Caffeinedealer เปิดร้านเอาสังคม ก็เลยได้สังคม

01/08/2026

Iced long black

30/07/2026

เปิดร้านกาแฟแล้วจะรวย ❌️

รวยอยู่แล้วถึงเปิดร้านกาแฟ✅️

เปิดสถิติแค่ครึ่งปีแรกมีบริษัทห้างร้านที่ไม่ได้ไปต่อ จดทะเบียนยกเลิกกิจการแล้ว 7,024 แห่ง ทุนจดทะเบียนรวม 9.8 หมื่นล้านบ...
29/07/2026

เปิดสถิติแค่ครึ่งปีแรกมีบริษัทห้างร้านที่ไม่ได้ไปต่อ จดทะเบียนยกเลิกกิจการแล้ว 7,024 แห่ง ทุนจดทะเบียนรวม 9.8 หมื่นล้านบาท สูงกว่าสถิติครึ่งปีของปีที่แล้วถึง 224% - ขณะที่มีการจดจัดตั้งบริษัทใหม่ 4.4 หมื่นราย มากกว่าปีที่แล้ว 2.13%
(29 ก.ค. 69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมิถุนายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,979 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนพฤษภาคม 2569 (7,115 ราย) เพิ่มขึ้น 864 ราย คิดเป็น 12.14% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนมิถุนายน 2568 (7,023 ราย) เพิ่มขึ้น 956 ราย คิดเป็น 13.61%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 15,231 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนพฤษภาคม 2569 (14,629 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 602 ล้านบาท คิดเป็น 4.12% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนมิถุนายน 2568 (18,113 ล้านบาท) ลดลง 2,882 ล้านบาท คิดเป็น 15.91%
การจัดตั้งใหม่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีจำนวน 44,773 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (43,838 ราย) เพิ่มขึ้น 935 ราย คิดเป็น 2.13% ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ครึ่งปีแรกปี 2569 สะสมอยู่ที่ 111,201 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (149,140 ล้านบาท) ลดลง 37,939 ล้านบาท คิดเป็น 25.44%
เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่ 1) ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,296 ราย เพิ่มขึ้น 470 ราย คิดเป็น 56.90% (YoY) ทุนจดทะเบียน 2,123 ล้านบาท 2) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 287 ราย คิดเป็น 15.67% (YoY) ทุนจดทะเบียน 3,446 ล้านบาท และ 3) ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 499 ราย เพิ่มขึ้น 227 ราย คิดเป็น 83.46% (YoY) ทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท
การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวน 1,760 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนพฤษภาคม 2569 (1,047 ราย) เพิ่มขึ้น 713 ราย คิดเป็น 68.10% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนมิถุนายน 2568 (1,468 ราย) เพิ่มขึ้น 292 ราย คิดเป็น 19.89%
ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 6,807 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนพฤษภาคม 2569 (65,792 ล้านบาท) ลดลง 58,985 ล้านบาท คิดเป็น 89.65% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนมิถุนายน 2568 (10,403 ล้านบาท) ลดลง 3,596 ล้านบาท คิดเป็น 34.57%
การจดทะเบียนเลิกช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) มีจำนวน 7,024 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (6,244 ราย) เพิ่มขึ้น 780 ราย คิดเป็น 12.49%
ทุนจดทะเบียนเลิกครึ่งปีแรกปี 2569 สะสมอยู่ที่ 98,857 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (30,544 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 68,313 ล้านบาท คิดเป็น 224%
(ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569) พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,094,850 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.39 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 1,004,558 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.81 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 802,717 ราย คิดเป็น 79.91% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.81 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 200,327 ราย คิดเป็น 19.94% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,514 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.57 ล้านล้านบาท
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 547,518 ราย ทุนจดทะเบียน 13.94 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 328,850 ราย ทุนจดทะเบียน 2.63 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 128,190 ราย ทุนจดทะเบียน 7.24 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.50% 32.74% และ 12.76% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ
#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์

28/07/2026

ช็อกตลาด!
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติอินโดนีเซีย
ลาออกกะทันหัน
ฉุดค่าเงิน-หุ้น-บอนด์ร่วงระนาว

เพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน โดยให้เหตุผลเพียงว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ส่งผลให้ตลาดการเงินของอินโดนีเซียปั่นป่วนทันที

โดยค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง 0.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ดัชนีตลาดหุ้นร่วงลง 0.8% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้น

เนื่องจากที่ผ่านมาวาร์จิโยได้รับการยกย่องว่าเป็นเสาหลักที่ช่วยสร้างเสถียรภาพ ท่ามกลางนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปราโบโว ซูบีอันโต ที่สร้างความผันผวนให้ตลาด

การก้าวลงจากตำแหน่งของวาร์จิโย ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในธนาคารกลางยาวนานกว่า 4 ทศวรรษและเป็นผู้นำพาเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโรคระบาด ยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะก่อนหน้านี้ ศรี มุลยานี อินทราวาตี รัฐมนตรีคลังคนสำคัญก็เพิ่งลาออกไปเช่นกัน

การสูญเสียสองคีย์แมนระดับแนวหน้าผู้พลิกฟื้นเศรษฐกิจอินโดนีเซียจากกลุ่ม "Fragile Five" สู่ตลาดเกิดใหม่ที่สดใส ทำให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางอาจสูญเสียความเป็นอิสระ และถูกแทรกแซงจากรัฐบาลเพื่อตอบสนองเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เบื้องต้น เดสทรี ดามายานตี รองผู้ว่าการอาวุโส จะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการธนาคารกลางแทน เพื่อสานต่อภารกิจและรักษาเสถียรภาพของค่าเงินต่อไป

ในขณะที่นักลงทุนยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำในครั้งนี้ จะนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองต่อนโยบายการเงินของอินโดนีเซียหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อาจยิ่งสร้างผลกระทบเชิงลบและกดดันสินทรัพย์ของอินโดนีเซียในระยะยาว

28/07/2026

“ช่วงสร้างตัว” ไม่จำเป็นต้องเท่
เพราะมันจะมีแต่ “เหนื่อยฟรี”
และ “ขาดทุนฟรี” ไปซะเปล่าๆ
อะไรที่เรา “ยังไม่พร้อม”
ก็ “ยังไม่จำเป็น” ต้องไปซื้อ
อะไรที่ยัง “ใช้งานได้”
ก็ “ทนๆใช้งาน” ไปก่อน
อะไรที่ “ประหยัดได้”
ก็ “ลองประหยัด” ไว้หน่อย
แล้วเมื่อ “ถึงเวลา” ที่ทุกอย่าง
มัน “เริ่มออกดอก” ออกผล แล้ว
เมื่อนั้น “คุณจะได้เท่” สมใจ
โดย “ไม่ต้องกลัว” ว่าจะมีเงินใช้ไหม ?
หรือ “ต้องไปยืมใคร” มาหรือเปล่า ?
เขียนโดย
MoneyBetter : Better Together by
------------------------------------------
# มาร่วมสร้างชีวิตด้านการเงิน
และการลงทุน ที่ดียิ่งขึ้นไปพร้อมๆกัน
------------------------------------------

25/07/2026

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้จัดให้ ‘ไทย’ อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตาดู (Monitoring List) เฝ้าระวังความเสี่ยง บิดเบือนค่าเงิน เป็นรอบที่ 2 ติดต่อกัน ร่วมกับอีก 9 ประเทศ โดยในรอบนี้ ไทยเข้าเกณฑ์พิจารณาเพียง 1 ใน 3 ข้อ คือ การเกินดุลการค้าทวิภาคีกับสหรัฐฯ ที่สูงถึง 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ดร. กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในรอบถัดไปไทยมีความเสี่ยงเข้า Monitoring List ลดลง ท่ามกลางภาวะเงินบาทอ่อนค่า และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่คาดว่าจะเบาบางลงอย่างมากหรืออาจจะไม่เกินดุลด้วยซ้ำ

📌 อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์

ภาพ: valiantsin suprunovich, schankz / Shutterstock

24/07/2026

เครื่องคั่วกาแฟวินเทจยี่ห้อ Probat (Probat Roaster) รุ่นเก่าแก่ที่ใช้ฟืนในการคั่วกาแฟ

24/07/2026

ที่อยู่

S. C. Apartment 66/1 ถนนสิริโสธร
Bang Pakong
24130

เบอร์โทรศัพท์

+66805527056

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Caffeinedealerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท