Sticky Rice And Mangos

Sticky Rice And Mangos เมนู มะม่วงทั้งหมด

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุกสูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก     หน้าร้อนแบบนี้ต้องยกซดเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก เนื้อเนียนหวานห...
14/02/2023

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

หน้าร้อนแบบนี้ต้องยกซดเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก เนื้อเนียนหวานหอม อุดมด้วยวิตามิน โอ๊ย… สดชื่นดีต่อใจ

ช่วงซัมเมอร์เราจะเห็นมะม่วง ขายกันทั่วตลาด โดยเฉพาะมะม่วงสุกที่ขายถูก ๆ ลองซื้อมาทำเครื่องดื่มคลายร้อนกันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก เช่น น้ำมะม่วงปั่น สมูทตี้มะม่วง และเครื่องดื่มมะม่วงอื่น ๆ อีกเพียบ
สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

1. น้ำมะม่วงเลมอนเนด (Mango Lemonade)

ใครไม่ชอบดื่มน้ำมะม่วงเพียว ๆ เพราะรสชาติหวานลิ้น ลองเติมน้ำมะนาวเพิ่มรสเปรี้ยวกันหน่อยดีกว่า สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับส่วนผสมทุกอย่างไปปั่นจนละเอียด ดื่มแค่แก้วเดียวก็สดชื่นตลอดวันแล้วค่ะ

ส่วนผสม น้ำมะม่วงเลมอนเนด

• มะม่วงสุกปอกเปลือกหั่นชิ้น 200 กรัม
• น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำมะนาว 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
• น้ำแข็ง
• ใบสะระแหน่ (ตกแต่ง)

วิธีทำน้ำมะม่วงเลมอนเนด

1. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงในชาม นำเข้าไมโครเวฟจนน้ำตาลละลาย พักไว้ให้เย็น
2. ใส่มะม่วง น้ำเชื่อม และน้ำมะนาวลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ปั่นให้ละเอียด
3. รินใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ จัดเสิร์ฟ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 3 สูตรเครื่องดื่มจากมะขาม มะยม และมะม่วง ค็อกเทลจากผลไม้ริมรั้ว

++++++++++++++++

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

2. ลาสซี่มะม่วง (Mango Lassi)

ใครชอบกินลาสซี่ (Lassi) หรือโยเกิร์ตปั่นสไตล์อินเดีย ลองเติมมะม่วงลงไปเพิ่มรสเปรี้ยวหวานกันเถอะ สูตรจาก คุณ Rin\'s Cookbook ( ) หน้าตาดีแบบนี้ต้องลองสักครั้งนะคะ

ส่วนผสม ลาสซี่มะม่วง

• โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 5 ออนซ์
• เนื้อมะม่วงสุก 4 ออนซ์
• ซอสมะม่วงเข้มข้น (ในสูตรนี้ใช้ Kesar Mango Pulp แบบกระป๋องจากประเทศอินเดีย)
• นมสด 1/4 ถ้วย (หรือฮาฟแอนด์ฮาฟครีม)
• น้ำแข็ง 1 ถ้วย
• น้ำเชื่อม 1 ออนซ์ (หรือน้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ)

หมายเหตุ : ซอสมะม่วงเข้มข้นชนิดกระป๋อง หรือ Kesar Mango Pulp สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายวัตถุดิบอินเดีย หรือถ้าซื้อไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้เนื้อมะม่วงสุกจัด ๆ มาใช้แทนได้

วิธีทำลาสซี่มะม่วง

1. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่น ปิดฝาแล้วปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน (เวลาในการปั่นขึ้นอยู่กับเครื่องปั่นแต่ละเครื่อง)
2. ตกแต่งแก้ว โดยเทซอสมะม่วงลงในไปในแก้วก่อนแล้วเอียงแก้วไปมาให้สวยงามตามชอบ จากนั้นเทลาสซี่ที่ปั่นไว้ลงไป ราดทับด้วยซอสมะม่วงอีกครั้ง แต่งด้วยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ (หรือจะโรยถั่วพิสตาชิโอลงไปตามชอบ)

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ลาสซี่มะม่วง เครื่องดื่มโยเกิร์ตปั่นสไตล์อินเดีย ร้อนนี้ต้องลอง

++++++++++++++++

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

3. น้ำหมักผลไม้ สูตรใส่มะม่วงสุก (Infused Water)

เอาใจคนรักสุขภาพด้วยเครื่องดื่มน้ำหมักผลไม้ใส่มะม่วงสุก สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน สูตรนี้ใส่มะม่วงกับมิกซ์เบอร์รีผสมกับน้ำแร่ ได้รสธรรมชาติเน้น ๆ ไม่เติมแต่งความหวานแต่อย่างใด

ส่วนผสม น้ำหมักมะม่วง

• มะม่วงสุก หั่นเต๋าเล็ก ๆ แช่แข็ง 1 ถ้วยตวง
• มิกซ์เบอร์รีแช่แข็ง 1/2 ถ้วยตวง
• เลมอนสไลซ์ 1 ลูก
• น้ำแร่ 2 ถ้วยตวง

วิธีทำน้ำหมักมะม่วง

1. นำมะม่วงสุก มิกซ์เบอร์รี และเลมอนใส่ในกระบอกแก้วหรือขวดโหล ใช้ช้อนกดผลไม้ให้พอมี น้ำซึมออกมา
2. ใส่น้ำแร่ลงไปจนเต็มปิดฝาให้แน่น นำเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ 1 คืน ใช้ดื่มในช่วงเช้าหรือระหว่างวัน

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ น้ำหมักผลไม้ สูตรใส่มะม่วงสุก เครื่องดื่มแก้วใหม่รสชาติแนว ๆ

++++++++++++++++

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

4. น้ำมะม่วงสุกข้าวกล้องงอก

น้ำข้าวกล้องงอกรสชาติจืดชืด ลองใส่มะม่วงลงไปเพิ่มความกลมกล่อมดีไหม สูตรจาก นิตยสาร Foodstylist มาพร้อมวิธีทำข้าวกล้องงอกเอง ดื่มสักแก้วมีประโยชน์

ส่วนผสม น้ำมะม่วงข้าวกล้องงอก

• ข้าวกล้อง (พันธุ์ดอกมะลิ 105 หรือปทุมธานี 1) 500 กรัม
• น้ำสะอาด
• ใบเตย 2-3 ใบ
• มะม่วงสุกปั่น 1 ลูก
• ใบสะระแหน่ (ตกแต่ง)

วิธีทำข้าวกล้องงอก

1. นำข้าวกล้องมาล้างทำความสะอาด เติมน้ำให้ท่วมข้าว แช่ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 ชั่วโมง
2. เทน้ำออกแล้วนำไปห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่กล่องทิ้งไว้อีกประมาณ 10-24 ชั่วโมง เมล็ดข้าวจะงอกออกมาเป็นตุ่มเล็ก ๆ (ได้ข้าวกล้องงอก) ที่มีสารกาบา

วิธีทำน้ำมะม่วงข้าวกล้องงอก

1. นำข้าวกล้องงอกมาผสมกับน้ำประมาณ 1 ลิตร ปั่นให้ละเอียด นำไปกรองเอาแต่น้ำ
2. จากนั้นจึงนำไปต้มกับใบเตยจนเดือด พักไว้ให้อุ่น ๆ
3. นำมาผสมกับน้ำมะม่วงปั่น เติมความหวานจากน้ำเชื่อมตามชอบ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ น้ำมะม่วงข้าวกล้องงอก เครื่องดื่มสไตล์คนรักสุขภาพ

++++++++++++++++

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

5. น้ำมะม่วงแครอท

น้ำแครอทดื่มแล้วแอบเหม็นเขียว ลองใส่มะม่วงลงไปเพิ่มความหอมหน่อยดีกว่า ขอนำเสนอเครื่องดื่มน้ำมะม่วงแครอท จุดเด่นคือ ใส่พริกป่นเพิ่มความเผ็ดเบา ๆ แม้จะแปลกไปหน่อยแต่ถ้าได้ดื่มรับรองติดใจ

ส่วนผสม น้ำมะม่วงแครอท

• น้ำแครอท 1/2 ถ้วย
• มะม่วงสุก 150 กรัม
• พริกป่น
• น้ำแข็งก้อน 8 ก้อน

วิธีทำน้ำมะม่วงแครอท

1. นำน้ำแครอท มะม่วงสุก พริกป่น และน้ำแข็งใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปั่นจนละเอียด
2. เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ น้ำแครอทมะม่วงรสจัด เครื่องดื่มสุขภาพรสแปลกใหม่

++++++++++++++++

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

6. มะม่วงโยเกิร์ตสมูทตี้

ใครกำลังมองหาเครื่องดื่มมะม่วงสุกสำหรับคนพิเศษ อยากให้ลองทำเมนูมะม่วงโยเกิร์ตสมูทตี้ รสชาตินุ่มลิ้นเพราะใส่น้ำมะนาวกับกับโยเกิร์ตตัดเลี่ยนจากมะม่วง แต่งด้านบนด้วยมะม่วงสุกสักหน่อยเพิ่มความเก๋

ส่วนผสม มะม่วงโยเกิร์ตสมูทตี้

• เนื้อมะม่วงสุก (หั่นเป็นชิ้น) 100 กรัม
• น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำผึ้ง (หรือปริมาณตามชอบ) 2 ช้อนโต๊ะ
• โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 50 กรัม
• น้ำแข็งบดปริมาณตามขนาดแก้ว
• มะม่วงสุก และใบสะระแหน่ สำหรับแต่ง

วิธีทำมะม่วงโยเกิร์ตสมูทตี้

1. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
2. เทใส่แก้ว แต่งด้วยเนื้อมะม่วง และใบสะระแหน่

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ มะม่วงโยเกิร์ตสมูทตี้ เนื้อเนียนนุ่มหอมหวานชื่นใจ

++++++++++++++++

สูตรเครื่องดื่มจากมะม่วงสุก

7. น้ำมะม่วงมินต์

ลำพังแค่น้ำมะม่วงก็มีกลิ่นหอมชวนดื่มแล้วนะ แต่ถ้าเพิ่มใบมินต์ลงไปอีกนี่ฟินขั้นเทพ มาลองทำเครื่องดื่มน้ำมะม่วงมินต์ จับทุกอย่างไปปั่นผสมจนเนื้อละเอียด ใครหาผงยี่หร่าไม่ได้ก็ไม่ต้องใส่นะคะ

ส่วนผสม น้ำมะม่วงมินต์

• มะม่วงสุก (หั่นเป็นชิ้น) 2 ลูก
• น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำ 1/2 ถ้วยตวง
• ใบสะระแหน่ 1 ถ้วย
• ผงยี่หร่า 1 ช้อนชา
• เกลือป่น ปริมาณเล็กน้อย

วิธีทำน้ำมะม่วงมินต์

1. ใส่มะม่วงสุก น้ำตาลปี๊บ และน้ำลงในหม้อ เคี่ยวจนเนื้อมะม่วงนิ่มและข้น ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
2. ใส่ส่วนผสมมะม่วง ใบสะระแหน่ และผงยี่หร่าลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด เทใส่ภาชนะ นำไปแช่เย็นจนส่วนผสมเกาะกันเป็นก้อนนุ่ม ๆ เวลาดื่มให้ตักส่วนผสมมะม่วงลงในแก้วแล้วชงผสมกับน้ำเย็น

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ น้ำมะม่วงมินต์ ปลุกความสดชื่นให้ร่างกาย

สงสัยเย็นนี้ต้องออกไปตามล่าหามะม่วงสุกมาทำเครื่องดื่มสักแก้ว ไม่ต้องคิดเยอะว่าจะทำเมนูไหนก่อน เพราะจะเริ่มทำตั้งแต่แก้วแรกวนไปเลยค่ะ

น้ำมะม่วงปั่นกินดีมีประโยชน์น้ำมะม่วงปั่นแก้วนี้มีสรรพคุณ ดังนี้ช่วยบำรุงสายตามะม่วงมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆช่วยให้ระบบขั...
13/02/2023

น้ำมะม่วงปั่นกินดีมีประโยชน์
น้ำมะม่วงปั่นแก้วนี้มีสรรพคุณ ดังนี้

ช่วยบำรุงสายตา
มะม่วงมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ
ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น

ส่วนผสมที่ต้องเตรียมสำหรับการทำน้ำมะม่วงปั่น

มะม่วง 50 กรัม
น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำแข็ง 1 ถ้วย
ขั้นตอนการน้ำมะม่วงปั่น

นำมะม่วงมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก
หั่นเป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ
จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมด ใส่ลงในโถปั่น และปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้
รินใส่แก้ว พร้อมดื่ม

มะม่วงและประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพมะม่วง เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีรสชาติดี รับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก ให้พลังงานสูง เป็นแห...
12/02/2023

มะม่วงและประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพ

มะม่วง เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีรสชาติดี รับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก ให้พลังงานสูง เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโพแทสเซียม เส้นใยอาหาร และวิตามิน หลายคนเชื่อว่ามะม่วงอาจมีคุณสมบัติต้านเบาหวาน มะเร็ง การอักเสบ การติดเชื้อต่าง ๆ และต้านสารอนุมูลอิสระได้

คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วง ในปริมาณ 1 ถ้วย หรือ 165 กรัม ได้แก่

พลังงาน 107 แคลอรี่

เส้นใยอาหาร 3 กรัม

น้ำตาล 24 กรัม

โปรตีน 1 กรัม

วิตามิน เอ 25 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

วิตามิน ซี 76 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

วิตามิน บี6 0.2 มิลลิกรัม

โพแทสเซียม 257 มิลลิกรัม

คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับประโยชน์ของมะม่วงที่มีต่อสุขภาพเป็นจริงหรือไม่ มีการศึกษาค้นคว้าและมีหลักฐานทางการแพทย์บางส่วนกล่าวถึงประโยชน์ของมะม่วงไว้ ดังนี้

มะม่วงอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี

มะม่วง 165 กรัม ประกอบไปด้วยวิตามินเอถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน ซึ่งวิตามินเอมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของร่ายกาย โดยเฉพาะดวงตาและผิวพรรณ ส่งผลดีต่อกระดูก ระบบสืบพันธุ์ และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การศึกษาชิ้นหนึ่งได้กล่าวถึงคุณสมบัติของมะม่วง ทั้งแบบสดและแบบตากแห้งว่าเป็นแหล่งของโปรวิตามินเอ (Provitamin A) และอาจจัดเป็นหนึ่งในอาหารที่มีส่วนช่วยรักษาภาวะขาดวิตามินเอ

นอกจากมะม่วงจะอุดมไปด้วยวิตามินเอแล้ว ยังเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีวิตามินซีสูงด้วย โดยในมะม่วง 165 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 46 มิลลิกรัม หรือ 76 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน ซึ่งวิตามินซีจำเป็นต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยปรับการดูดซึมธาตุเหล็ก ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ เอ็น และกระดูกอีกด้วย

ะม่วงมีประโยชน์ต่อการย่อยอาหาร

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า การรับประทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยเส้นใยหรือมีไฟเบอร์สูงจะส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร โดยเส้นใยจะช่วยดูดซึมน้ำ ทำให้อุจจาระนิ่มและเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น มะม่วงก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ประกอบไปด้วยเส้นใยอาหาร และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครรับประทานมะม่วงในปริมาณ 300 กรัมทุกวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าปัญหาท้องผูกมีอาการดีขึ้นมากกว่าเมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่รับประทานแต่เส้นใยอาหารในปริมาณเท่ากับที่พบในมะม่วง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระดับกรดไขมันชนิดที่ดี และส่งผลดีต่อการย่อยอาหารอื่น ๆ เช่น การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

มะม่วงกับคุณสมบัติต้านการอักเสบ

มะม่วงอาจมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่ส่งผลดีต่อโรคบางชนิด เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากระบบภูมิต้านทานร่างกายตอบสนองไว ทำให้เกิดการอักเสบของผนังเยื่อบุลำไส้ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ในอนาคต โดยการศึกษาวิจัยหลายชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าสารพฤกษเคมีที่พบในมะม่วง มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบดังกล่าวได้ เช่น การใช้สารสกัดจากเปลือกต้นมะม่วงที่ประกอบไปด้วยสารพอลีฟีนอล (Polyphenols) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบ พบว่าอาการท้องเสีย และน้ำหนักตัวลดลงมีอาการดีขึ้น

ถึงแม้ว่าผลการทดลองจะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมะม่วงที่อาจช่วยลดการอักเสบได้ แต่การทดลองหลายชิ้นก็เป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง การศึกษาและทดลองในมนุยษ์ยังคงมีจำกัด และอาจยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปประสิทธิภาพในด้านดังกล่าวได้อย่างชัดเจน จึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

มะม่วงกับคุณสมบัติลดระดับน้ำตาลในเลือด

ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นความเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเหตุให้เส้นประสาท หลอดเลือด รวมถึงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเกิดความเสียหาย และอาจทำให้เสียชีวิตได้ มีการศึกษานำร่องชิ้นหนึ่งได้ทดสอบประสิทธิภาพของมะม่วง โดยให้ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินรับประทานอาหารเสริมมะม่วงแห้งแช่แข็งวันละ 10 กรัม เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของอาสาสมัครทดลองทั้งเพศชายและเพศหญิงลดต่ำลง รอบสะโพกของอาสาสมัครเพศชายเล็กลง แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของรอบสะโพกในอาสาสมัครเพศหญิง รวมถึงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านน้ำหนักตัว มวลไขมัน และกล้ามเนื้อในร่างกายของอาสาสมัครทั้งเพศชายและเพศหญิง จากการค้นพบนี้ อาจกล่าวได้ว่าการรับประทานมะม่วงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักตัว แต่อาจมีประโยชน์ต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน

อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการทดลองขนาดเล็กที่ได้ทดลองกับอาสาสมัครเพียง 20 คน จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิภาพของมะม่วงในการลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องศึกษาทดลองทางการแพทย์เพิ่มเติม โดยควรเพิ่มจำนวนของผู้รับการทดลอง และเพิ่มระยะเวลาในการทดลอง

มะม่วงกับคุณสมบัติต้านมะเร็ง

มะเร็งเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ ซึ่งแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านทางกระแสเลือดและน้ำเหลือง โดยมีการศึกษาวิจัยหลายชิ้นได้แสดงให้เห็นว่า สารประกอบทางชีวภาพของมะม่วงอาจมีคุณสมบัติช่วยต้านมะเร็งได้ เช่น สารสกัดเมทานอลจากเปลือกมะม่วงอาจมีส่วนช่วยทำลายเซลล์มะเร็งตับอ่อน สารสกัดเอทานอลจากเปลือกมะม่วงอาจช่วยเร่งให้เซลล์มะเร็งปากมดลูกตายเร็วขึ้น สารสกัดจากเนื้อมะม่วงอาจช่วยทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงกรดแกลลิกและสารประกอบแกลโลทานินของมะม่วงอาจช่วยทำลายเซลล์มะเร็งเต้านมได้

แม้จะมีการศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติในการต้านมะเร็งของมะม่วง แต่บางส่วนเป็นผลจากการศึกษาทดลองในสัตว์ จึงยังจำเป็นต้องศึกษาทดลองในมนุษย์เพิ่มเติมต่อไป เพื่อยืนยันคุณสมบัติในด้านดังกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มะม่วงกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

เนื้อมะม่วงอุดมไปด้วยแมงจิเฟอริน (Mangiferin) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารพอลิฟีนอลจากธรรมชาติที่ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ โดยป้องกันการเกิดความเสียหายของร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระยังมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็ง โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ รวมถึงโรคข้ออักเสบด้วย

นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีความเชื่ออีกว่าการรับประทานมะม่วงอาจช่วยต้านโรคเบาหวาน และต้านการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ แต่ในทางการแพทย์ยังไม่มีผลการวิจัยที่เพียงพอ จึงยังจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของมะม่วงเกี่ยวกับสรรพคุณดังกล่าว

รับประทานมะม่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

มะม่วงนับเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีรสชาติหวาน และมีเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์น้อย เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ แต่ความหวานที่มีอาจเสี่ยงต่อการเกิดผลเสียแก่ร่างกาย สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานมะม่วงให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 2 หน่วยบริโภค หรือประมาณ 160 กรัม โดยปริมาณผักและผลไม้ที่ควรจะได้รับในแต่ละวัน คือ 400 กรัม ผู้บริโภคอาจรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย หรือผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูงอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น กล้วย แอปเปิ้ล ส้ม เบอร์รี่ต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะม่วง ผลไม้ที่มีรสหวาน หรือผลไม้ที่ประกอบด้วยน้ำตาลจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

ผิดพลาดคือการเรียนรู้
12/12/2022

ผิดพลาดคือการเรียนรู้

วงศ์ : Anacardiaceaeชื่อภาษาไทย : ขาวนิยม (น้ำดอกไม้มัน)พันธุ์ : น้ำดอกไม้มันแหล่งกำเนิด :เกิดจากการผสมเกสรของมะม่วง 2 ส...
28/11/2022

วงศ์ : Anacardiaceae

ชื่อภาษาไทย : ขาวนิยม (น้ำดอกไม้มัน)

พันธุ์ : น้ำดอกไม้มัน

แหล่งกำเนิด :

เกิดจากการผสมเกสรของมะม่วง 2 สายพันธุ์ คือ ระหว่าง มะม่วง เขียวเสวย กับ มะม่วงน้ำดอกไม้ เมื่อได้ลูกไม้ใหม่ออกมาปลูกเลี้ยงหลายปีจนมีผลโดดเด่นกว่าสายพันธุ์พ่อและแม่หลายจุดน เช่น ติดผลดก ผลมีขนาดใหญ่มาก มีน้ำหนักเฉลี่ยเมื่อผลโตเต็มที่ตั้งแต่ 1.5-2 กิโลกรัมต่อผล รสชาติผลแก่หรือห่ามหวานมันปนเปรี้ยวเล็กน้อยกรอบอร่อยเหมือนกับรสชาติมะม่วงเขียวเสวยส่วนเมื่อผลสุกจะหวานหอมเหมือนกับมะม่วงน้ำดอกไม้ ทุกอย่าง ผู้ขยายพันธุ์จึงตั้งชื่อว่า “มะม่วงน้ำดอกไม้ มัน”
ประวัติความเป็นมา :

เมื่อปี พ.ศ.2510 คุณขาว น้อยรักษา ได้นำเมล็ดมะม่วงเขียวเสวยมาปลูกแล้วบังเอิญมีต้นกลายพันธ์ 1 ต้น ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ รูปทรงสวย รับประทานดิบรสชาติมันหวานคล้ายมะม่วงเขียวเสวย รับประทานสุกรสชาติหวานหอมเนื้อแน่น เมล็ดแบนลีบคล้ายมะม่วงน้ำดอกไม้ คุณขาว จึงตั้งชื่อว่า มะม่วงน้ำดอกไม้มัน ซึ่งสวนตั้งอยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 5 แขวงหลักสอง เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร เมื่อได้มะม่วงพันธ์นี้มาแล้วก็ได้บำรุงดูแลรักษาเป็นอย่างดี จนมีความมั่นใจว่าสายพันธุ์นี้นิ่งแล้วจึงทำการขยายพันธุ์ โดยปลูกในพื้นที่เขตบางบอนและเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และได้ผลผลิตออกมาจึงลองส่งขายปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงได้ทำการขยายเพิ่มในพื้นที่กว่า 100 ไร่ และเมื่อปี พ.ศ.2538 ได้มีการลงความเห็นในกลุ่มบุตรของคุณขาว น้อยรักษาทั้ง 8 คน ว่าจะนำมะม่วงมันนี้ไปขึ้นทะเบียนไว้กับผืนแผ่นดินไทย ในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2539 จึงได้ยื่นคำขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ณ กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการ และกรมวิชาการประกาศและให้หนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2543 ให้ชื่อว่า ขาวนิยม ซึ่ง ขาว มาจากชื่อของ คุณขาว น้อยรักษา นิยม มาจากการได้รับความนิยมชมชอบ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความดีของคุณขาว น้อยรักษา ผู้ให้กำเนิดมะม่วงพันธุ์ ขาวนิยม

คุณสมบัติเด่นของมะม่วงขาวนิยม :

ขนาดผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักเฉลี่ย 0.6 – 1.5 กิโลกรัม ปัจจุบันมีการพัฒนาการบำรุงรักษาผลผลิตโดยเน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพและการสกัดสมุนไพรป้องกัน กำจัดแมลง โรคพืช เพื่อเน้นความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
ผลรูปทรงสวยงาม ลักษณะเป็นทรงกระบอกหัวคล้ายมะม่วงเขียวเสวย ปลายแหลมคล้ายมะม่วงน้ำดอกไม้
ผลดิบ สีผิวจะอยู่กางกลางระหว่างสีผิวของมะม่วงน้ำดอกไม้ และสีผิวของมะม่วงเขียวเสวย คือไม่เข้มเท่าเขียวเสวยและไม่อ่อนเท่าน้ำดอกไม้ เปลือกจึงมีความทนทานต่อโรค แมลง การขนส่ง และเก็บได้นาน ผลแก่จัด (สุกปากตะกร้อ) ธรรมชาติของสายพันธุ์มะม่วงมันจะสุกจากปลายไปหาขั้ว (มะม่วงเปรี้ยวจะสุกจากขั้นไปหาปลายผล) เนื้อด้านในใกล้เปลือกกรอบกว่ามะม่วงเขียวเสวย และเนื้อด้านติดเมล็ดจะนิ่มและหวานหอมเป็นที่นิยมชมชอบมากสำหรับผู้บริโภค ผลสุก (บ่ม) เนื้อจะเป็นสีเหลืองปนส้มเล็กน้อยดูสวยงามมาก โดยเฉพาะผลสุกที่ได้จากการบ่ม เนื้อจะสุกเสมอทั้งผล รสชาติหวานและไม่มีเสี้ยน ความหนาของเปลือก จะมีเปลือกหนากว่ามะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้และมะม่วงเขียวเสวย
การเพาะพันธุ์ :

จะเหมือนกับมะม่วงน้ำดอกไม้ ปลูกได้ในดินทั่วไป เหมาะจะปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน หรือปลูกเพื่อเก็บผลขาย ขุดหลุมกว้างหนึ่งฟุต ลึกเท่ากับปากถุงดำของกิ่งตอนหรือปากกระถาง จากนั้นนำต้นลงปลูกโดยรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกกลบหน้าดินให้แน่น รดน้ำพอชุ่มเช้าเย็น พร้อมบำรุงปุ๋ยสม่ำเสมอเดือนละครั้ง เมื่อต้นโตมีดอกและติดผลจะคุ้มค่ามาก

มะม่วงแดงจักรพรรดิมะม่วงแดงจักพรรดิ มะม่วงพันธุ์ “ยู่เหวิน” มีถิ่นกำเนิดที่ไต้หวันและเป็นมะม่วงลูกผสมระหว่างพันธุ์ จินหว...
18/11/2022

มะม่วงแดงจักรพรรดิ

มะม่วงแดงจักพรรดิ มะม่วงพันธุ์ “ยู่เหวิน” มีถิ่นกำเนิดที่ไต้หวันและเป็นมะม่วงลูกผสมระหว่างพันธุ์ จินหวง กับมะม่วงพันธุ์ “อ้ายเหวิน” (มะม่วงอ้ายเหวินเป็น มะม่วงสายพันธุ์เดียวกับพันธุ์เออร์วิน) มะม่วงลูกผสมสายพันธุ์นี้ได้มีการนำยอดพันธุ์มาเสียบยอดในประเทศไทยประมาณ 4-5 ปีมาแล้ว

มะม่วงแดงจักพรรดิ์หรือยู่เหวิน มะม่วงชนิดนี้ เกิดจากการผสมเกสรของมะม่วงชื่อดัง 2 สายพันธุ์ของประเทศไต้หวัน คือ ระหว่าง มะม่วงอ้ายเหวิน กับ มะม่วงจีนหวง เมื่อได้ลูกไม้ใหม่ออกมานำไปปลูกจนต้นโตและติดผลมีลักษณะดีกว่ามะม่วงที่เป็นสายพันธุ์พ่อและแม่อย่างชัดเจนหลายจุด เช่น ผลมีขนาดใหญ่กว่า ติดผลดก สีสันของผลเป็นสีม่วงเข้ม ทำให้เวลาติดผลทั้งต้น
มะม่วงยู่เหวิน มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับมะม่วงทั่วไป คือ เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนมน แต่ใบมีขนาดใหญ่และยาวดูคล้ายใบของมะม่วงเขียวใหญ่มาก ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลมรียาวและอ้วนใหญ่ ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 1 กิโลกรัม ต่อผล ผลเป็นสีม่วงเข้มตลอดทั้งผลสวยงามมาก รสชาติอร่อยทั้งผลดิบและสุกตามที่กล่าว
ขอบคุณ:https://khlongkhuean.com

มะม่วงอกร่อง (okrong) เป็นมะม่วงพันธุ์ท้องถิ่นของไทย พบปลูกมากในทุกครัวเรือนเพื่อรับประทานผลสุก ที่ให้รสหวานจัด หวานมากก...
17/11/2022

มะม่วงอกร่อง (okrong) เป็นมะม่วงพันธุ์ท้องถิ่นของไทย พบปลูกมากในทุกครัวเรือนเพื่อรับประทานผลสุก ที่ให้รสหวานจัด หวานมากกว่ามะม่วงทุกชนิด และใช้ผลดิบสำหรับประกอบอาหาร อาทิ ข้าวคลุกกะปิ น้ำพริกมะม่วง และเมนูยำต่างๆ

• วงศ์ : Anacardiaceae
• ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangifera indica Linn.
• ชื่อสามัญ : Mango (okrong)
• ชื่อท้องถิ่น : มะม่วงอกร่อง
ถิ่นกำเนิด และการแพร่กระจาย
มะม่วงอกร่อง เป็นมะม่วงท้องถิ่นในไทยที่พบได้ในทุกภาค พบมากในภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคเหนือ ส่วนมากพบปลูกตามหัวไร่ปลายนา และปลูกเพื่อการค้าในแปลงใหญ่บ้าง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มะม่วงอกร่อง เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีอายุประมาณ 15-25 ปี ลำต้นเพลาตรง สูงประมาณ 5-15 เมตร ลำต้นแตกกิ่งหลัก และกิ่งแขนงมาก ทำให้แลดูเป็นทรงพุ่มหนาทึบ เปลือกลำต้นสีเทาอมดำ
ใบ
มะม่วงอกร่อง ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับบนปลายกิ่งแขนง ใบมีรูปหอก โคนใบสอบ ปลายใบแหลม แผ่นใบ และขอบใบเรียบ สีเขียวเข้ม ขนาดใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
ดอก
มะม่วงอกร่อง ออกดอกเป็นช่อแขนงที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อแขนงมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 5 กลีบ และกลีบดอก 5 กลีบ ทั้งนี้ ดอกมะม่วงอกร่องมีดอกสมบูรณ์เพศจำนวนมาก ทำให้มะม่วงอกร่องติดผลดก และติดผลได้มากกว่ามะม่วงพันธุ์อื่นๆ

ผล และเมล็ด
ผลมะม่วงอกร่อง มีรูปไข่ อวบใหญ่ และค่อนข้างแบนเล็กน้อย ส่วนบนบริเวณขั้วมีขนาดใหญ่ ด้านหน้าผลโค้งนูน และค่อยเล็กคอดลงทางปลายผลด้านล่าง โดยพันธุ์ดั้งเดิมจะมีร่องตื้นในแนวตั้งตรงกลางบริเวณด้านหน้าผล ขนาดผลกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-10เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อนหรือหรือเขียวอมเหลือง ผลสุกมีสีเหลืองครีมหรือเหลืองอมส้ม เปลือกผลค่อนข้างบาง ส่งกลิ่นหอมแรง และหอมมากกว่ามะม่วงพันธุ์อื่นๆ ส่วนเนื้อผลมีสีเหลืองอมขาวหรือเหลืองครีม เนื้อผลละเอียด ฉ่ำด้วยน้ำหวาน มีเสี้ยนที่ติดจากส่วนเมล็ดเล็กน้อย มีกลิ่นหอม และมีรสหวานจัดมากกว่ามะม่วงทุกสายพันธุ์ ส่วนเมล็ดมีลักษณะคล้ายผลด้านนอก คล้ายรูปไต มีลักษณะแบน ส่วนขั้วเมล็ดใหญ่ และหนา ซึ่งภายในเป็นคัพภะ และเล็กลงด้านล่าง เปลือกเมล็ดมีสีขาวขุ่น มีเส้นใยหุ้ม

พันธุ์มะม่วงอกร่อง
นอกจากนี้ ยังมีอกร่องพันธุ์ต่างๆที่มีการตั้งชื่อขึ้นเรียก ได้แก่
1. อกร่องกะทิ (Okrong Kati)
2. อกร่องขาว (Okrong Khao)
3. อกร่องทองดำกลายพันธุ์ (Okrong Thongdamklaiphan)
4. อกร่องไทรโยก (Okrong Saiyok)
5. อกร่องพิกุลทอง (Okrong Phikunthong)
6. อกร่องภรณ์ทิพย์ (Okrong Phonthip)
7. อกร่องมัน (Okrong Man)
ประโยชน์มะม่วงอกร่อง
1. มะม่วงอกร่องสุก มีรสหวานจัด ซึ่งให้รสหวานมากกว่ามะม่วงทุกชนิด จึงนิยมรับประทานผลสุกเป็นหลัก
2. มะม่วงอกร่องสุก นิยมใช้ทำข้าวเหนียวมะม่วง รวมถึงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น อาทิ ไวน์มะม่วง และมะม่วงกวน เป็นต้น
3. มะม่วงอกร่องดิบ ใช้รับประทานเป็นผลไม้เปรี้ยว จิ้มพริกเกลือหรือน้ำปลาหวาน รวมถึงในทำอาหารหลายชนิด อาทิ ข้าวคลุกกะปิ น้ำพริก และใส่ในยำต่างๆ
5. ก้านยอด และยอดอ่อนให้รสเปรี้ยว ใช้รับประทานสดคู่กับน้ำพริก ลาบ หรือซุปหน่อไม้
6. เปลือกลำต้น ถากเอาเฉพาะเปลือกด้านในนำมาต้มย้อมผ้า ให้เนื้อผ้าสีน้ำตาล
7. เนื้อไม้จากลำต้นที่มีขนาดใหญ่ นำมาเลื่อยแปรรูปเป็นไม้แผ่นปูบ้าน ไม้แผ่นฝ้า วงกบ รวมถึงแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ต่างๆ
8. อกร่องหอมทอง (Okrong Homthong)
ขอบคุณเว็บ:https://puechkaset.com/

มะม่วงแรด เป็นมะม่วงพันธ์เบา เจริญเติบโตเร็ว มีลักษณะเป็นพุ่มค่อนข้างทึบมะม่วงแรด มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนมะม่วงพันธุ...
16/11/2022

มะม่วงแรด
เป็นมะม่วงพันธ์เบา เจริญเติบโตเร็ว มีลักษณะเป็นพุ่มค่อนข้างทึบ

มะม่วงแรด มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนมะม่วงพันธุ์ไทยทั่วไป คือ เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปใบหอก ปลายแหลม โคนมน เนื้อใบหนา สีเขียวสด ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด สีเหลืองอ่อน ดอกมีกลิ่นหอม “ผล” กลมรี ผลโตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ย 300 กรัมต่อผล ติดผลเป็นพวง 1-3 ผล ในแต่ละพวงจะมีผลลักษณะแปลกคือ ด้านหลังผลตรงกันข้ามกับโหนกผลด้านหน้ามีเนื้อผลงอกยาวออกมาคล้ายนอแรด จึงถูกตั้งชื่อตามลักษณะผลว่า “มะม่วงแรด” ติดผลปีละครั้งตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง

ใบมีขนาดปานกลาง ผลตรงกลางมีลักษณะกลม หัวอ้วนใหญ่มีปลายแหลมเล็กน้อย ผิวเป็นคลื่นไม่เรียบ มีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัด ที่เรียกว่า มีนอ ตรงส่วนบนด้านหลัง แต่บางผลและบางต้นจะไม่มี
อัตราส่วนโดยเฉลี่ยของความยาว : ความกว้าง : ความหนา เท่ากับ 1.9 : 1 : 1 ลักษณะ เปลือกและผิวค่อนข้างหนาและเหนียว
เมื่อดิบ มีรสเปรี้ยวจัด เมื่อแก่จัดมีรสหวานอมเปรี้ยว
ผลสุก ผิวเป็นสีเหลือง เนื้อเหลือง รสหวาน มีเสี้ยนค่อนข้างมาก

การเพาะพันธุ์ :

ระยะปลูกควรอยู่ที่ 2.5×2.5 เมตร หรือไม่ก็ 4×4 มตร หากจะปลูกแบบถี่ แต่ถ้าปลูกแบบห่างก็ให้ใช้ระยะปลูกที่ 88 เมตร หรือ 10×10 มต ส่วนการปลูกควรปลูกให้เป็นแถวเป็นแนว โดยขนาตของหลุมปลูกกว้าง ยวและลึกควรทำกับ 50-100 ซม. ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของตินด้วย เพราะถ้ตินดีมีอินทรีย์วัตถุมากก็ขุดหลุมขนาดเล็กได้ แต่ถ้ตินไม่ตีให้ขุดหลุมใหญ่เพื่อปรับปรุงดินซึ่งวิธีก็คือขุดดินขึ้นมาแล้วแยกดินชั้นลางกับดินชั้นบนไว้คนละกองแล้วตากดินไว้ 15-20 วัน จากนั้นผสมดินทั้ง 2 กองด้วยยดอกหรือปัยหมัก จากนั้นรองกันหลุมด้วยยหมักหรือปุ๋ยคอก แล้วให้กลบตินลงหลุมโดยเอาดินชั้นบนลงก่อนแล้วจึงนำดินชั้นล่างกลบไว้ด้านบนซึ่งจะทำให้ตินสูงกว่าปากหลุมให้รอให้ตินยุบตัวหรืไม่ก็รดน้ำเพื่อให้มันยุบตัวก็ได้แล้วจึ่งลงมือปลูก

” ปัจจุบัน แหล่งผลิตขึ้นชื่ออยู่ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนี้มะม่วงอร่อย เพราะบางช่วง ดินเจอสภาพ 3 น้ำ คือ “น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม” ปรากฏการณ์นี้ส่งผลทำให้ผลไม้รสชาติดี คล้ายๆ กับพื้นที่ปลูกส้มโอขาวใหญ่ ของจังหวัดสมุทรสงคราม “

มะม่วงเขียวเสวย (Khiew Sawoey) เป็นมะม่วงยอดนิยมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นิยมรับประทานผลดิบหรือผลแก่เป็นหลัก เนื่องจาก...
14/11/2022

มะม่วงเขียวเสวย (Khiew Sawoey)
เป็นมะม่วงยอดนิยมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นิยมรับประทานผลดิบหรือผลแก่เป็นหลัก เนื่องจาก ผลในระยะนี้จะมีสีขาวขุ่นหรือขาวขุ่นอมครีม เนื้อแน่น มีความกรอบ และมีรสหวานมัน จนได้รับขนานนามว่า “ราชินีของมะม่วงไทย”

อนุกรมวิธาน (4)
Class : Dicotyledon
Order : Sapinclales
Family : Anacardiaceae

• ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangifera indica L. c.v.
• ชื่อสามัญ : Mango (Khiew Sawoey)
• ชื่อท้องถิ่น : มะม่วงเขียวเสวย

ประวัติ และการแพร่กระจาย
มะม่วงเขียวเสวย เป็นมะม่วงท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย เป็นมะม่วงกลายพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด เป็นพันธุ์ใหม่ที่เพาะได้โดยบังเอิญเมื่อประมาณปี 2475 ของชาวสวนแห่งหนึ่งในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากนั้น มีการเพาะเมล็ดเพื่อขยายพันธุ์ปลูกในแถบมากขึ้น ทำให้มีมะม่วงเขียวเสวยลักษณะที่แตกต่างกันมากขึ้น และให้ชื่อเรียกพันธุ์มะม่วงเขียวเสวยต่างๆ อาทิ เขียวสะอาด เขียวไข่กา เป็นต้น ซึ่งหากต้นใดที่ให้ลักษณะที่ต่างไปจากเดิมมาก โดยเฉพาะรสชาติ เกษตรก็จะโค่นทิ้ง (3), (8)

ปัจจุบัน มะม่วงเขียวเสวยพบปลูกในทุกภาค โดยเฉพาะการปลูกเพื่อรับประทานเองเพียงไม่กี่ต้นตามหน้าบ้าน หลังบ้าน และหัวไร่ปลายนา ส่วนการปลุกในแปลงใหญ่เพื่อการค้าพบปลูกมากในภาคกลาง และภาคเหนือ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มะม่วงเขียวเสวย เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีอายุประมาณ 10-25 ปี ลำต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร ลำต้นแตกหลักกิ่ง และกิ่งแขนงน้อย จนแลดูเป็นทรงพุ่มโปร่ง เปลือกลำต้นแตกเป็นสะเก็ดขนาดเล็ก สีดำอมเทา

ใบ
ใบมะม่วงเขียวเสวย ออกเป็นใบเดี่ยวๆ เรียงสลับกันที่ปลายกิ่ง ใบค่อนข้างรียาว สีเขียวเข้ม และเป็นมัน ขนาดใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร โคนใบสอบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบ และขอบใบเรียบ เส้นกลางใบมีสีขาวชัดเจน

ดอก
มะม่วงเขียวเสวย ออกดอกเป็นช่อแขนง ซึ่งแต่ละแขนงประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยในช่อเดียวกันจะมีดอก 2 ชนิด คือ ดอกเพศผู้ ซึ่งมีจำนวนมาก (91.80%) และดอกกะเทย (8.20%) ที่สามารถพัฒนาเป็นผลได้ ทำให้มะม่วงพันธุ์นี้ติดผลน้อย ทั้งนี้ มะม่วงเขียวเสวย เป็นพันธุ์ที่ออกดอกช้า ดอกมะม่วงเขียวเสวยหลังการผสมเกสรแล้ว ทั้งกลีบเลี้ยง กลีบดอก และเกสรจะร่วงหล่นไปหมด คงเหลือรังไข่ที่พัฒนาเป็นผลรูปไข่ขนาดเล็ก และจานดอกที่เหี่ยวแห้งติดด้านล่างผล

ผล และเมล็ด
ผลมะม่วงเขียวเสวย มีลักษณะรียาว และแบนเล็กน้อย บริเวณขั้วผลมีขนาดใหญ่ และค่อยเล็กลงไปด้านท้ายด้านหลังผลมีลักษณะนูนออก และด้านหน้าผลคอดเล็กลง ขนาดผลกว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร มีน้ำหนักต่อผลประมาณ 300-335 กรัม ผลมะม่วงเขียวเสวย เมื่อยังอ่อนจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม ส่วนเนื้อผลมีสีขาว และมีรสเปรี้ยว เมื่อแก่ เปลือกมีสีเขียวอมเทาหรือมีนวล ส่วนเนื้อมีสีขาวขุ่น มีรสหวานมัน และเมื่อสุก เปลือกผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน เนื้อด้านในมีสีเหลือง เนื้อละเอียด และค่อนข้างแน่น ไม่เละง่าย

ส่วนเมล็ดด้านในมีลักษณะเรียวยาว และค่อนข้างแบนตามลักษณะของผล เปลือกหุ้มเมล็ดหนาแข็ง และมีร่องเป็นริ้วตามแนวตั้ง

ประโยชน์มะม่วงเขียวเสวย
1. มะม่วงเขียวเสวย นิยมรับประทานผลดิบแก่เป็นหลัก เพราะเนื้อผลหนา กรอบ และมีรสหวานมัน นอกจากนั้น ยังนิยมรับประทานผลสุกเช่นกัน ด้วยเนื้อผลสุกมีรสหวาน เนื้อแน่นเหนียว ไม่เละง่าย
2. มะม่วงเขียวเสวยสุก มีเนื้อสีเหลืองทองนิยมใช้ทำข้าวเหนียวมะม่วง

ขอบคุณเว็บ : https://puechkaset.com

ชื่อไทย                     มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ชื่อสามัญ                  Mango tree Nam Dork Maiชื่อวิทยาศาสตร์      ...
13/11/2022

ชื่อไทย มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้

ชื่อสามัญ Mango tree Nam Dork Mai

ชื่อวิทยาศาสตร์ Mangifera indica L. ‘Nam Dork Mai’

ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลักษณะทั่วไป มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นมะม่วงประเภทรับประทานสุก ทรงพุ่มโปร่ง เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีอายุประมาณ 15-20 ปี ลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ลำต้นแตกกิ่งน้อย แลดูเป็นทรงพุ่มโปร่ง เปลือกลำต้นสีดำอมเทา

ลักษณะใบ ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันบนกิ่งแขนง ใบมีรูปหอก โคนใบสอบแหลม ปลายใบแหลม ขอบใบโค้งเป็นลูกคลื่น แผ่นใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม และเป็นมัน

ลักษณะผล ผลมีขนาดใหญ่ หนักประมาณ 400 กรัม ผลอ้วนเกือบกลมหัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว เนื้อมาก เมล็ดเล็ก มีผิวบาง เมื่อดิบมีรสเปรี้ยว ผิวสีเขียวนวล เนื้อแน่น เมื่อผลสุกมีผิวสีเหลือง กลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนน้อย รสหวาน

ระยะการออกดอกติดผล
การติดดอก มกราคม – กุมภาพันธ์
การติดผล เมษายน – พฤษภาคม

เขตการกระจายพันธุ์
ประเทศไทย

การใช้ประโยชน์
มะม่วงน้ำดอกไม้ดิบ แปรรูปเป็นมะม่วงดอง เนื่องจากมีรสเปรี้ยวสูง ส่วนผลสุกแปรรูปเป็นมะม่วงกวนหรือ มะม่วงในน้ำเชื่อม และแยมมะม่วง

ก้านยอดอ่อน และยอดอ่อนมีรสเปรี้ยว ใช้รับประทานเป็นผักคู่กับอาหารอื่น อาทิ ลาบ ซุปหน่อไม้ เป็นต้น

เปลือกลำต้น ใช้ต้มย้อมผ้า ให้ผ้าสีน้ำตาล

เนื้อไม้จากต้นขนาดใหญ่ แปรรูปเป็นไม้สำหรับก่อสร้างบ้าน อาทิ ไม้ปูพื้น ปูฝ้า หรือแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ

แหล่งข้อมูล: อุทยานหลวงราชพฤกษ์ https://adeq.or.th/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/

ถ้าพูดถึงมะม่วงเชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยทาน เพราะมะม่วงถือว่าเป็นผลไม้ที่อยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่โบราณ หรือเรียกว่าปลูกกันทุกบ...
12/11/2022

ถ้าพูดถึงมะม่วงเชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยทาน เพราะมะม่วงถือว่าเป็นผลไม้ที่อยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่โบราณ หรือเรียกว่าปลูกกันทุกบ้านในสมัยก่อน แต่จะมีใครรู้จักสายพันธุ์มะม่วงแต่ละชนิดที่รับประทานบ้าง Homeday จึงอยากจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักกับสายพันธุ์มะม่วงที่คนไทยนิยมบริโภคกันค่ะ ซึ่งมีหลายสายพันธุ์เพราะมะม่วงนั้นปลูกง่าย ได้ผลผลิตเยอะ นำมาประกอบอาหารก็ได้ จะมีสายพันธุ์ไหนบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1. มะม่วงน้ำดอกไม้
มะม่วงสายพันธุ์ที่คนไทยชอบรับประทานกันอย่างมาก เพราะลูกใหญ่ รสชาติหอมหวาน เนื้อเนียน สุกแล้วสีเหลืองสวย นิยมนำมาทานกับเมนูข้าวเหนียวมะม่วง เป็นสายพันธุ์ที่สามารถบังคับให้ออกผลก่อนฤดูกาลได้ และยังส่งออกไปต่างประเทศได้ดีอีกด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://farm.co.th

2. มะม่วงเขียวเสวย
มะม่วงพันธุ์พื้นเมืองที่ปรับปรุงให้คุณภาพดีขึ้นจนเป็นที่นิยมปลูกและรับประทาน ลูกใหญ่ ผิวสวย รสชาติหวานมัน กรอบ และอร่อย จะกินเปล่าหรือกับเครื่องจิ้มก็อร่อยเช่นกันครับ
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://mahasawat.com

3. มะม่วงแรด
มะม่วงพันธุ์พื้นเมืองที่ปรับปรุงให้คุณภาพดีขึ้นจนเป็นที่นิยมปลูกและรับประทาน ลูกใหญ่ ผิวสวย รสชาติหวานมัน กรอบ และอร่อย จะกินเปล่าหรือกับเครื่องจิ้มก็อร่อยเช่นกันครับ
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://mahasawat.com

4. มะม่วงอกร่อง
มะม่วงที่มีร่องตรงอกของผลมะม่วงตอนดิบ จึงเรียกมะม่วงอกร่อง นิยมรับประทานเมื่อสุกแล้ว เพราะมีรสชาติหวาน หอม ละมุน จนถูกยกให้เป็นมะม่วงที่กินคู่กับข้าวเหนียวมูนได้อร่อยที่สุด แถมยังปลูกง่ายอีกด้วยครับ

5. มะม่วงแดงจักรพรรดิ์
หรือนิยมเรียกกันอีกชื่อว่า “มะม่วงพันธุ์อยู่เหวิน” ผลของมะม่วงจะมีสีเขียมอมม่วงเข้ม ทรงกลมรี ขนาดใหญ่ บางลูกหนักมากถึง 1 กิโลกรัม นิยมรับประทานทั้งดิบและสุก ไม่เปรี้ยว หวานมันกำลังดี
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://khlongkhuean.com

6. มะม่วงน้ำดอกไม้มัน
มะม่วงพันธุ์ที่ถูกผสมระหว่างเขียวเสวยกับน้ำดอกไม้ จะมีความหอม หวานฉ่ำเหมือนน้ำดอกไม้ มันและกรอบอร่อย คนนิยมทานผลดิบ จะมีรสชาตืหวานมันปนเปรี้ยวนิด ๆ
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.technologychaoban.com

7. มะม่วงการะเกด
มะม่วงพันธุ์เบาดั่งเดิมของภาคใต้ ออกผลทรงกลมรีสวย ผลดิบจะมีรสชาติเปรี้ยว ผลสุกมีรสชาติหวานหอม ที่สำคัญคือไม่มีเสี้ยน ยิ่งแช่เย็นยิ่งอร่อย
ขอบคุณรูปภาพจาก : ไร้อุ่นรักบ้านโป่ง

8. มะม่วงแก้วขมิ้น
มะม่วงสายพันธุ์ที่มีผลใหญ่ ถิ่นกำเนิดจากเขมร มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ผลดิบมีรสชาติหวานมัน กรอบ ปนเปรี้ยวนิด ๆ คนนิยมนำมารับประทานกับน้ำปลาหวานหรือน้ำจิ้มอื่น ๆ
ขอบคุณรูปภาพจาก : https://mahasawat.com

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่ามะม่วงที่เราเห็น ๆ กันอยู่ทั่วไปจะมีสายพันธุ์มากมายขนาดนี้ นี่เป็นเพียง 8 สายพันธุ์ที่คนไทยนิยมรับประทาน ยังมีสายพันธุ์อีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะมะม่วงเป็นผลไม้ที่หารับประทานง่าย ราคาไม่สูงมากนัก หรือใครมีไอเดียอยากปลูกต้นไม้ในบ้านเพื่อความร่มรื่นลองเลือกต้นมะม่วงไปปลูกกันดูนะคะ นอกจากได้ร่มเงาแล้วยังได้ผลมะม่วงมาไว้รับประทานอีกด้วย

ขอบคุณเว็บ : https://homeday.co.th/mango-species-thai-people-like/

ที่อยู่

ตลาดอินดี้ดาวคนอง
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 14:00 - 02:00
อังคาร 14:00 - 02:00
พุธ 14:00 - 02:00
พฤหัสบดี 14:00 - 02:00
ศุกร์ 14:00 - 02:00
เสาร์ 14:00 - 02:00
อาทิตย์ 14:00 - 02:00

เบอร์โทรศัพท์

+66636629993

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sticky Rice And Mangosผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท