แบ่งเป็น Online/Offline
Online: Website, LINE, Facebook, Linkedin, Tiktok, IG. Twitter, Email, etc.
Off-line: Walk-in (หน้าร้าน/showroom), Phone, Referral, Direct-Sales, Event
Source: คือ ลูกค้ามุ่งหวังรู้จักเราได้ยังไง?
เช่น Search Engines (Google, Bing), Social Media Post/Paid Ads, Direct Mail, Webinars, PR, Billboards, Podcast, Influencers, Poster, Magazine, etc.
แถม Lead Source คือสิ่งที่ทำให้เรามักมึนงงเป็นพิเศษ กับเรื่อง Multi-Touch Attribution ซึ่งแค่ชื่อก็งงแล้ว @"
มันคืออะไร? ลองนึกภาพว่ารถคุณเริ่มเก่า กินน้ำมันเยอะ เริ่มซ่อมบ่อย จนคุณชักเซ็ง เลยคิดอยากซื้อรถใหม่สักคัน (คุณคือ 'ลูกค้ามุ่งหวัง' ของบริษัทรถยนต์นั่นเอง)
ระหว่างขับรถกลับบ้าน คุณเหลือบไปเห็นป้าย Billboard 'BYD Seal' ที่อยู่บนทางด่วน ดีไซน์ Sporty ดูเท่ดี

ที่อยู่

ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง, กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10520

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MOCK UP TEST PAGEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท