Don’t Follow Me, I’m Lost.

Don’t Follow Me, I’m Lost. เพจนี้ทำขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวในที่ต่างๆในรูปแบบของการเล่าเรื่อง

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม - วันพุธที่ 1 เมษายน 2569บ่ายวันอังคารที่ 6 มกราคม รู้สึกวาอยากกินฮะจิบังราเมง ก็เลยกินที่ห้างไม...
11/09/2026

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม - วันพุธที่ 1 เมษายน 2569

บ่ายวันอังคารที่ 6 มกราคม รู้สึกวาอยากกินฮะจิบังราเมง ก็เลยกินที่ห้างไม่ไกลบ้าน ระหว่างนั่งกินก็กดดูตั๋วเครื่องบินไปด้วยเพราะช่วงนี้คอยตามดูราคาตั๋วไปคุนหมิง ฉงชิ่ง กับชิงเต่าช่วงเดือนมีนาคมกับเดือนพฤษภาคมอยู่

กดเจอตั๋วไปคุนหมิงช่วงวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคมถึงวันพุธที่ 1 เมษายน ราคา 6,565 บาทรวมโหลด ราคาราวๆนี้ถือว่าโอเค ก็เลยกดจองเลย

ก่อนหน้านี้อ่านเจอในเพจจีนต่างๆที่ตามอยู่ ก็เลยได้เจอรูปซากุระของปีก่อนที่จีนในหลายๆเมือง ซึ่งที่คุนหมิงก็มีหลายจุดที่น่าสนใจ และคุนหมิงก็เป็นเมืองที่ไปมาหลายครั้ง การไปเดินเล่นในคุนหมิงเลยเป็นเรื่องไม่ยากนัก แค่หาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องจุดที่มีซากุระก็น่าจะโอเคละ ก็เลยจัดการจองโรงแรม Kunming Sushuo Boutique Hotel ไป 3 คืน จ่ายไป 2,581.65 บาท

ก่อนวันจะไปอยู่ 2 วัน มาเปลี่ยนใจเพราะรู้สึกว่าซากุระที่คุนหมิงน่าจะไม่เยอะแล้ว เพราะปีนี้ซากุระมาเร็ว หลังจากเช็คข้อมูลอยู่ซักพัก ทางต้าหลี่น่าจะมีโอกาสมากกว่า เลยไปยกเลิกที่พักที่คุนหมิงวันนึงคือวันแรกที่ไป

รออีกวันให้ทาง Trip ยืนยันการยกเลิกและคืนเงินมา 860.55 บาท แล้วก็ไปกดจองโรงแรมที่ต้าหลี่ ได้โรงแรม Jiyun Log Hostel (Dali Ancient City South Gate Branch) ราคา 749.02 บาท และก็ทำการจองที่จอดรถให้เรียบร้อย รอบนี้ 4 วันจ่ายไป 534.47 บาท ส่วนประกันการเดินทางก็จ่ายไป 111 บาท

วันอาทิตย์ที่ 29 ออกจากบ้านตอนตี 4 เอารถไปจอดรถแล้วไปถึงสนามบินตี 5 แถวเช็คอินวันนี้ยาวมาก กว่าจะเสร็จก็ 6 โมงเลย ระหว่างต่อคิวรอเช็กอินและโหลดกระเป๋า ก็กดเงินหยวนเติมเข้าไปในบัตรอีก 1,000 หยวน เพราะของเก่าเหลือแค่ 1,631.83 หยวน เดี๋ยวจะไม่พอใช้

หลังจากเช็คอินและโหลดกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็เดินผ่านจุดตรวจกระเป๋าและตม.เข้าไปด้านใน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน 6 โมง 20 ก็มาอยู่หน้า Miracle Lounge จัดการกดรับสิทธิ์และเข้าไปใช้บริการด้านใน จัดมาหลายขนานและเอาน้ำอัดลมติดมาด้วยอีก 2 กระป๋อง

กว่าจะออกจาก Miracle Lounge ก็ 7 โมง 20 แล้ว จากตรงนี้เดินไปเกตไม่ไกล ถึงเกต G2 ผู้โดยสารคนอื่นขึ้นเครื่องไปกันหมดแล้ว ไฟล์ทนี้ได้ที่นั่งริมหน้าต่างแบบไม่มีหน้าต่าง คือที่นั่ง 37A

7 โมง 50 เครื่องออกตามเวลา พอ 8 โมง 35 พนักงานก็เริ่มนำอาหารมาเสิร์ฟ วันนี้มีให้เลือกระหว่าง บะหมี่แห้งเนื้อ กับ ออมเล็ทกับไส้กรอก เราเลือกอย่างหลัง เพราะกินจากที่เล้าจ์มาแล้ว รสชาติใช้ได้อยู่

นั่งไปซักพักใหญ่ๆ พนักงานเอาการ์ดวันเกิดมาให้พร้อมโค๊ก 1 ขวด เครื่องบินมาถึงสนามบินคุนหมิง 11 โมง อุณหภูมิภายนอกตอนนี้ 16 องศาเซลเซียส ออกจากเครื่องบิน ผ่านตม.สบายๆ คนไม่เยอะ ตม.ถามแค่มา Vacation เหรอ ก็ตอบไปแค่ว่า Travel แล้วก็ออกมารอรับกระเป๋าที่สายพานเลย

รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟเข้าเมือง ตอนจะกดจ่ายค่ารถไฟ มันสแกนไม่ได้ เลยต้องจ่ายเป็นเงินสดไป 7 หยวน ออกจากสนามบินตอน 11 โมง 45 นั่งรถไฟสาย 6 ไปสุดสายแล้วไปต่อสาย 2 อีก 2 ป้าย ไปลงสถานี Kunming Railway Station ไปถึงตอนเที่ยง 45

เดินออกจากสถานีรถไฟ เดินตรงไป ขึ้นบันไดเลื่อนไปข้างบน เดินตรงไปอีกหน่อย จะมีบันไดเลื่อนขึ้นไปด้านหน้าทางเข้าสถานีรถไฟความเร็วสูง กดดูตั๋ว รอบเร็วสุดเหลือแต่ตั๋วยืน รอบถัดไปเหลือแค่ตั๋ว VIP 1 ที่นั่ง นอกนั้นเป็นตั๋วยืนเช่นกัน ก็เลยกดจองรอบ 13.30 น. จะไปถึงต้าหลี่ 15.38 น. ราคา 267.80 หยวน

ถึงเวลาไปขึ้นรถไฟ ได้ตู้ 8 ที่นั่ง 3C ที่นั่ง VIP จะแบ่งเป็น ข้างซ้าย 2 ที่นั่ง ข้างขวา 1 ที่นั่ง โซน VIP มีที่นั่งทั้งหมด 8 ที่ รถไฟออกตรงเวลา ออกไปได้แป๊บนึง พนักงานก็เอาน้ำอัดลมมาให้คนละขวด แล้วก็เอาขนมมาให้ 1 กล่อง ในกล่องมี ลูกเกด, แครกเกอร์, ถั่ว, ช็อคโกแลต อย่างละถุงเล็กๆ

ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถไฟความเร็วสูง ก็กดจองขากลับไว้เลย เพราะเห็นว่าขาไปมันเต็มหลายขบวน กดจองขากลับไปรอบ 18.21 น. ซึ่งจะกลับไปถึงคุนหมิง 20.26 น. ราคา 109 หยวน

มาถึงสถานีต้าหลี่ตามเวลา ออกจากสถานีแล้ว หาจุดเรียก Didi ไม่เจอ เลยลากกระเป๋าข้ามมาฝั่งตรงข้ามที่เป็นสถานีรถเมล์ เรียก Didi ไปประตูทิศใต้เพราะฝนเพิ่งหยุด พื้นเปียกๆ ไม่สะดวกกับการลากกระเป๋า ถ้านั่งรถเมล์ไป จะต้องไปลากกระเป๋าไปที่พักมากกว่า 500 เมตร และทางเดินไปที่พักจะมีบางช่วงเป็นถนนแบบเก่าคือ เป็นพื้นหินขรุขระ

รถมาส่งตรงจุดจอดรถประตูทิศใต้ จ่ายค่ารถไป 35.30 หยวน จากตรงนี้ ต้องลากกระเป๋าไปเกือบ 300 เมตร พื้นถนนของเมืองเก่าเป็นพื้นหินที่ไม่เรียบ กว่าจะถึงโรงแรมก็เล่นเอาเหนื่อยหน่อย

โรงแรมนี้อยู่ซอยเดียวกันกับโรงแรมที่เคยมาพักครั้งก่อน แต่อยู่เลยเข้าไปข้างใน 100 กว่าเมตร ถึงโรงแรม 5 โมง 15 ได้ห้อง 302 โรงแรมไม่มีลิฟท์ เจ้าของก็เลยมายกกระเป๋าขึ้นไปที่ห้องให้ เข้าห้องแล้วก็นั่งพักซักครู่ แล้วค่อยสำรวจห้อง ห้องใหม่สวยงาม ห้องน้ำมาตรฐาน

ออกจากห้องตอน 5 โมงครึ่ง อากาศเย็นจนต้องหยิบเสื้อมาใส่เพิ่ม เดินเข้าเมืองเก่าทางประตูทิศใต้ เดินไปถึงหอที่อยู่ถัดไปไม่ไกล รอบนี้ลองขึ้นหอเพื่อไปดูเมืองจากมุมสูงซะหน่อย

ลงจากหอแล้ว ก็เดินดูอะไรไปเรื่อย จนมาถึงสี่แยกที่จะแยกไปทิศต่างๆ มาครั้งนี้ เห็นว่าร้านค้าขยายไปแต่ละด้านเยอะขึ้น ตัดสินใจเดินไปทางทิศตะวันตกก่อน เดินไปเกือบสุด เจอร้านขายเครื่องเงิน ได้ต่างหูมา 4 คู่ คู่ละ 9.90 หยวนรวมเป็น 39.60 หยวน เอาไปฝากพยาบาล แต่ตอนจะจ่ายเงิน สัญญาณมือถือหายเฉย เลยต้องให้เจ้าของร้านแชร์ Hotspot ให้

ออกจากร้านแล้วก็เดินกลับมาที่สี่แยก แล้วก็เดินไปทางทิศเหนือเดินไปไม่ไกล เจอร้านขายของที่ระลึกร้านใหญ่ ก็เลยเข้าไปดูหน่อย ได้พัดอันใหญ่มาอันนึง 10 หยวน พัดเล็ก 2 อันๆละ 6 หยวน หวี 3 อันๆละ 12.90 หยวน และปิ่นปักผมอีก 2 อันๆละ 9.90 หยวน

ออกจากร้านขายของที่ระลึก เดินต่อไปเรื่อยๆ เจอร้านขายอุปกรณ์มือถือ เลยเข้าไปซื้อสายชาร์จเพราะลืมหยิบมา จ่ายไป 29 หยวน แล้วก็มาเจอร้าน 7-11 เลยเข้าไปดูซะหน่อย ได้นมองุ่นมา 4 หยวน แล้วก็มานั่งพักตรงข้าม 7-11 ซักแป๊บ

ขากลับ ก่อนจะถึงประตูทิศใต้ แวะร้านขายชาซักหน่อย เพราะก่อนจะมาคุนหมิง ป๊าบอกว่า ชาใกล้หมด ถ้าเจอก็ซื้อให้แกหน่อย

ก่อนออกจากโรงแรม ลองเสิร์ชหาข้อมูล เจอว่า ชาทางแถบนี้มีแนะนำอยู่ 4 แบบคือ ชาผู่เอ๋อ ชาดำ ชาขาว และชาดอกไม้ ชาผู่เอ๋อป๊าไม่ชอบ เลยขอร้านลองชิมชาดำก่อน ทางร้านเอามาให้เลือก 2 แบบ ราคา 88 หยวนกับ 168 หยวน เลยขอลองตัวถูกก่อน พอลองแล้ว กลิ่นและรสใช้ได้ เลยบอกคนขายเอามาอย่างละกระป๋อง น้ำหนักก็ 100 กรัมกว่าๆต่อกระป๋อง

แล้วก็บอกคนขายว่า ขอลองชาขาวหน่อย ราคาก็เหมือนชาดำ มี 2 แบบ ครั้งนี้เลยขอลองแบบแพง ชิมแล้วชุ่มคอ มีรสชาติหวานติดปลาย เลยจัดมาอีกอย่างละ 1 จ่ายค่าชาไปทั้งหมด 512 หยวน

เดินกลับห้องเพื่อเอาของไปเก็บก่อน กลับถึงห้อง 2 ทุ่ม 50 เอาของที่ซื้อออกมาถ่ายรูป ก็เจอว่า ต่างหูคู่นึงมันไม่สมบูรณ์ 3 ทุ่มครึ่งออกจากห้อง เดินเอาต่างหูกลับไปเปลี่ยน แล้วค่อยเดินกลับมาแถวโรงแรมซึ่งเป็นถนนของกิน เดินสำรวจร้านอาหาร แต่สุดท้ายก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมที่มากินคราวก่อน สั่งชามใหญ่ไป ราคา 14 หยวน กินเสร็จ กลับถึงห้องตอน 5 ทุ่ม กว่าจะนอนคืนนี้ก็เที่ยงคืน ผลประกอบการวันนี้ 20,914 ก้าว

วันจันทร์ที่ 30 เช้าวันนี้ตื่นสายหน่อย 10 โมงครึ่ง จัดการตัวเองและเก็บกระเป๋า ออกจากห้องตอน 11 โมง เอากระเป๋าฝากไว้ที่โรงแรมแล้วก็ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิม เพราะจะได้เติมน้ำแข็งให้เต็มกระติก และเพราะว่าตอนเช้าๆ ร้านอาหารมีขายแต่ก๋วยเตี๋ยวกับพวกซาลาเปาและขนมจีบที่ไม่ค่อยถูกปาก

กินเสร็จแล้วก็เดินออกไปที่จอดรถของประตูทิศใต้ จะไปมหาวิทยาลัยต้าหลี่ ว่าจะลองสแกนสกูตเตอร์ให้เช่าขี่ไป แต่พอสแกนแล้ว มันต้องลงทะเบียน ระหว่างนั้น มีคนมาเอาคันสุดท้ายไป เลยเดินออกไปถนนใหญ่ เผื่อมีคันอื่น

ระหว่างนั้นก็เจอร้านเช่าสกูตเตอร์ เลยไปลองถามข้อมูลดู ค่ารถ 40 หยวน มัดจำ 200 หยวน รถวิ่งได้ 50 กม. ลองกดดูระยะทางไปเมืองเก่า Xizhou มัน 20 กม. ถ้าไปมหาวิทยาลัยต้าหลี่ด้วย น่าจะไม่พอ เลยไม่เอา

เดินมาถึงถนนใหญ่ เจอสกูตเตอร์ให้เช่า ลองสแกนดู แอปมันขึ้นว่า ต้องรอ verify อีก 3 ชั่วโมง ก็เลยกดเรียก Didi ไปมหาวิทยาลัยต้าหลี่ จ่ายค่ารถไป 9.30 หยวน แต่พอไปถึง ด้านหน้ามหาวิทยาลัยมันมีที่กั้น ต้องเป็นคนที่มีบัตรถึงจะสแกนเข้าไปได้ กะจะมาดูซากุระที่นี่ซะหน่อย เลยอดดูเลย

เลยกดเรียก Didi ไปเมืองเก่า Xizhou ค่ารถ 45.30 หยวน ระหว่างทางกด video chat กับม๊า พอถึงเมืองเก่าก็เปิดกล้องให้ม๊าดูและพาเดินเที่ยวเมืองเก่าไปด้วยกัน

แวะซื้อสตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่อย่างละกล่อง จ่ายไป 20 หยวน เดินไปเรื่อยๆ ไปเจอร้านขาย Hand Cream ซื้อไป 4 กระปุกๆละ 45 หยวน รวม 180 หยวน แล้วก็เดินไปหาร้านกาแฟเพื่อแวะนั่งชิลล์ๆซักหน่อย

ได้กาแฟลาเต้เย็นมาแก้วนึง 15 หยวน นั่งกินกาแฟไป พร้อมกับเอาสตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ออกมากิน ระหว่างนั้นก็กดแลกเงินเข้าบัตรเพิ่มอีก 1,000 หยวน ได้เรท 4.7594 บาท/หยวน

นั่งกินกาแฟถึงบ่าย 3 โมง 15 เดินต่อมาเจอร้านขายช็อคโกแลต เข้าไปซื้อมา 2 แบบ แบบละขีดกว่าๆ จ่ายไป 146.88 หยวน

ควรค่าแก่เวลาที่จะต้องกลับไปโรงแรมเพื่อเอากระเป๋าแล้วไปสถานีรถไฟความเร็วสูงละ ระหว่างทางที่จะเดินออกไปถนนใหญ่ เจอร้านขายและสอนทำผ้ามัดย้อม เห็นผ้าคลุมไหล่ที่แขวนอยู่ลายสวยดี เลยสอยมา 2 ผืน ผืนละ 168 หยวน เอาไปฝากเจ๊เกดผืนนึง

เดินมาถึงถนนใหญ่บ่าย 4 โมง เรียก Didi กลับโรงแรม ค่ารถ 44.90 หยวน มาถึงโรงแรม 5 โมง เก็บของลงกระเป๋าแล้วลากกระเป๋ากลับมาจุดเดิมคือที่จอดรถประตูทิศใต้ เรียก Didi ไปสถานีรถไฟ รถคันแรกหาไม่เจอ กว่าจะได้รถใหม่และขึ้นรถตอน 17.50 น. มาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงต้าหลี่ 6 โมงครึ่ง จ่ายค่ารถไป 39.30 หยวน

เนื่องจากเมื่อวานจองตั๋วไว้เวลา 18.20 น. เลยต้องกดเปลี่ยนตั๋วใหม่ ดูเวลาที่จะไปได้คือรอบ 19.20 น. เลยกดจองรอบนั้นไป จ่ายค่าตั๋วไป 145 หยวน ส่วนตั๋วที่ยกเลิก เงิน 109 หยวนจะถูกคืนมาใน Alipay

ขากลับได้ตู้ 3 ที่นั่ง 1B ด้านหน้าก็จะกว้างนิดนึง เอากระเป๋าเดินทางมาวางได้ ถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงคุนหมิง ออกจากสถานีแล้วก็กดแผนที่จากแอป Amap หาทางไปโรงแรม

ออกทาง South Exit จะมีป้ายบอกทางไป Metro ก็เดินตามป้ายไป ขึ้น Metro สาย 1 ไปสถานี Tangzixiang พยายามจ่ายด้วย Alipay แต่จ่ายไมได้ ก็เลยต้องจ่ายเป็นเงินสดไป 2 หยวน

ลงบันไดเลื่อนมาแล้วขึ้นรถไฟฝั่งขวา นั่งไป 2 สถานีก็ถึง ออกทางออก H ออกจากสถานีรถไฟแล้ว เปิด Amap เดินตามไป 426 เมตรก็ถึงโรงแรม

จัดการเช็คอิน ได้ห้องชั้น 4 ห้อง 8405 ขึ้นมาถึง 4 ทุ่ม 10 นาที สำรวจห้องไม่เกิน 2 นาทีก็ออกมาหาอะไรกิน เดินออกจากโรงแรมไปทางขวา ข้ามถนนไปดูร้านสะดวกซื้อก่อน ไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็เลยเดินไปทางสถานีรถไฟ เพราะตอนขามา เดินผ่านพวกร้านรถเข็นขายของกิน เผื่อจะได้อะไรบ้าง

ได้ไก่ย่างมา 2 ไม้ 10 หยวน น่าจะเป็นตูดไก่กับเนื้ออกไก่อย่างละไม้ ซื้อหมี่เหลืองผัดอีกกล่องนึง 12 หยวน เดินกลับเอาไปกินที่โรงแรม กลับถึง 4 ทุ่ม 45 ได้เวลามื้อเย็น

อิ่มแล้ว จัดการตัวเองเพื่อเตรียมเข้านอน แต่ก่อนนอนก็ Video Call คุยกับม๊าซะหน่อย คืนนี้เข้านอนตี 1 ผลประกอบการวันนี้ 11,472 ก้าว

วันอังคารที่ 31 มีนาคม ตื่นตอน 9 โมง เช้านี้ใช้เวลาเยอะหน่อยเพราะหาข้อมูลว่าจะไปดูซากุระที่ไหนได้บ้าง กว่าจะออกจากโรงแรมก็ 10 โมง 20 แล้ว เดินออกมาทางฝั่งซ้ายเพื่อหามื้อเช้า เดินมาได้ 200 เมตรมาเจอถนนคนเดิน Nanqiang ซึ่งเป็นถนนที่ขายของกินทั้งเส้น และสามารถทะลุไปประตูม้าทองไก่เงินได้

เดินเข้ามาหาร้านอาหาร แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เปิดกัน เดินมาเจอร้านสตาร์บัคส์ เลยเข้าไปดู ได้กาแฟเฮเซลนัทมาแก้วนึงกับโรลไส้กรอกมาชิ้นนึง จ่ายไป 55 หยวน

กินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ออกเดินต่อไปย่านช็อปปิ้ง และเดินต่อไปยังย่านถนนเก่าคุนหมิง แวะกินกาแฟอเมริกาโน่แก้วนึง 9.90 หยวน รู้สึกเหมือนจะเป็นภูมิแพ้หน่อยๆ มีน้ำตาไหลออกจากตาขวาตลอดเวลา และก็นั่งอ่านข้อมูลเศรษฐกิจการเงินที่จะมีส่งมาให้อ่านทุกวันในไลน์กลุ่มบริษัทไฟแนนซ์ที่เปิดพอร์ตไว้อยู่

นั่งถึงราวๆบ่าย 2 ก็เปิด Amap ดูทางกลับโรงแรม เจอว่า ระยะทางประมาณ 1.8 กม. เลยลองเช่าสกูตเตอร์ขี่กลับโรงแรมดู

ขี่สกูตเตอร์และเปิด Amap เพื่อดูทางเป็นระยะๆ ขี่ค่อนข้างสนุกเลย กลับมาถึงโรงแรม กดจ่ายเงินไป 3 หยวน แวะร้านชาหน้าโรงแรมก่อน เห็นเป็นร้านใหญ่ น่าจะได้ซื้อชาเพิ่ม

คุยกับเจ้าของร้านผ่าน Google Translate ชิมขาไป 3 แบบ ได้ชาขาวมา 20 เม็ด 107 หยวน ชาดำ 100 กรัม 86 หยวน และชาขาวอีกแบบ 150 หยวน เดินกลับโรงแรมเอาของไปเก็บก่อน

ถึงห้องบ่าย 3 โมง เก็บของและนั่งพักซักแป๊ป เกือบบ่าย 4 โมงก็ออกไปวัดหยวนทง รอบนี้สะพายกล้องไปอย่างเดียว เปิด Amap ดูแล้ว ระยะทาง 2.2 กม. ก็เช่าสกูตเตอร์ขี่ไปอีกเช่นกัน จ่ายค่ารถไป 3 หยวน

จ่ายค่าเข้าวัดหยวนทางไป 6 หยวน เข้าไปแล้วเจอซากุระมีดอกหรอมแหรมอยู่ 2 ต้น เดินเข้าไปข้างในก็ไม่เห็นมีต้นซากุระแล้ว ก็เลยแค่เดินเล่นชิลล์ๆและถ่ายรูปไปนิดหน่อย

ออกจากวัดหยวนทง กดเช่าสกูตเตอร์เพื่อขี่กลับโรงแรม จ่ายค่าเช่าไป 4 หยวน ถึงห้อง 5 โมง 40 เอากล้องเก็บแล้วนอนพักซักหน่อย

ออกจากห้อง 2 ทุ่มกว่าๆ เดินไปถนนคนเดิน Nanqiang เพื่อไปหามื้อเย็นกิน เดินจนทะลุไปอีกฝั่ง แล้วก็ลองเดินไปร้านหม้อไฟที่เคยมากินคราวก่อน แต่พอไปถึง ในร้านแทบจะไม่มีคนเลย เลยเปลี่ยนใจไม่กินดีกว่า

เดินกลับมาต้นทางถนน Nanqiang อีกฝั่งแล้วเดินกลับทางเก่าที่จะกลับโรงแรม ซื้อถังหูลู่ไม้นึงที่เล็งไว้ตอนขามา 10 หยวน แล้วเดินไปอีกหน่อย ตัดสินใจกินอาหารญี่ปุ่น สั่งเป็นข้าวหน้าปลาไหลและเนื้อวัว เนื้อวัวรสชาติออกจีนๆหน่อย ส่วนปลาไหล รสหวานปกติ

จ่ายมื้อนี้ไป 78 หยวน เดินออกมาหน่อย แวะร้านขนมซื้อขนมเปี๊ยะกุหลาบกล่องนึง 56 หยวนและขนมเปี๊ยะซากุระอีกกล่องนึง 29 หยวน กลับถึงห้อง 3 ทุ่มครึ่ง จัดการถังหูลู่ที่ซื้อมา รสชาติหวานกำลังดี

คืนนี้สลบไปตอน 5 ทุ่ม

วันพุธที่ 1 เมษายน เช้านี้ตื่นมาตอน 10 โมงครึ่ง เก็บกระเป๋าออกจากห้อง 11 โมง 15 เช็คเอาท์และฝากกระเป๋า ออกไปเช่าสกูตเตอร์ขี่ไปตลาดจ้วนซิน (Zhuanxin) ซึ่งห่างออกไป 2 กม.กว่าๆ จ่ายค่ารถไป 2.5 หยวน

ตลาดใหญ่มาก เดินเข้ามาด้านหน้าจะเป็นร้านขายผลไม้ ช่วงนี้บลูเบอร์รี่ออกเยอะ แต่ละร้านก็จะมีบลูเบอร์รี่มาวางขายกันเยอะแยะ

เดินมาเรื่อยๆก็จะเห็นของขายหลากหลาย ทั้งผักผลไม้ต่างๆ เนื้อสัตว์ต่างๆ เครื่องแกง ของหมักดอง อาหารสำเร็จรูปพร้อมกิน เดินมาจนสุดตลาด จากด้านหน้ามาจนสุด ระยะทางน่าจะเกือบกิโลนึง

เลี้ยวซ้ายไปตามทางจะเป็นโซนลานกว้างๆ มองไปทางซ้าย เห็นมีซอยที่เดินย้อนกลับได้อีก 2 ซอย เจอร้านเกี๊ยวเลยแวะกินซักชาม จ่ายค่าเกี๊ยวไป 15 หยวน ต่อด้วยลาเต้เย็นอีกแก้ว 25 หยวน

ออกจากตลาดเที่ยง 45 เช่าสกูตเตอร์ขี่กลับทางเก่า แวะประตูม้าทอง-ไก่เงินเพื่อถ่ายรูปนิดหน่อย แล้วก็กลับรถไปฝั่งตรงกันข้ามเพื่อคืนรถ จ่ายค่ารถไป 3 หยวน เสร็จแล้วเดินเล่นต่อโซนที่มีห้างเยอะๆ

บ่ายโมงครึ่ง แวะร้าน Chagee นั่งพักดื่มชานมพีชซักแก้ว 16 หยวน นั่งถึงบ่าย 2 โมงกว่าก็ออกเดินต่อ เดินไปถึงถนนคนเดินที่จะไปถนนเก่าคุนหมิง ซื้อขนมเปี๊ยะกุหลาบเพิ่มอีก 2 กล่อง แบบดั้งเดิม 56 หยวนและแบบไส้ไข่เค็ม 34 หยวน

พยายามหาซุปเปอร์มาร์เก็ตที่คราวก่อนมา จะซื้อกาแฟ illy เพราะที่จีนราคาถูกกว่าในไทยกระป๋องละ 300 กว่าบาท (ขนาด 250 กรัม) แต่พอเจอซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้ว กลับไม่มีกาแฟขาย เลยได้สตรอเบอร์รี่กับบลูเบอร์รี่มาอย่างละ 2 กล่อง

สตรอเบอร์รี่กล่องละ 19.90 หยวน ส่วนบลูเบอร์รี่กล่องละ 36.90 หยวน รวมจ่ายไป 113.60 หยวน เอาของใส่ถุงเปี๊ยะกุหลาบกับชาจีที่ถือมา เพราะถ้าเอาถุงพลาสติกของซุปเปอร์มาร์เก็ต ต้องจ่าย 1 หยวน

ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เดินย้อนกลับทางเก่า มานั่งพักที่ Chagee ซักครู่ เปิด Amap ดู จากตรงนี้ เดินกลับโรงแรมเกือบกิโลนึง เลยตัดสินใจเดินไปทางประตูม้าทอง-ไก่เงินซึ่งอยู่ไม่ไกลเพื่อเช่าสกูตเตอร์ขี่กลับโรงแรม

จ่ายค่าสกูตเตอร์ไป 2 หยวน กลับถึงโรงแรมเกือบ 4 โมงเย็น แพ็คเปี๊ยะกุหลาบลงกระเป๋าใหญ่ ส่วนพวกผลไม้จัดใส่เป้กล้อง เจอครอบครัวพ่อ-แม่-ลูก 3 คน กำลังจะไปสนามบินเหมือนกัน คุยแล้ว บินไฟลท์เดียวกัน เดี๋ยวคงได้ไปเจอกันที่สนามบิน

ออกจากโรงแรม 4 โมง 15 ลากกระเป๋าออกมา รถสกู๊ตเตอร์คันเดิมยังอยู่ เอากระเป๋าขึ้นด้านหน้ารถ แล้วขี่ไปสถานีรถไฟ ระยะทางแค่ 462 เมตร แต่ขี้เกียจลากกระเป๋า

ถึงสถานีรถไฟ จ่ายค่ารถไป 2 หยวน ลงไปสถานีรถไฟใต้ดิน ช่วยคนแก่ชาวจีนซื้อตั๋วไป 1 กรุป จัดการซื้อตั๋วของตัวเอง จ่ายเป็นเงินสดไป 6 หยวน ขึ้นสาย 6 นั่งไป 7 สถานี (สุดสาย)

สถานี Tangzixiang เป็นต้นสายของสาย 6 ที่นั่งเหลือเฟือ ขึ้นแล้วก็นั่งยาวๆไปเลย นั่งฝั่งขวาจะไม่โดนแดด ถึงสถานีสนามบิน 5 โมงหน่อยๆ เดินตามป้ายขึ้นไปชั้น 3 วันนี้เช็คอินช่อง J4-5 แต่มาถึงแล้ว เคาท์เตอร์ยังไม่เปิด เจอครอบครัวที่เจอที่โรงแรมนั่งรออยู่ เลยเข้าไปนั่งคุยหน่อย ถามค่า Didi จากโรงแรมมาสนามบิน เค้าจ่ายไป 59 หยวน

17.40 น. เคาท์เตอร์เปิดให้เช็คอิน จัดการไปโหลดกระเป๋า ได้ที่นัง 37A สงสัยจะไม่มีหน้าต่างอีกเช่นกัน เดินสำรวจภายนอกอีกนิดหน่อยก็เดินเข้าไปผ่านตม.และจุดตรวจกระเป๋าเข้าไปข้างในเลยดีกว่า

ผ่านเข้าไปข้างใน ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ด้านใน เห็นมีร้าน Starbucks และ 7-11 อยู่ เจอเก้าอี้แบบเอนนอน เลยไปนั่งตรงนั้น เปิดซีรีย์ Netflix ดูฆ่าเวลา

นั่งถึงทุ่ม 50 ไปเดินเล่นใน 7-11 ซะหน่อย ซื้อแซนวิชกับสไปรท์ 18.80 หยวนเอาไปกินใกล้ๆเกต แถวๆเกต 70 มีร้าน Burger King ด้วย

นั่งกินจนหมดเรียบร้อย เดินไปขึ้นเครื่อง ขึ้นไปนั่งตอน 2 ทุ่ม 20 เครื่องออกซักพัก 3 ทุ่ม 20 แอร์โฮสเตสก็เริ่มแจกของ รอบนี้เป็นขนมปัง 2 ชิ้นกับน้ำแอปเปิ้ล

เครื่องลง 4 ทุ่มหน่อยๆ กว่าจะถึงบ้านก็ 5 ทุ่มครึ่ง เป็นอันจบทริปเดินเล่นที่คุนหมิง ทริปต่อไป ฉงชิ่งรออยู่

ทริปซีอาน กับกรุ๊ปและปัท (ดองมาหลายเดือน เพราะพยายามโพสต์มา 2 รอบแล้วไม่สำเร็จ)พฤหัสที่ 19 - จันทร์ที่ 23 มีนาคม 2659คืน...
19/08/2026

ทริปซีอาน กับกรุ๊ปและปัท (ดองมาหลายเดือน เพราะพยายามโพสต์มา 2 รอบแล้วไม่สำเร็จ)

พฤหัสที่ 19 - จันทร์ที่ 23 มีนาคม 2659

คืนวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน ลองกดดูตั๋วไปจีนเล่นๆ ดูๆไว้ช่วงมีนาคมปีหน้า เมืองที่สนใจมีซีอาน ฉงชิ่ง กวางโจว คุนหมิง และลี่เจียง ไปเจอตั๋วไปลี่เจียงราคาดีและเวลาดี

ค่ำๆวันพุธเลยคุยกับน้องชาย (กรุ๊ป) ว่าสนใจไปลี่เจียงมั้ย น้องชายเลยถามถึงคุนหมิงเพราะว่าเคยไปลี่เจียงแล้วแต่ว่ายังไม่เคยไปคุนหมิง ก็เลยลองกดหาตั๋วดู เจอตั๋วอยู่ประมาณ 6,500 บาทรวมโหลด

ยังไม่ได้ตัดสินใจกดตั๋ว เพราะรอดูราคาและลองถามน้องๆคนอื่นๆ เผื่อสนใจไปด้วยกัน ช่วงระหว่างนั้นก็มีลองเปิดดูตั๋วเป็นระยะๆเผื่อจะเจอราคาและเวลาที่น่าสนใจของเมืองอื่นๆ

เช้าวันเสาร์ที่ 28 ลองกดตั๋วซีอานดู ได้ราคาคนละ 4,460 บาท ได้โหลดขากลับคนละ 23 กก. เลยโทรไปถามกรุ๊ป สรุปว่าโอเค ก็เลยกดจองเลย จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปรวม 13,380 บาท ใช้ส่วนลดจากเหรียญที่สะสมไว้ก็เลยเหลือ 13,155.24 บาท ตกคนละ 4,385.08 บาท ซื้อโหลดขาไปเพิ่มแบบ 20 กับ 30 โล จ่ายไปอีก 5,360 บาท การแล้ว ค่าตั๋วเครื่องบินรวมโหลดไป-กลับก็จะตกคนละ 6,171.75 บาท

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคมช่วงค่ำๆ ปัททักมาคุยเรื่องแผนการเดินทาง มีการสลับวันเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เที่ยวนิดหน่อย ก็เลยให้ปัทจัดการจองโรงแรมและซื้อตั๋วต่างๆไปเลย

รอบนี้จองเป็นโรงแรม Skanhem Hotel Xi'an Bell Tower จองนอนที่เดียวไปเลย 4 คืน 2 ห้อง 10,821.92 บาท ดูจากแผนที่ น่าจะออกแถวๆทางออก 3-5 ราวๆนี้ และก่อนกดจอง ปัทเลื่อนไปเห็นว่า ทางโรงแรมมีรถรับจากสนามบินฟรี ซึ่งต้องแจ้งทางโรงแรมล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งก็ดีเพราะว่าจะได้ไม่ต้องไปเดินหาโรงแรม และก็ไม่ลืมที่จะตั้งเตือนเอาไว้

จากนั้นก็จองตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ซ่านซีพร้อมหูฟังคำบรรยายเอาไว้อีก 1,521.93 บาท ตกคนละ 507.28 บาท ส่วนตั๋วเข้าสุสานจิ๋นซี ยังไม่ได้จองเพราะเปิดให้จองล่วงหน้าน่าจะ 2 เดือน ก็ตั้งเตือนไว้ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ค่อยไปจอง

วันที่ 23 มกราคม ลองกดดูตั๋วสุสานจิ๋นซีใน Trip แต่เจอว่า ช่วงเช้าตั๋วเต็มไปหมดแล้ว มีแต่บาย 3 โมงครึ่ง เลยไปลองดูของ Klook ก็เจอว่ายังว่างอยู่ แต่ราคาจะแพงกว่าคนละ 42 บาท ซึ่งพอคุยกับกรุ๊ปก็โอเค เพราะใช้เวลาค่อนข้างเยอะ ไปช่วงเช้าน่าจะดีกว่า ก็เลยกดจองกับ Klook ไปคนละ 579 บาท เวลา 11 โมงครึ่ง

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ ทาง Trip แจ้งมาว่า ไฟล์ทขากลับโดนยกเลิก เลยต้องเข้าไปจองใหม่ กลับเป็น Spring Air เช่นกัน จ่ายเพิ่มไปคนละ 735 บาท

วันศุกร์ 13 มีนาคม ปัทแจ้งมาว่า จะไปค้างคืนที่ลั่วหยางคืนนึง เพราะกรุ๊ปนัดเพื่อนไว้ที่เจิ้งโจว และเราจะนั่งรถไฟจากลั่วหยางไปเจิ้งโจว ก็เลยจองตั๋วรถไฟไปเจิ้งโจวไว้ก่อน จะได้นัดเวลากับเพื่อนกรุ๊ปได้ ค่ารถไฟความเร็วสูงคนละ 65.5 หยวน (293.76 บาท)

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ปัทแจ้งมาอีกว่า ต้องจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจากซีอานไปลั่วหยาง เพราะทางโรงแรมที่ลั่วหยางมีรถมารับ เราต้องแจ้งเวลาเค้าไป ก็เลยจอง คนละ 179.74 หยวน (806.16 บาท)

วันพฤหัสที่ 19 มีนาคม ขับรถไปรับกรุ๊ปกับปัทก่อน 11 โมง เอารถไปจอดที่จอดรถและมาถึงสนามบินเที่ยง 5 นาที ต่อคิวเพื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋า คนค่อนข้างเยอะ กว่าจะเสร็จก็เที่ยง 40 วันนี้ต้องไปขึ้นที่เกต S125 ไปถึง Terminal S บ่ายโมงหน่อยๆ กรุ๊ปกับปัทเดินไปแลกของกินต่างๆ ได้เบอร์เกอร์เนื้อและโค๊กจาก Mc Donald ครัวซองและกาแฟจากร้านกาแฟร้านนึง ชิลลี่ด็อกและโค๊กจาก Dairy Queen และเฟรนช์ฟรายกับน้ำมะนาวจาก Potato Corner

ถือของเดินมาถึงเกต ก็เห็นว่าเกตเปิดแล้ว จัดการเข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อยแล้วก็ขึ้นเครื่องกันเลย เครื่องบินออกบ่าย 2 โมง 25 พอเครื่องขึ้นไปได้ซักพักก็เอาของที่ได้มาขึ้นมากิน

พวกเรามาถึงสนามบินซีอานตอน 6 โมง 45 ใช้เวลาผ่านตม.และเอากระเป๋าไม่ถึง 20 นาที ออกมาด้านนอกตอน 1 ทุ่มครึ่ง มีรถมารอรับไปโรงแรม มาถึงโรงแรม 2 ทุ่ม 20 นาที อากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิคืนนี้อยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส ถ้ามีลมพัดมาก็จะหนาวๆหน่อย

จัดการเช็คอินแล้วก็ขึ้นห้องไปเก็บกระเป๋า มีเหตุการณ์ผิดพลาดนิดหน่อย ตอนที่เปิดประตูห้อง 406 เข้าไป ในห้องมีคนอยู่และกำลังไลฟ์สดอยู่ ก็งงๆกันนิดหน่อย พอดีมีแม่บ้านเดินผ่านมา เลยบอกไปว่าห้องนี้มีคนอยู่ แล้วก็เลยเดินไปดูห้องกรุ๊ปว่ามีปัญญารึเปล่า พอเข้าไปในห้อง กลิ่นบุหรี่อบอวลในห้อง ก็เลยบอกให้กรุ๊ปเปลี่ยนห้องด้วยเลย

แม่บ้านพาลงมาชั้น 3 และระหว่างนั้น แม่บ้านก็คุยกับกับเจ้าหน้าที่ข้างล่าง ได้ห้องใหม่เป็นห้อง 309 ส่วนของกรุ๊ปกับปัทได้ห้อง 329 ห้องใหม่ไม่มีปัญหา และเจ้าหน้าที่ก็เอาผลไม้มาขอโทษห้องละกล่อง

จบจากเรื่องห้องพักแล้ว ก็ออกมากินมื้อเย็นกัน โรงแรมอยู่ทางออกที่ 6 ของหอระฆัง เราเดินไปหามื้อเย็นกินกันที่ทางออก 5 ปัทปักหมุดไปร้าน Hanxixi เป็นร้านบุฟเฟ่ต์หม้อไฟคนละ 59.90 หยวน (282.65 บาท) อาหารโดยรวมถือว่าดีเลย คุ้มกับราคาที่จ่ายไป

กินเสร็จแล้วก็ไปเดินในห้างที่อยู่ใกล้ๆกัน แต่เดินได้ไม่นานเพราะห้างใกล้ปิด ก็เลยกลับโรงแรม ถึงโรงแรม 4 ทุ่ม 15 กว่าจะนอนคืนนี้ก็เที่ยงคืน

วันศุกร์ที่ 20 ตื่นมาตอน 8 โมงครึ่ง นัดกันไว้ตอน 9 โมงลงไปกินมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมชั้น B1 อาหารก็พอกินได้

ออกจากโรงแรม 9 โมงครึ่ง ไปแวะร้านกาแฟ Cotti ที่อยู่ตรงทางออก 5 กรุ๊ปกับปัทสั่งกาแฟกันคนละแก้ว พอ 10 โมงก็เรียก Didi ไปสุสานจิ๋นซี ไปถึงทางเข้า 10 โมง 50 ค่ารถ 86.60 หยวน

ลงจากรถแล้วก็ถ่ายรูปหน้าทางเข้ากันนิดหน่อย กรุ๊ปกับปัทไปเข้าห้องน้ำกัน เสร็จแล้วก็พากันเดินไปที่อ๊อฟฟิตขายตั๋วเพื่อไปออกตั๋ว ระหว่างนั้นก็มีไกด์เข้ามาติดต่อ ต่อรองราคาได้ 280 หยวนจาก 300 หยวน ไกด์ชื่อลินดา พอบอกไปว่า เราจองตั๋วมาแล้ว ลินดาเลยบอกว่า ให้ไปที่ทางเข้าได้เลย ไม่ต้องออกตั๋ว แค่โชว์พาสปอร์ตที่ทางเข้าก็เข้าได้เลย

ก่อนจะเดินไปที่ทางเข้า ลินดาก็เอาหูฟังให้คนละอัน พอใส่หูฟังกันเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มการบรรยายประวัติของสุสานจิ๋นซีให้ฟัง พวกเราก็เดินตามลินดาและฟังคำบรรยายไป ผ่านที่ตรวจตั๋วแล้วก็ไปจ่ายค่าขึ้นรถกอล์ฟคนละ 5 หยวนเพื่อนั่งเข้าไปข้างใน

เราเริ่มจากหลุมขุดค้นที่ 1 ซึ่งเป็นหลุมขุดค้นที่ใหญ่ที่สุด มีรูปปั้นทหารดินเผาเรียงรายกัน 2,000 ตัวจากที่ขุดเจอ 6,000 ตัวและเป็นจุดแรกที่ชาวนาคนที่ขุดเจอสุสานขุดมาเจอ พวกเราใช้เวลาถ่ายรูปและฟังคำบรรยายที่นี่ค่อนข้างนานหน่อย จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่หลุมขุดค้น 3 ซึ่งมีหุ่นทหารและม้าอยู่นิดหน่อย ใช้เวลากับหลุมนี้ไม่นานนัก

ไปต่อกันที่หลุมขุดค้น 2 ซึ่งเป็นหลุมที่นักโบราณคดียังคงทำงานกันในจุดนี้ และเป็นหลุมที่ยังไม่ได้ขุดออกมามากนักเพราะยังหาวิธีจัดการกับสีที่ทาบนรูปปั้นดินเผาให้มันไม่จางหายเมื่อโดนอากาศไม่ได้

จุดสุดท้ายของทัวร์สุสานจิ๋นซีคืออาคารพิพิธภัณฑ์ ด้านในก็จะจัดแสดงประวัติ และมีหุ่นดินเผาที่สภาพดีหลายชุดจัดแสดงอยู่ในตู้กระจกให้นักท่องเที่ยวได้ดูและถ่ายรูปกัน

พวกเราใช้เวลาอยู่ในอาคารพิพิธภัณฑ์นานพอสมควร การจัดแสดงเปลี่ยนไปบางส่วนต่างจากปีก่อนที่มา พอจบจากอาคารพิพิธภัณฑ์แล้ว ก็เป็นอันจบทัวร์สุสานจิ๋นซี จัดการจ่ายค่าไกด์ให้ลินดาไป 280 หยวน แล้วก็เดินออกเวลาบ่ายโมง

ทางออกก็จะเป็นทางเดินที่เดินผ่านร้านอาหารต่างๆ เดินออกมาหน่อยนึงก็แวะร้านโรวเจียโม่ ซื้อมาอันนึงแบ่งกันกิน 15 หยวนและถือโอกาสนั่งพักขาไปด้วย

เราเดินออกมาถึงด้านนอกตอนบ่ายโมงครึ่ง จัดการเรียกรถ Didi ไปห้าง Saga ไปถึงบ่าย 2 โมง 15 นาที จ่ายค่ารถไป 90.40 หยวน ไปถึงแล้วก็ขึ้นไปชั้น 7 เพื่อกินมื้อกลางกัน มื้อนี้เรากินอาหารจีน เป็นร้านที่ดังเรื่องอาหารผัดๆจากกระทะ

เราสั่งอาหารไป 4 อย่าง มีเนื้อผัดพริก หมูทอดผัดเปรี้ยวหวาน ผัดวุ้นเส้น ซาลาเปา และก็โค๊ก 2 กระป๋อง จ่ายค่าอาหารมื้อนี้ไป 175 หยวน อาหารอร่อยทุกอย่าง แต่การสื่อสารค่อนข้างติดขัดเพราะกว่าจะขอน้ำแข็งเปล่าเพื่อมาใส่โค๊กได้ พนักงานเอาถ้วยไปใส่น้ำมาให้ และอีกรอบเอาน้ำแข็งมาให้พร้อมใส่น้ำเปล่ามาด้วย

ออกจากร้านอาหาร กรุ๊ปไปเดินหารองเท้ารุ่นที่ตามหามานานที่ร้าน Lining ซึ่งอยู่ชั้น 5 แต่ไม่มี และจากข้อมูลที่หามา ยังมีอีกร้านที่ชั้น B1 แต่พอลงไปแล้วไม่เจอร้าน ระหว่างนั้น ปัทแยกไปดูเสื้อผ้าที่ชั้น 3 กับ 2

เราหาร้าน Lining ที่ชั้น B1 ไม่มี เลยบอกกรุ๊ปว่าให้ลองไปถามพนักงานที่ร้าน Lining ชั้น 5 ดูว่าพอจะสั่งรุ่นที่กรุ๊ปอยากได้ให้มาส่งที่โรงแรมได้รึเปล่า

ระหว่างเดินขึ้นไปชั้น 5 ก็เจอปัทระหว่างทาง เลยเดินไปด้วยกัน ปัทไม่ได้อะไรมาเลยเพราะห้าง Sega เป็นห้างค่อนข้างหรู ราคาเสื้อผ้าเลยค่อนข้างแพง

มาถึงร้าน Lining กรุ๊ปคุยกับพนักงาน ระหว่างนั้น เรากับปัทก็นั่งพักขากัน สรุปว่า รุ่นที่ตามหา สั่งในออนไลน์ก็ไม่มีของ มาจีนรอบนี้ก็ยังหาไม่ได้

บ่าย 2 โมง 15 เราออกจากห้าง Sega และเรียก Didi ไปวัดห่านป่าใหญ่ จ่ายค่ารถไป 9.90 หยวน รถมาส่งตรงทางออกสถานีรถไฟ เลยต้องเดินไปซักระยะถึงจะถึงเจดีย์ห่านป่าใหญ่

จ่ายค่าเข้าคนละ 10 หยวน เดินเข้าไปชมด้านในแต่ชมแค่รอบๆเจดีย์ ไม่ได้ขึ้นไปบนเจดีย์เพราะต้องจ่ายเพิ่มอีกคนละ 25 หย่วนและก็ขี้เกียจเดินขึ้นกันด้วย

ภายในบริเวณของเจดีย์วัดห่านป่าใหญ่ จะมีโบสถ์อยู่หลายหลัง โบสถ์ด้านในจะเป็นที่ประดิษฐานของพระไตรปิฎกที่พระถังซัมจั๋งไปอัญเชิญมาจากอินเดีย

เดินชมภายในวัดห่านป่าใหญ่ได้ซักพัก 5 โมง 25 ก็ออกมาและเดินไปห้าง Joy City ที่อยู่ข้างๆวัด แวะร้านขนมปัง Italy Bread Museum by B&C ร้านขนมปังถุงเขียวที่เคยซื้อที่กวางโจว (Butterful & Creamorous) ซื้อขนมปังมา 4 อย่าง มีขนมปังแมคคาเดเมีย ขนมปังชาเขียว บลูเบอร์รี่มัฟฟิน และทาร์ตไข่ และก็โฮจิฉะอีกแก้วนึง จ่ายไป 97 หยวน

นั่งกินและนั่งพักขาอยู่ซักครู่ก็ไปเดินหาห้องน้ำและเดินดูร้านค้าในห้างนิดหน่อย 6 โมง 45 ก็ตัดสินใจกลับโรงแรมกันก่อน จ่ายค่ารถไป 15.80 หยวน ถึงโรงแรมทุ่ม 25 กรุ๊ปแยกตัวไปเดินเล่นต่อในห้างใกล้ๆ นัดเวลากันอีกที 3 ทุ่ม

พอถึงเวลานัด กรุ๊ปกับปัทก็มากดกริ่งเรียกที่ห้อง แล้วก็พากันเดินไปหอกลองซึ่งออกทางออก 9 ของหอระฆัง เดินผ่านร้านค้าไปหน่อยก็ถึงหอกลองและพอเลี้ยวขวาก็จะเป็นตลาดมุสลิม

เดินเล่นกันในตลาดมุสลิม ได้เนื้อแกะย่างมา 2 ไม้ จ่ายไป 20 หยวน รสชาติใช้ได้ ไม่ค่อยมีกลิ่นสาปเพราะเครื่องเทศกลบจนหมด เดินต่อไปอีกหน่อย ปัทเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วอยากลอง ก็เลยเข้าไปลองกัน สั่งมา 2 ชาม ชามนึงเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งมาพร้อมเครื่องต่างๆ อีกชามเป็นวุ้นเส้น จ่ายไป 63 หยวน

ขากลับ แวะซื้อพลับแห้งไปฝากป๊าซะหน่อย คนขายเอาให้ชิม 5-6 แบบ เลือกได้แล้วก็ให้ตักใส่ถุงเลย คนขายพลับก็พยายามตักใส่เยอะๆ แต่เราบอกไปว่า เอาแค่โลเดียว ให้เค้าตักออก คิดเงินมา 79 หยวน

กลับถึงโรงแรม 4 ทุ่ม 50 จัดเสื้อผ้าเพื่อเตรียมไว้ไปลั่วหยางวันพรุ่งนี้ ก็จัดใส่กระเป๋ากล้องไปนั่นแหละ คืนนี้ได้นอนก่อนเที่ยงคืน ผลประกอบการวันนี้ 21,428 ก้าว

วันเสาร์ที่ 21 เช้านี้ตื่น 8 โมงครึ่ง ออกจากโรงแรม 10 โมง ไม่ได้กินอาหารเช้าของโรงแรม ออกมาเรียก Didi แต่กว่าจะได้รถก็ 10 โมง 25 มาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงซีอานตอน 11 โมง จ่ายค่ารถไป 21.90 หยวน ขึ้นรถไฟรอบ 11.09 น. ระหว่างทางก็ซื้อกาแฟสตาร์บัคส์มากิน 1 ขวด 25 หยวนเอามากินกับขนมปังที่ซื้อมาเมื่อวาน

รถไฟมาถึงตามเวลา เดินออกมาด้านนอกก็มีเจ้าหน้าที่จากโรงแรมมารอรับ จากสถานีรถไฟ นั่งรถมาโรงแรมไม่ถึง 10 นาที บ่ายโมง 10 นาทีเราก็มารอเช็คอิน แต่ทางโรงแรมยังเก็บห้องไม่เรียบร้อย พวกเราเลยไปกินมื้อกลางวันระหว่างรอ

พนักงานพาเดินไปห้องอาหารของโรงแรมซึ่งเป็นห้องส่วนตัวแบบนั่งได้ 6-8 คน สั่งอาหารไป 2 อย่างคือเนื้อผัดพริกกับสตูเนื้อ มื้อนี้จ่ายไป 162 หยวน อาหารรสชาติดีเลย

อิ่มแล้วก็กลับมาจัดการเช็คอินอีกที เอากระเป๋าเข้าไปเก็บในห้อง ที่พักคืนนี้ราว 1,100 บาทกว่าๆ น้องชายเป็นคนจัดการจ่ายไป ห้องพักที่นี้น่าจะเทียบได้กับโรงแรม 5 ดาวเลย เพราะในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะมาก ทั้งอ่างอาบน้ำ ไดร์เป่าผม ที่ชั่งน้ำหนัก เครื่องกรองอากาศ เครื่องทำความชื้น เครื่องชงกาแฟแคปซูล ในตู้เย็นยังมีน้ำอัดลมและเบียร์ให้อีก 4 กระป๋อง มีผลไม้และขนมบนโต๊ะ และห้องเรายังเป็นจอแบบโปรเจคเตอร์ด้วย

เก็บของและสำรวจห้องเสร็จ บ่าย 2 โมง 45 ก็เรียก Didi ไปถ้ำผาหลงเหมินกัน จ่ายค่ารถไป 10.20 หยวน ระยะทางไม่ไกลมาก บ่าย 3 โมงเราก็มาถึง เดินเข้าไปนิดนึง เห็นมีร้านขายของ กรุ๊ปกับปัทได้กาแฟ Cotti มาคนละแก้ว ส่วนเราได้ชาองุ่นของ Gong Cha มาแก้วนึง 16 หยวน

จากจุดขายของ เดินเข้าไปอีก 4-500 เมตรก็ถึงจุดตรวจตั๋ว พวกเราไม่ได้จองตั๋วมา ก็ใช้วิธีกดซื้อกันหน้างานเลย กดจาก Trip.com ได้มาคนละ 427.78 บาท

เข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อย แล้วก็ไปเข้าคิวยื่นพาสปอร์ตเพื่อเข้าไปด้านในกัน จากจุดนี้ ยังต้องเดินเข้าไปกันอีกน่าจะเกือบ 1 กิโลเมตรกว่าจะถึงจุดแรกของงานแกะสลักหน้าผาหิน ชุดแรกจะไม่เยอะมาก ต้องขึ้นบันไดไป

ลงจากจุดแรก เดินไปอีกไม่ไกลก็เจอบันไดขึ้นไปดูจุดที่สอง ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของที่นี่ ตอนแรกปัทจะไม่ขึ้น แต่ก็บอกไปว่า ควรจะขึ้นไปดูเพราะจุดนี้มันเป็นไฮไลท์ของที่นี่

ขึ้นไปถึง ปัทได้เห็นพระพุทธรูปแกะสลักชุดใหญ่ และองค์กลางที่หน้าคล้ายกับบูเช็คเทียน ก็เลยรู้สึกว่าดีแล้วที่ไม่พลาดรออยู่ข้างล่าง

ลงจากจุดไฮไลท์ เดินต่อไปเรื่อยๆก็จะถึงทางออก จริงๆแล้วจากจุดด้านบน ยังมีทางเชื่อมให้เดินต่อไปได้อีก แต่ทางเดินขึ้นๆลงๆที่ต่อไปจากตรงนั้น จะมีแค่โพรงถ้ำเล็กๆ ไม่มีจุดแกะสลักใหญ่ๆแล้ว

จากทางออก เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานไป ระหว่างอยู่บนสะพานก็ยังสามารถถ่ายรูปเพิ่มเติมได้ พอข้ามสะพานไปแล้ว เดินเลี้ยวซ้ายเลียบแม่น้ำไปไม่ไกล ก็จะสามารถถ่ายรูปโดยมีฉากหลังคือฝั่งตรงข้ามที่เป็นจุดไฮไลท์พระพุทธรูปแกะสลักชุดใหญ่ที่เราเพิ่งไปดูมา

เราอยู่ตรงนั้นเพื่อถ่ายรูปกันซักพัก เดินไปต่ออีกไม่ไกล จะเป็นจุดขึ้นรถกอล์ฟเพื่อออกไปด้านหน้า จ่ายค่ารถไปคนละ 5 หยวน

รถกอล์ฟมาส่งแค่ด้านหลังของช่วงต้นๆรถขายของที่เราซื้อน้ำกันตอนแรก จากจุดนั้นเรายังต้องเดินอีกน่าจะมากกว่า 500 เมตรผ่านร้านขายของต่างๆ พอเดินไปถึงด้านหน้า เลี้ยวขวาแล้วเดินไปอีก 4-500 เมตร ก็จะถึงจุดที่เราลงรถตอนขามา ปัทจัดการเรียก Didi เพื่อกลับไปโรงแรม จ่ายค่ารถไป 11.94 หยวน

5 โมง 20 เราก็กลับมาถึงโรงแรม นั่งพักกันก่อน 6 โมง 45 ก็ออกไปเมืองเก่ากัน เรียก Didi ไป 24.98 หยวน ไปถึงตอนทุ่ม 25

เมืองโบราณที่นี่ เป็นถนนทอดยาวไปน่าจะกิโลเมตรกว่าๆ บ้านเรือนและพื้นถนนยังเป็นแบบโบราณ แต่ด้านล่างก็เป็นร้านค้าสมัยใหม่เหมือนกับเมืองโบราณอื่นๆที่ขายของซ้ำๆกัน เดินไปจนสุดก็จะเป็นทางแยกซ้าย-ขวา ซึ่งจะเป็นถนนที่ขายแต่อาหาร โดยจะเป็นซุ้มอาหาร 2 ฝั่ง และให้คนเดินตรงกลาง

พวกเราเลือกเลี้ยวไปทางซ้าย คนค่อนข้างเยอะ และถ้าตรงไหนมีร้านที่ขายดีๆคนต่อคิวเยอะๆ บริเวณนั้นก็จะต้องเดินเบียดกันหน่อย ถึงแม้ว่าทางเดินตรงกลางจะกว้างกว่า 3-4 เมตรก็ตาม

เราฝ่าฝูงชนไปไม่ไหว ก็เลยต้องออกมาเดินข้างๆ ซึ่งเป็นด้านหลังของซุ้มขายอาหาร ซึ่งคนจะเดินน้อยหน่อย เดินไปจนสุดแล้วก็เดินข้ามถนนไปอีกฝั่ง เพราะเห็นมีร้านค้าอยู่ เลยเดินไปดูหน่อย

เดินต่อไปไม่ไกล ก็ย้อนกลับทางเก่า แวะซื้อลูกพลับแห้งซะหน่อย ตอนซื้อ คนขายหยิบใส่ถุงซะเยอะ ต้องบอกว่าเอาแค่โลกว่าๆพอ ให้เค้าหยิบออก จ่ายไป 79 หยวน

เดินมาจนถึงร้านอาหารที่เล็งไว้ตอนขาไป มื้อเย็นนี้มี ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ลูกชิ้นปลา เกี๊ยวน้ำ เสี่ยวหลงเปา ทั้งหมด 49 หยวน อิ่มแล้วก็เดินไปทางที่เข้ามา เรียก Didi กลับโรงแรม ค่ารถ 30.99 หยวน ถึงโรงแรม 4 ทุ่ม วันนี้จบแค่นี้ กับ 14,126 ก้าว

วันอาทิตย์ที่ 22 ตื่นมาตอน 8 โมงเช้า เก็บกระเป๋าแล้วลงมาเช็คเอาท์ตอน 9 โมงครึ่ง ปัทติดต่อให้รถของโรงแรมไปส่งที่สถานีรถไฟความเร็วสูง นั่งรอราว 15 นาที รถก็มารับ ใช้เวลา 10 นาทีก็มาถึงสถานีรถไฟ มื้อเช้าฝากท้องไว้กับ KFC สั่งพวกเบอร์เกอร์ นักเก็ต กับกาแฟ จ่ายไป 101 หยวน เอาขึ้นไปกินบนรถไฟ

เรามาถึงเจิ้งโจวตอน 11 โมง 15 กรุ๊ปติดต่อเพื่อนเพื่อถามว่าต้องออกฝั่งไหน ก็ออกมาตามที่เค้าบอก พอเจอเพื่อนกรุ๊ปแล้ว ก็เดินกันไปที่ที่จอดรถ เพื่อนกรุ๊ปเอารถมินิแวนมารับ ระหว่างนั่ง เค้าก็โชว์ให้ดูว่ารถมีออฟชั่นอะไรบ้าง พอเห็นแล้วก็รู้สึกอิจฉาคนจีนที่ได้ใช้ของดีๆในราคาไม่แพง

ก่อนจะไปร้านอาหาร เพื่อนกรุ๊ปก็แวะไปแถวๆบ้านเค้าก่อนเพื่อรับลูกสาวไปกินมื้อกลางวันด้วยกัน เที่ยงเราก็มาถึงร้านอาหารจีน สั่งอาหารไปหลายอย่างมาก ระหว่างรออาหารก็กดจองตั๋วรถไฟกลับซีอาน จ่ายไปคนละ 246.17 หยวน

อิ่มแล้ว ลูกสาวของเพื่อนกรุ๊ปก็แยกไป เดินกลับบ้านเองเพราะร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากบ้าน บ่ายโมงครึ่ง เราก็มาเดินเล่นในสวนและทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลมาก ช่วงนี้กรุ๊ปแยกตัวไปเดินกับเพื่อน เดินไปคุยไปเรื่อยๆ ส่วนปัทไปเดินดูของในร้านกิ๊ฟช็อป ส่วนตัวเราเองเจอร้าน Mi เลยเข้าไปดูซะหน่อย เลยได้ลำโพงมาตัวนึง ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นตัวควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านด้วย แต่คงได้ใช้เป็นลำโพงอย่างเดียว เอาไว้เปิดตอนยิงธนู จ่ายค่าลำโพงไป 199 หยวน และก็ได้คีบอร์ดมาอันนึง 109 หยวน ซื้อไปให้เจ๊เกด เพราะก่อนจะมา มีซื้อแท็บเล็ตให้ แต่มันไม่มีแถมคีย์บอร์ดมาด้วย

บ่าย 2 ครึ่ง กรุ๊ปกับเพื่อนก็เดินกลับมา แล้วก็เลยชวนกันไปกินไอติมที่ร้าน Lucky People Have Gelato ที่อยู่แถวๆนั้น

ออกจากสวนนั้น ก็ไปอีกสวนนึง เดินเล่นกันจนถึงเย็นๆ 6 โมง 15 ก็มากินมื้อเย็นที่ร้านอาหารพื้นเมืองเหอหนาน เพื่อนกรุ๊ปอีกคนมาจอยด้วย ระหว่างกินก็นั่งคุยกัน เลยได้รู้ว่า ทั้ง 2 คนทำงานธนาคารซึ่งอยู่ในตำแหน่งสูงพอควร ทั้งคู่ก็เลยไม่สามารถออกนอกประเทศได้ ถ้าจะออก ต้องทำเรื่องให้ทางหน่วยงานรัฐบาลอนุญาตก่อน ถึงจะออกได้

ได้เวลาที่ต้องกลับแล้ว เพื่อนกรุ๊ปมาส่งที่สถานีรถไฟตอน 2 ทุ่ม รถไฟออกตอน 2 ทุ่ม 24 ขานี้นั่งยาวๆเลย 2 ชั่วโมง เรามาถึงสถานีรถไฟที่ซีอาน 4 ทุ่ม 24 เรียก Didi กลับโรงแรม จ่ายค่ารถไป 45.67 หยวนถึงโรงแรม 5 ทุ่มครึ่ง กว่าจะเข้านอนคืนนี้ก็เที่ยงคืนครึ่ง ผลประกอบการวันนี้แค่ 11,123 ก้าว

วันจันทร์ที่ 23 เช้านี้ตื่น 8 โมง ลงมาเจอกันข้างล่าง 8 โมง 45 ช่วงเช้าวันนี้ เราจะไปพิพิธภัณฑ์ซ่านซีกัน เรียก Didi ไป 9.50 หยวน ไปถึงพิพิธภัณฑ์ 9 โมงครึ่ง ปัทติดต่อคนจีนที่เป็นคนจองตั๋วเข้าให้ รอแค่ 5 นาทีก็เจอกัน

พิพิธภัณฑ์นี้ จริงๆเข้าฟรี แต่การกดจองค่อนข้างยาก ถ้ากดเองคงไม่ทัน เลยต้องจ่ายเงินให้คนจีนกดจองตั๋วให้ เค้าพาเดินเข้าไปข้างในและพาไปรับหูฟังสำหรับกดฟังคำบรรยายระหว่างเดินดูแต่ละจุดในพิพิธภัณฑ์

ช่วงนี้ก็จะแยกกันเดิน ดูสิ่งที่สนใจตามอัธยาศัย เดินจนจบประมาณ 10 โมงครึ่ง ออกจากพิพิธภัณฑ์มาเรียก Didi ไปร้านทาร์ตที่อยู่แถวๆกำแพงเมืองฝั่งใต้ ค่ารถ 10 หยวน

11 โมง 15 ก็มาถึงร้านทาร์ต Boo ปัทเข้าไปซื้อมา 4 ชิ้น 35 หยวน จากนั้นก็เดินไปหาร้านกาแฟ ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย และแวะซื้อสตรอเบอร์รี่มาตะกร้านึง 28 หยวน

เดินข้ามมาถนนวัฒนธรรม เข้าไป 100 กว่าเมตร ร้านกาแฟ Oops จะอยู่ในซอยทางซ้าย สั่งกาแฟไป 4 แก้ว 105 หยวน ร้านนี้มีมุมให้ถ่ายรูปพอควร เอากาแฟกับขนมที่ซื้อมาขึ้นไปกินที่ชั้น 2 กว่าจะออกจากร้านกาแฟก็เที่ยง 15

ขากลับ ชวนกรุ๊ปบปัทเดินกลับ เพราะระยะทางจากกำแพงฝั่งใต้ไปหอระฆังเป็นระยะที่พอเดินได้ ประกอบกับอากาศเย็นๆ เดินไปเรื่อยๆไม่เหนื่อยเท่าไหร่

เที่ยง 35 ก็เดินมาถึงหอระฆัง แถวๆนั้นจะมีตึกร้านอาหารอยู่ ปัทพาขึ้นไปชั้น 3 เพราะดูจาก FB มีคนแนะนำร้าน Zhaohuali Chuancai XiaoGuan สั่งไป 3 อย่าง มี ปลาต้มผักดอง หมูพะโล้ ผัดหน่อไม้ จ่ายค่าอาหารมื้อนี้ไป 160.80 หยวน

บ่ายโมงครึ่งก็เดินกลับมาที่โรงแรม เอาสตรอเบอร์รี่มาเก็บและเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย จากนั้นก็เรียก Didi ไปห้าง G Park ค่ารถ 9.80 หยวน ไปถึงบ่ายโมง 50 เดินดูของกันจนถึงบ่าย 3 โมง 10 นาที ไม่ได้ของอะไรกันเลยเพราะพวกเสื้อผ้าก็แพง ส่วนรองเท้าบาสเก็ตบอลที่กรุ๊ปตามหาก็ไม่มี

ไปต่อกันที่ห้าง Mix C จ่ายค่ารถไป 17.70 หยวน นั่งรถมาแค่ 20 นาทีก็ถึง ที่นี่ยังพอได้ขนมห่อๆกลับมาบ้าง จ่ายค่าขนมไป 147.20 หยวน และก็ได้พุทรายัดไส้กับนูกัสมาอีก 117.73 หยวน

ออกจากห้าง Mix C ตอน 5 โมงเย็น เรียก Didi กลับโรงแรม ค่ารถ 39.10 หยวน ถึงโรงแรม 5 โมง 40 นั่งรอซักพักเพราะนัดรถให้มารับไปสนามบินตอน 6 โมงครึ่ง ใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงสนามบิน จ่ายค่ารถกับทาง Trip.com ไป 285 บาท

จัดการเช็คอินและโหลดกระเป๋า เสร็จแล้วก็ไปหามื้อเย็นกิน ปัทหาขู้ลจาก FB เช่นเคย มันจะมีร้านอาหารอยู่ 2-3 ร้านซึ่งต้องลงไปอีกชั้นนึง ได้มื้อเย็นเป็นอาหารเกาหลี 85.70 หยวน

ไฟล์ทกลับถึงกรุงเทพตามเวลา ไปส่งกรุ๊ปกับปัทแล้วค่อยกลับบ้าน ถึงบ้านตี 3 กว่าๆ เป็นอันจบทริปซีอาน

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Don’t Follow Me, I’m Lost. โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Don’t Follow Me, I’m Lost.:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่