WINE MAN ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม บรรยากาศดี เหมาะสำหรับคนรักการออกกำลังกายสายปาร์ตี้ ที่ HAPPY GYM BEYOND

หลักการเลือกปีไวน์ที่แนะนำไวน์สำหรับดื่มทั่วไป (Daily Drink): แนะนำปีใหม่ๆ ย้อนหลังประมาณ 2-3 ปี (เช่น ปี 2023 หรือ 2024...
21/05/2026

หลักการเลือกปีไวน์ที่แนะนำไวน์สำหรับดื่มทั่วไป (Daily Drink): แนะนำปีใหม่ๆ ย้อนหลังประมาณ 2-3 ปี (เช่น ปี 2023 หรือ 2024 ในช่วงปี 2026) เพราะพร้อมดื่ม รสชาติดี และราคาสมเหตุสมผลไวน์แดงคุณภาพสูง (Premium Red): แนะนำปีเก่าที่มีชื่อเสียง ซึ่งผ่านการบ่มจนได้ที่ (เช่น กลุ่มปี 1990, 2000, 2005, 2010 หรือ 2015) จะให้ความซับซ้อนของรสชาติมากกว่าไวน์ขาว (White Wine): ควรดื่มภายใน 1-2 ปีหลังจากปีที่ผลิต เพื่อให้ได้รสชาติที่สดชื่นที่สุด ไม่ควรเก็บนานเกินไปตรวจสอบ Vintage Chart: หากต้องการดื่มไวน์จากภูมิภาคเฉพาะ เช่น Bordeaux, Tuscany หรือ Napa Valley ควรเช็ค "Vintage Chart" ของปีนั้นๆ เพื่อดูว่าปีใดที่อากาศดีและทำไวน์ได้คุณภาพสูง

สรุปคือ: ไวน์ที่ดีที่สุดคือไวน์ที่เหมาะกับโอกาสและรสนิยมของคุณ ไม่จำเป็นต้องเป็นปีที่เก่าที่สุดเสมอไปครับ

ไวน์ที่แพงอาจไม่ใช่ไวน์ที่ดีที่สุดสำหรับเราเสมอไปก่อนที่จะไปดูวิธีการเลือกไวน์ เราต้องบอกก่อนว่าสำหรับมือใหม่ที่ไม่ได้เช...
18/05/2026

ไวน์ที่แพงอาจไม่ใช่ไวน์ที่ดีที่สุดสำหรับเราเสมอไป

ก่อนที่จะไปดูวิธีการเลือกไวน์ เราต้องบอกก่อนว่าสำหรับมือใหม่ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์ การซื้อไวน์ราคาสูง หรือปีที่ผลิตย้อนหลังไปเป็นสิบ ๆ ปี อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเสมอไป และถ้าว่ากันจริง ๆ ขนาดผู้เชี่ยวชาญไวน์หลาย ๆ คน ยังไม่สามารถแยกความต่างของไวน์ได้อย่างแม่นยำด้วยซ้ำ

มีการทดลองที่น่าสนใจเกี่ยวกับไวน์ในปี 2001 โดยศาสตราจารย์ Frédéric Brochet แห่ง University of Bordeaux ได้ทำ การวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ของกลิ่นและสีของไวน์ กับนักศึกษาที่เรียนด้านการทำไวน์ 54 คนโดยการให้ชิมไวน์แดงและไวน์ขาวอย่างละแก้ว แล้วอธิบายรสชาติของไวน์ให้มากที่สุด ผลออกมา คือ นักศึกษาทำการอธิบายไวน์แดงด้วยคำศัพท์เฉพาะของไวน์แดง และอธิบายไวน์ขาวด้วยคำศัพท์เฉพาะของไวน์ขาว แต่ในความเป็นจริง คือ ไวน์ทั้งสองแก้วเป็นไวน์ขาวเหมือนกัน โดยเขาแค่ใส่สีผสมอาหารสีแดงลงไปในไวน์ขาว แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่าไวน์สีแดงนั้นไม่ใช่ไวน์แดงจริง ๆ

นอกจากนั้นยังมีการทดลองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วโลกอีกหลายงานวิจัยที่บ่งบอกว่าสมองของเรานั้นถูกหลอกด้วยสีและกลิ่น รวมถึง “ราคา” ของไวน์มากเพียงใด อย่างในงานวิจัยหนึ่งที่ทำการใส่ไวน์ราคาประหยัดแบบเดียวกัน แบ่งใส่ลงไปในขวดไวน์ที่มีราคาถูกกับราคาแพง แล้วรินให้ผู้เชี่ยวชาญชิม กลับได้คำบรรยายรสชาติที่ไม่เหมือนกัน เนื่องมาจากสมองของเราถูกหลอกให้เชื่อด้วยสิ่งที่เราเห็นหรือคิดไปก่อนแล้ว

อีกหนึ่งการทดลองที่น่าสนใจ คือ งานวิจัยของ Robert Hodgson อดีตอาจารย์ที่ Humboldt State University ที่ตัวเขาเป็นเจ้าของไร่องุ่นทำไวน์ในเมือง Arcata เขาสงสัยว่าทำไมไวน์ของเขาที่ได้เหรียญทองในการประกวดงานหนึ่ง แต่พอไปอีกงานหนึ่งกลับไม่มีรางวัลอะไรเลย เขาจึงทำการทดลองโดยการเสิร์ฟไวน์ให้กรรมการในงานประกวดไวน์เป็นเวลาหลายปี ด้วยไวน์จากขวดเดียวกัน ในหลาย ๆ แก้ว ผลที่ออกมาคือกรรมการแต่ละคนให้คะแนนไวน์แต่ละแก้วต่างกันในระดับบวกลบที่ห่างกันมากในทางสถิติ เขาจึงได้ข้อสรุปว่าสุดท้ายแล้วผู้เชี่ยวชาญก็ยังแยกความต่างได้ไม่ชัดเจนนัก

งานวิจัยเหล่านี้ทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญไวน์ ไปจนถึงถึงผู้ผลิตไวน์หลายรายไม่พอใจ เพราะมันเป็นการตบหน้าวงการไวน์ให้สะเทือน แต่ท้ายที่สุดไวน์ก็เป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่ม มันเป็นอุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินมหาศาล การโฆษณาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราถูกปรับกรอบความคิดให้คิดว่าไวน์ที่ดีต้องแพง ต้องกินกับอาหารแพง ๆ บางครั้งไวน์ที่มีมูลค่าสูง เราดื่มแล้วอาจไม่ชอบเท่าไวน์ราคาถูกก็ได้ เรื่องของไวน์จึงเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเอาจริง ๆ สุดท้ายเราก็บอกไม่ได้ชัดเจนหรอกว่าไวน์ไหนดีกว่าไวน์ไหน คงมีแต่คำว่า “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ”

จึงเป็นที่มาของคำพูดที่ว่า เวลาดื่มไวน์ให้ทำ Blind test ดื่มแบบไม่เห็นสี ไม่สนใจว่าไวน์ขวดนั้นคืออะไร มาจากไหน ราคาเท่าไหร่ ถ้าชอบก็คือจบ แต่สำหรับมือใหม่ที่ไม่ได้ซื้อไวน์เป็นประจำ จะให้มานั่ง Blind test กันก็คงไม่ใช่ นี่จึงเป็นคำแนะนำจากเราสำหรับ วิธีเลือกไวน์ แบบ Play safe ที่เสี่ยงผิดหวังน้อยที่สุด เอาไปให้ใครหรือเอาไปเปิดในงานเลี้ยงของเพื่อนก็จะได้ดูเป็นคนเลือกไวน์เป็นอีกด้วย

ไวน์อะไรที่ทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นทันที ?รู้จักความรู้สึกที่จิบแรกเข้าไปแล้วมันใช่เลยไหม เป๊ะๆ ไม่ได้หมายถึงไวน์แพงๆ หรือซั...
14/05/2026

ไวน์อะไรที่ทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นทันที ?

รู้จักความรู้สึกที่จิบแรกเข้าไปแล้วมันใช่เลยไหม เป๊ะๆ ไม่ได้หมายถึงไวน์แพงๆ หรือซับซ้อนนะ แค่ไวน์ที่ดื่มปุ๊บอารมณ์เปลี่ยนปั๊บ แบบที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ กระปรี้กระเปร่า หรือรู้สึกอยากจีบใครก็ได้ อะไรก็ได้ที่เป็น "อารมณ์ดี" ของคุณ

อยากรู้จังว่าไวน์อะไร (ขวดไหนโดยเฉพาะ หรือแค่สายพันธุ์/ภูมิภาค) ที่ทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น หรือเข้ากับบรรยากาศคืนที่ดีของคุณได้อย่างลงตัว ?

เลือกไวน์ยังไง ... ให้ได้รสชาติที่ถูกใจ ? ความจริงการเลือกไวน์ให้ได้รสชาติถูกปากตรงใจแต่ละคน ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ...
11/05/2026

เลือกไวน์ยังไง ... ให้ได้รสชาติที่ถูกใจ ?
ความจริงการเลือกไวน์ให้ได้รสชาติถูกปากตรงใจแต่ละคน ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาช่วยให้นักดื่มโดยเฉพาะผู้เริ่มเข้าวงการ ได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และค้นพบไวน์ที่ "ใช่" สำหรับตัวเอง ...พร้อมแล้วตามไปดูกันเลย !!!
1. รู้จักตัวเอง และรสนิยมของคุณ
เป็นสิ่งแรกที่ต้องทราบ คือ ต้องเข้าใจว่า "รสชาติที่ถูกใจ" ของตัวเองนั้นเป็นอย่างไร โดยตอบคำถามเหล่านี้กับตัวเอง : ชอบ "ไวน์แดง หรือไวน์ขาว" มากกว่ากัน ? ชอบไวน์ ที่มีบอดี้ (ความหนักแน่น) แบบไหน?
- ไวน์แดง : บอดี้เบา เช่น Pinot Noir, Gamay (Beaujolais) หรือ บอดี้หนักแน่น เช่น Cabernet Sauvignon, Shiraz/Syrah
- ไวน์ขาว : บอดี้เบา สดชื่น เช่น Sauvignon Blanc, Pinot Grigio หรือบอดี้หนักแน่น ครีมมี่ เช่น Oaked Chardonnay ชอบไวน์ที่มีรสฝาด หรือ Tannin มากน้อยแค่ไหน?
- แทนนินสูง : มักพบในไวน์แดงเข้มๆ เช่น Cabernet Sauvignon, Nebbiolo ให้ความรู้สึกแห้งๆ ในปาก
- แทนนินต่ำ : มักพบในไวน์แดงบอดี้เบา เช่น Pinot Noir หรือไวน์ขาวส่วนใหญ่ ชอบไวน์ที่มีความเป็นกรด (Acidity) มากน้อยแค่ไหน?
- กรดสูง : ให้ความรู้สึกสดชื่น ซ่าๆ เช่น Sauvignon Blanc, Riesling (Dry), Champagne
- กรดต่ำ : ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่า ชอบไวน์หวาน หรือแห้ง (Dry) ?
- ไวน์แห้ง (Dry) : จะไม่มีรสหวานเหลืออยู่เลย
- ไวน์กึ่งแห้ง/กึ่งหวาน (Off-dry/Semi-sweet) : มีความหวานเล็กน้อย
- ไวน์หวาน (Sweet/Dessert Wine) : มีความหวานชัดเจน (เช่น Sauternes, Port, Ice Wine) ชอบกลิ่นแนวไหน? ผลไม้สด ผลไม้สุก ดอกไม้ เครื่องเทศ ไม้โอ๊ค หนังสัตว์ ดิน หรือกลิ่นมิเนอรัล (แร่ธาตุ)
2. กำหนดงบประมาณ
- ราคาไวน์มีตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักแสน การกำหนดงบประมาณจะช่วยจำกัดตัวเลือกและทำให้คุณหาไวน์ที่คุ้มค่าในแต่ละช่วงราคาได้
แต่ต้องพึงเข้าใจไว้ว่า "คุณภาพและรสชาติไวน์ส่วนใหญ่นั้นแปรผันตามราคา" จะให้ไวน์ราคาถูก รสชาติอร่อยเท่าราคาสูง หาได้ยากมาก
3. พิจารณาโอกาส และ อาหารที่จะจับคู่
. กรณีดื่มเล่นๆ : ไม่ต้องคิดมาก ให้เลือกไวน์ที่ดื่มง่าย ( Easy-drinking ) สดชื่น, ฟรุตตี้ (Fruity) เช่น Pinot Noir, Merlot, Sauvignon Blanc, Pinot Grigio
. กรณี ทานในมื้ออาหาร : ให้ดูอาหารจานหลัก
- เนื้อแดง / อาหารย่าง : ให้เลือกไวน์แดง Full-bodied ที่มีแทนนินดี เช่น Cabernet Sauvignon, Shiraz
- เนื้อขาว / ปลา / อาหารทะเล : ให้เลือกไวน์ขาวสดชื่น มีความเป็นกรด เช่น Sauvignon Blanc, Pinot Grigio, Chardonnay (Unoaked)
- อาหารรสจัด : ให้เลือกไวน์ Riesling (Off-dry/Sweet), Gewürztraminer หรือ ไวน์แดงบอดี้เบาอย่าง Pinot Noir
- อาหารครีมมี่ / ชีส : ให้เลือกไวน์ Chardonnay (Oaked), Viognier
- งานฉลอง : ให้เลือกสปาร์คกลิ้งไวน์ เช่น Champagne, Prosecco, Cava
4. ทำความรู้จักพันธุ์องุ่นหลักๆ
การจำลักษณะเด่นของพันธุ์องุ่นยอดนิยมจะช่วยให้คุณเดาโปรไฟล์รสชาติได้แม่นยำขึ้น ( ลองย้อยไปดูโพสเก่าที่ผมเคยได้ลงไว้ )
5. อ่านฉลากไวน์ : ฉลากไวน์ให้ข้อมูลสำคัญมากมายของคุณภาพไวน์
- ชื่อไวน์/ผู้ผลิต : บ่งบอกถึงชื่อเสียงและคุณภาพ
- วินเทจ (Vintage) : ปีที่เก็บเกี่ยวองุ่น สภาพอากาศในปีนั้นส่งผลต่อคุณภาพไวน์
- พันธุ์องุ่น (Grape Varietal) : ส่วนใหญ่มักจะระบุพันธ์ุองุ่นหลักที่ใช้บ่มไว้
- แหล่งผลิต (Region/Appellation) : จะบอกสไตล์ไวน์ได้ดี เช่น Bordeaux, Napa Valley, Marlborough
- ระดับแอลกอฮอล์ (ABV) : บ่งบอกบอดี้และความเข้มข้น
- คำอธิบายรสชาติ (Tasting Notes) : ไวน์บางขวดจะมีคำอธิบายรสชาติสั้นๆ เพื่อเป็นแนวทาง
6. อ่านรีวิวจากนักวิจารณ์/เว็บไซต์
คะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์ชื่อดัง (เช่น Robert Parker, James Suckling, Wine Spectator) หรือรีวิวจากเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันอย่าง Vivino สามารถเป็นแนวทางที่ดีในการเลือกไวน์คุณภาพที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ
7. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ (Sommelier/พนักงานร้านไวน์)
หากคุณยังไม่แน่ใจ การพูดคุยกับซอมเมอลิเยร์ในร้าน หรือพนักงานที่มีความรู้ในร้านขายไวน์ เป็นวิธีที่ดีที่สุด พวกเขาสามารถแนะนำไวน์ที่ตรงกับความชอบและงบประมาณของคุณได้
8. เริ่มต้นจาก "คลาสสิก" แล้วค่อยๆ ขยายไป
สำหรับมือใหม่ ลองเริ่มต้นจากไวน์คลาสสิกที่เป็นที่รู้จักและมีสไตล์ชัดเจน เช่น:
- ไวน์แดง : Cabernet Sauvignon จาก Napa Valley หรือ Bordeaux , Merlot จาก Bordeaux , Pinot Noir จาก Burgundy หรือ Oregon , Shiraz จาก Australia
- ไวน์ขาว : Chardonnay จาก California หรือ Burgundy , Sauvignon Blanc จาก Marlborough หรือ Loire Valley
เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับรสชาติเหล่านี้แล้ว ค่อยๆ ขยับขยายไปลองไวน์จากพันธุ์องุ่นอื่นๆ หรือจากแหล่งผลิตที่แตกต่างกันออกไป เพื่อค้นพบโลกของไวน์ที่กว้างขึ้น
9. อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก
การดื่มไวน์คือการเดินทางของการค้นพบ การลองผิดลองถูกเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ดีที่สุด ยิ่งลองมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งค้นพบสไตล์ที่คุณชื่นชอบมากเท่านั้น!

ทำไมไวน์ถึงถูกปากคนไทย ?เท่าที่วิเคราะห์ก็มีหลายเหตุผลที่ไวน์ที่ให้รส “ผลไม้สุก ๆ ฉ่ำ ๆ แน่น ๆ” มักจะถูกปากคนไทย ซึ่งเกี...
05/05/2026

ทำไมไวน์ถึงถูกปากคนไทย ?

เท่าที่วิเคราะห์ก็มีหลายเหตุผลที่ไวน์ที่ให้รส “ผลไม้สุก ๆ ฉ่ำ ๆ แน่น ๆ” มักจะถูกปากคนไทย ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งกับวัฒนธรรมการกินและความคุ้นชินกับรสชาติ
1. คนไทยคุ้นเคยกับรสหวาน-ผลไม้ในอาหารไทย
อาหารไทยหลายอย่างมีรสหวานตัด เช่น น้ำจิ้มหวาน น้ำพริก น้ำปลาหวาน ผลไม้สุก ๆ เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน ลำไย เงาะ ซึ่งให้รสหวานฉ่ำและกลิ่นหอมแรง คนไทยจึงไม่รู้สึกแปลกกับไวน์ที่มีกลิ่นและรสชาติความหวานฉ่ำแบบนี้ รสผลไม้สุกมักมีความ “กลม” และไม่ฝาดเขียว จึงเข้ากับลิ้นที่ชอบความละมุน
2. ไวน์ที่มีรสผลไม้สุกมักดื่มง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป
สำหรับคนที่ไม่ได้ดื่มไวน์บ่อย ไวน์ที่เปรี้ยวจัดหรือฝาดจัดอาจดื่มยาก แต่ไวน์ที่เน้นผลไม้สุกฉ่ำ มีโครงสร้างนุ่ม ๆ ทำให้ดื่มง่าย ไม่ต้องจับคู่กับอาหารซับซ้อน ดื่มแค่ไวน์ก็อร่อย
3. เข้ากับอาหารไทยรสจัด
อาหารไทยมักมีรสชาติที่เผ็ดจัดหรือมีเครื่องเทศเยอะ จึงเข้ากับไวน์ที่มีความผลไม้สุกชัดหน่อย เพราะรสหวานฉ่ำช่วยตัดความเผ็ดและกลบความขมจากเครื่องเทศได้ดี ถึงแม้ไวน์ฉ่ำดื่มเพียวๆ ก็อร่อย แต่ยิ่งเวลาได้ทานคู่กับอาหารไทยแล้วมันเข้ากันมากๆ หลายคอร์สไวน์ดินเนอร์กับอาหารไทยที่ผมได้ไปสัมผัสมา ไวน์ฉ่ำคือยังไงก็รอด
4. สภาพอากาศร้อนชื้นของไทย
แน่นอนว่าอากาศที่ร้อนทำให้ร่างกายโหยรสชาติที่สดชื่นและหวานฉ่ำ ผลไม้เมืองร้อนที่คนไทยคุ้นเคยมักมีรสสุกหวานอยู่แล้ว จึงสอดคล้องกับไวน์สไตล์นี้ และไวน์ที่มีรสชาติผลไม้สุก ๆ มักมี body แน่นและกลิ่นชัด ดื่มแล้วให้ความรู้สึก “เต็มปากเต็มคำ” เหมาะกับอากาศไทยบ้านเรา เหมือนเราโหยของหวานอะไรยังงั้นแหละ
5. รสชาติมีความเป็นมิตร คนดื่มไวน์ระดับไหนก็ดื่มได้
ความหวานฉ่ำถือเป็นรสที่ “ปลอดภัย” และไม่น่ากลัวสำหรับมนุษย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เริ่มดื่มไวน์ เพราะถึงแม้ไวน์ตัวนั้นอาจจะแรง มีแอลกอฮอล์สูง มีความฝาดเข้ามาหน่อย แต่พอมีความสุกฉ่ำผลไม้มากลบ ทุกอย่างก็ลื่นคอจริงๆ นะ สังเกตจากเวิร์คช้อปหลายๆ คลาสของผม ก่อนเรียนผู้เรียนบอกว่าตัวเองไม่ชอบไวน์แรงๆ แต่พอสรุปจบคลาส ถามว่าชอบไวน์ตัวไหนที่สุด กลับชี้ไปที่ไวน์ตัวนึงที่รสชาติหนักแน่น ทรงพลัง และมีแอลกอฮอล์สูงถึง 15% !!! ซึ่งเป็นไวน์ที่แรงเลยนะ แต่ใดๆ คือ ไวน์ตัวนั้นมันหวานฉ่ำ กลม เลยทำให้ทุกอย่างมันดูดื่มง่ายไปหมด

CR.DjMig YesWinedo

ไวน์สำหรับหน้าฝนควรเป็นไวน์ที่ให้ความสดชื่น ผ่อนคลาย หรือมีบอดี้ไม่หนักเกินไป เช่น ไวน์ขาวสายพันธุ์ Sauvignon Blanc ที่เ...
27/04/2026

ไวน์สำหรับหน้าฝน
ควรเป็นไวน์ที่ให้ความสดชื่น ผ่อนคลาย หรือมีบอดี้ไม่หนักเกินไป เช่น ไวน์ขาวสายพันธุ์ Sauvignon Blanc ที่เปรี้ยวละมุน หรือไวน์แดงเบา (Light-bodied) อย่าง Merlot ที่จิบง่าย ช่วยให้ความอบอุ่นในวันฝนพร่ำ โดยมักนิยมไวน์จากภูมิอากาศเย็น (Cool Climate) ที่มีความเป็นกรดสูงและสะอาด

เลือกไวน์ให้เป็น แบบโปรไวน์ สงกรานต์ไม่ใช่แค่เทศกาลสาดน้ำครับ...แต่มันคือช่วงเวลาที่เราจะได้กลับมาเชื่อมโยงกับคนสำคัญ—คร...
14/04/2026

เลือกไวน์ให้เป็น แบบโปรไวน์
สงกรานต์ไม่ใช่แค่เทศกาลสาดน้ำครับ...แต่มันคือช่วงเวลาที่เราจะได้กลับมาเชื่อมโยงกับคนสำคัญ—ครอบครัว เพื่อนฝูง และรสชาติของชีวิตอย่างแท้จริง

ในฐานะซอมเมอลิเยร์ หน้าที่ของผมคือไม่ใช่แค่ “เสิร์ฟไวน์” แต่คือการเลือกไวน์ที่ เข้าใจช่วงเวลา เข้าใจอารมณ์ และ “ส่งเสริม” ความสุขให้ลึกขึ้นในแต่ละมื้อ

และนี่คือ “ไวน์ 4 สไตล์” ที่เราเลือกมาเพื่อเทศกาลวันปีใหม่ไทย การพบปะ สังสรรค์​ใช้เวลาร่วมกันในวันหยุดสงกรานต์นี้ เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ได้กับทุกแผนการเฉลิมฉลองแบบมีสไตล์ และดูโปรทันที



| 1. ปาร์ตี้กับทีมงานก่อนหยุดยาว
สไตล์ไวน์: ไวน์แดงผลไม้ชัด รสกลาง ดื่มง่าย

เพราะอะไร: ไวน์แบบนี้เป็น “ไวน์เพื่อมิตรภาพ” ดื่มง่าย ไม่ต้องวิเคราะห์เยอะ แค่เปิดแล้วสนุกไปด้วยกัน จับคู่กับ "หมูปิ้ง ไก่ทอด หรืออาหารปาร์ตี้" ได้ลงตัว

แนะนำประเภท:

Monastrell / Mourvèdre – เข้มผลไม้ แต่ไม่ฝาด > แนะนำ Penfolds Bin 2 Shiraz Mataro – ไวน์สไตล์ออสเตรเลียที่ผสมผสาน Syrah กับ Mourvèdre ได้อย่าง

Merlot จากโลกใหม่ – นุ่ม เบา ไม่ซับซ้อน > แนะนำ Montes Alpha Merlot – เมอร์โลต์จากชิลีที่มีรสละมุน ดื่มง่าย

Barbera – เปรี้ยวสด มีความเป็นมิตรกับอาหารไทย > แนะนำ Oddero Barbera d’Alba Superiore DOC – บาร์เบราแสนสดใสจาก Piemonte

> ควรแช่เย็นเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ (15–16°C) เพื่อความสดในอากาศร้อน
> ใช้แก้วเอนกประสงค์ก็ได้ ไม่ต้องหรูมาก

| 2. มื้อกลางวันกับครอบครัว
สไตล์ไวน์: ไวน์ขาวแห้ง กลิ่นหอมสดชื่น มีกรดดี
(Aromatic Dry Whites with Crisp Acidity)

เหตุผลที่เลือก: อาหารไทยมื้อกลางวัน เช่น ต้มยำ ยำ หรือปลาทอด มักมีรสจัด เปรี้ยว เค็ม และเผ็ด
ไวน์ขาวแห้งที่มีกลิ่นหอมและกรดสดจะช่วย “ล้างปาก” และตัดเลี่ยนได้อย่างดี

ไวน์ที่แนะนำ:

Riesling (รีสลิง) แบบแห้ง – กลิ่นมะนาว ดอกไม้ขาว สดชื่นมาก > แนะนำ Robert Weil Riesling "Kiedricher Tradition" – รีสลิงชั้นเยี่ยมจาก Rheingau เยอรมัน

Albariño (อัลบารีโญ) – กลิ่นซีตรัสอ่อน ๆ และเค็มนิด ๆ เหมาะกับอาหารทะเล > แนะนำ Bodegas Garzón Reserva Albariño – อัลบารีโญจากอุรุกวัย สดชื่น มีความเค็มเล็กน้อย

Vermentino (เวอร์เมนติโน) หรือ Fiano (ฟียาโน) – กลิ่นสมุนไพร สดชื่นในแบบอิตาเลียน > แนะนำ Monteverro Vermentino IGT – เวอร์เมนติโนจากแคว้นทัสคานี หอมสมุนไพรอ่อน ๆ

> ควรแช่เย็นที่ 8–10°C
> ใช้แก้วไวน์ขาวรูปทรงทิวลิปเพื่อดึงกลิ่นหอมออกมาเต็มที่



| 3. บรันช์กับเพื่อนบ้านที่มีรสนิยม
สไตล์ไวน์: สปาร์กลิงไวน์แบบฟองละเอียด สดชื่น
(Elegant Sparkling Wines)
เหตุผลที่เลือก: มื้อเช้าหรือบรันช์ในวันหยุดควรเบาและสดใส
สปาร์กลิงไวน์ช่วยเสริมบรรยากาศให้หรูหราแต่ไม่ทางการจนเกินไป
เหมาะสำหรับทานกับแซลมอนรมควัน ขนมปัง ชีส หรือผลไม้

ไวน์ที่แนะนำ:

Champagne Blanc de Blancs (แชมเปญ บลอง เดอ บลองส์) – ซิตรัส คม เรียบหรู > แนะนำ Ruinart Blanc de Blancs – แชมเปญสุดหรูจาก Chardonnay ล้วน
Cava Brut Nature (กาวา บรูต นาเชอร์) – แห้งสนิท มีความเค็มบาง ๆ > แนะนำ Freixenet Can Sala Brut Nature – กาว่าจากสเปน แห้งสนิท ฟองละเอียด
Prosecco Superiore DOCG (โปรเซกโก้ ซูพีเรียเร่) – กลิ่นลูกแพร์ ดอกไม้ หวานเบา ๆ > แนะนำ Bottega Prosecco Gold Brut – ขวดทองแวววาวพร้อมรสผลไม้สดใส
> แช่เย็นจัดที่ 6–8°C และใช้แก้วฟลูต (Flute) หรือทิวลิป เพื่อรักษาฟองและกลิ่นไว้นาน
> เข้ากับครัวซองต์ บรีชีส แซลมอนรมควัน หรือแม้แต่ข้าวเหนียวมะม่วง

| 4. มื้อเย็นแบบจัดเต็มกับครอบครัวใหญ่
สไตล์ไวน์: ไวน์ขาวกึ่งหวาน และไวน์แดงเบา โครงสร้างนุ่ม
(Off-dry Whites & Light-bodied Reds)

เหตุผลที่เลือก: อาหารไทยดั้งเดิม เช่น แกงเผ็ด ลาบ น้ำตก หรือกุ้งเผา
มีรสชาติเข้มข้น ซับซ้อน ไวน์ที่ดีควรเสริมรสโดยไม่กลบอาหาร
ไวน์ที่มีความหวานเล็กน้อยหรือแทนนินเบา จะช่วยสมดุลความเผ็ดและเค็มได้ดีเยี่ยม

ไวน์แนะนำ:

Gewürztraminer (เกอวืร์ซทรามีเนอร์) – ลิ้นจี่ ดอกไม้ เครื่องเทศเบา ๆ > แนะนำ Cantina Terlano Gewürztraminer DOC – หอมลิ้นจี่ ดอกไม้ และเครื่องเทศเบา

Chenin Blanc (เชแนง บลอง) แบบกึ่งหวาน – น้ำผึ้ง ลูกแพร์ ตัดรสเผ็ดได้ดี > แนะนำ Champalou Vouvray Brut – Chenin Blanc กึ่งหวาน-ซ่า จากหุบเขา Loire

Pinot Noir (ปีโนต์ นัวร์) จากแหล่งปลูกเขตเย็น – กลิ่นผลไม้แดง เบา สดชื่น > แนะนำ Maison Jaffelin Bourgogne Hautes-Côtes de Beaune Rouge – Pinot Noir สดใส ดื่มง่ายจากแคว้น Burgundy

> เสิร์ฟไวน์แดงที่อุณหภูมิ 15–16°C และไวน์ขาวกึ่งหวานที่ 10°C
> เหมาะกับแกงเขียวหวาน กุ้งเผา ลาบ หรือหมูกรอบ



เคล็ดลับซอมเมอลิเยร์สำหรับวันสงกรานต์
เตรียมไวน์ล่วงหน้า – แช่ให้พร้อมก่อนแขกมาถึง

ใช้แก้วให้เหมาะกับไวน์แต่ละชนิด – แต่ถ้าไม่มีครบ ใช้ Universal Glass ก็พอ

ดื่มน้ำควบคู่ – เพื่อความสดชื่นในอากาศร้อน

แบ่งปันเรื่องไวน์ – ใช้ไวน์เปิดบทสนทนาและแบ่งปันความรู้กับคนรอบตัว

สงกรานต์นี้ ให้ไวน์กลายเป็นสะพานเชื่อมรอยยิ้ม ความอบอุ่น และเรื่องราวใหม่ ๆ บนโต๊ะอาหารของคุณ

ขอให้คุณมีช่วงเวลาสุขสันต์ อิ่มใจ และเต็มไปด้วยรสชาติที่น่าจดจำ
– ซอมเมอลิเยร์ประจำบ้าน,

เครดิต โดย Wine-Now.asia

ประเภทของไวน์ที่นิยมทั่วโลกไวน์แดง (Red Wine) ทำจากองุ่นแดงหรือม่วง เช่น Merlot, Cabernet Sauvignon, Pinot Noir มีรสเข้ม...
11/04/2026

ประเภทของไวน์ที่นิยมทั่วโลก

ไวน์แดง (Red Wine) ทำจากองุ่นแดงหรือม่วง เช่น Merlot, Cabernet Sauvignon, Pinot Noir มีรสเข้มและมักเก็บได้นาน เหมาะกับการทานคู่กับเนื้อแดง
ไวน์ขาว (White Wine) ทำจากองุ่นเขียวหรือองุ่นขาว เช่น Chardonnay, Sauvignon Blanc รสเบา สดชื่น เหมาะกับอาหารทะเลหรืออาหารเบา ๆ
ไวน์โรเซ่ (Rosé Wine) มีสีชมพูอ่อนจากการหมักองุ่นแดงในเวลาสั้น ๆ ให้รสกลาง ๆ ระหว่างไวน์แดงและขาว
ไวน์หวาน (Dessert Wine) มักดื่มคู่ของหวาน เช่น ไวน์พอร์ต หรือไวน์น้ำแข็ง (Ice Wine) มีความหวานสูง
ไวน์สปาร์คกลิ้ง (Sparkling Wine) มีฟองซ่าคล้ายแชมเปญ เช่น Prosecco, Cava หรือ Champagne จริง ๆ จากแคว้น Champagne ประเทศฝรั่งเศส

09/04/2026
ความแตกต่างระหว่างไวน์ญี่ปุ่นกับไวน์ญี่ปุ่นแวบแรก คำว่าไวน์ญี่ปุ่นและไวน์ญี่ปุ่น (นิปปอน) อาจดูเหมือนกัน แต่มีความแตกต่า...
07/04/2026

ความแตกต่างระหว่างไวน์ญี่ปุ่นกับไวน์ญี่ปุ่น
แวบแรก คำว่าไวน์ญี่ปุ่นและไวน์ญี่ปุ่น (นิปปอน) อาจดูเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าไวน์ที่ผลิตในญี่ปุ่นเหล่านี้จัดอยู่ใน 3 ประเภท
ไวน์ในประเทศหมายถึงไวน์ทั้งหมดที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น Japan (Nippon) Wine และ Japanese Wine ในขณะที่ไวน์ญี่ปุ่นผลิตในประเทศโดยใช้องุ่นในประเทศ 100% ไวน์ญี่ปุ่นคือไวน์ที่ผลิตในญี่ปุ่นโดยใช้องุ่นหรือแม้แต่น้ำองุ่นเข้มข้นที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยปกติแล้วประเทศผู้ผลิตไวน์จะมีกฎหมายเกี่ยวกับไวน์ที่ควบคุมและปกป้องแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์และรักษาระดับคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากไม่มีกฎหมาย จึงไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการนิยาม "ไวน์ญี่ปุ่น" และใช้มาตรฐานโดยสมัครใจของผู้ผลิตไวน์สำหรับไวน์ที่ขายในชื่อ "ผลิตในประเทศญี่ปุ่น" ส่งผลให้สินค้าบางอย่างที่ขายเป็น "ไวน์ญี่ปุ่น" มีองุ่นหรือน้ำองุ่นเข้มข้นนำเข้าจากต่างประเทศ สำหรับผู้บริโภค การแยกความแตกต่างของไวน์ทั้งสองกลายเป็นเรื่องยาก และในที่สุดหน่วยงานภาษีแห่งชาติที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดในญี่ปุ่นได้กำหนดกฎการติดฉลากในเดือนตุลาคม 2015 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2018 ในขณะเดียวกันกับการกำหนด ความแตกต่างที่ชัดเจนและการปกป้องแบรนด์ G.I. (Geographical Identification) มีการกำหนดชื่อภูมิภาคที่ผลิต พันธุ์องุ่น และปีเก็บเกี่ยวอีกด้วย กฎหมายใหม่กำหนดว่าเมื่อผู้ผลิตไวน์ต้องการติดฉลากภูมิภาคที่ผลิต (เช่น ชิโอจิริ) บนขวด ไวน์เหล่านั้นต้องทำจากองุ่นที่ปลูกในระดับภูมิภาค 85% ขึ้นไป เช่นเดียวกับไวน์วินเทจ แม้ว่าสำหรับยามานาชิแล้ว พวกเขามีกฎที่เข้มงวดในการติดฉลาก และเฉพาะไวน์ที่ทำจากองุ่นที่ปลูกในภูมิภาค 100% เท่านั้นที่สามารถติดฉลาก "ยามานาชิ" เป็นภูมิภาคที่ผลิตได้

“ไวน์ มีแอลกอฮอล์อยู่ปกติเพียง 9 -15% เท่านั้น ไม่มากเท่าเหล้า แต่ได้รับประโยชน์ของผลไม้ได้ และวิตามินต่างๆ ที่ผลไม้ชนิด...
04/04/2026

“ไวน์ มีแอลกอฮอล์อยู่ปกติเพียง 9 -15% เท่านั้น ไม่มากเท่าเหล้า แต่ได้รับประโยชน์ของผลไม้ได้ และวิตามินต่างๆ ที่ผลไม้ชนิดนั้นมี หากดื่มในประมาณที่จำกัด จะช่วยในการบำรุงร่างกายได้”

ที่อยู่

388 แฮปปี้ ยิม บียอน ถ. เทพรักษ์ เขตบางเขน แขวงท่าแร้ง
Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 23:00
อังคาร 17:00 - 23:00
พุธ 17:00 - 23:00
พฤหัสบดี 17:00 - 23:00
ศุกร์ 17:00 - 23:00
เสาร์ 17:00 - 23:00
อาทิตย์ 17:00 - 23:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ WINE MANผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท