20/07/2021
เมื่อมีการเก็บผลกาแฟสุกมาแล้วต้องเริ่มกระบวนการผลิตเม็ดกาแฟให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันการเน่าของผลกาแฟสุก การสีหรือแยกเปลือกนี้มีวิธีการทำสองแบบด้วยกันคือ แบบแห้ง และแบบเปียก ขึ้นอยู่กับแหล่งที่ตั้ง เงินทุน และท้องถิ่น
การสีกาแฟแบบแห้ง
กระบวนการสีแบบแห้งเป็นกระบวนการดั้งเดิม เนื่องจากมีความสะดวก และต้นทุนต่ำ และเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งวิธีนี้จะควบคุมคุณภาพได้ยาก นิยมทำกันในกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่มีราคาไม่สูง วิธีการก็คือเริ่มด้วยการเก็บกาแฟที่ผลสุกแล้ว จากนั้นจึงนำมาตากบนลานตากให้แห้งสนิท การตากต้องตากให้แห้งสนิดทั่วถึงกันมิฉนั้นเมล็ดกาแฟอาจขึ้นราได้ สังเกตุได้เมื่อเขย่าเมล็ดกาแฟดูมันจะคลอนได้ จากนั้นจึงนำเข้าเครื่องสีเพื่อสีเอาเปลือกออก เสร็จแล้วจึงนำมาฝัดเพื่อเอากาแฟที่เมล็ดเสียออก
การสีกาแฟแบบเปียก
วิธีการนี้เป็นที่นิยมเพราะสามารถควบคุมคุณภาพของกาแฟได้ง่าย แต่ก็มีข้อเสียคือมีต้นทุนสูง และเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอ วิธีการก็คือเมื่อเก็บกาแฟเฉพาะผลสุกมาแล้วให้นำมาปอกเอาเปลือกมันออกทันที และไม่ควรเก็บไว้เกินหนึ่งคืน การเก็บเมล็ดกาแฟไว้นานจะทำให้กาแฟเสื่อมคุณภาพ หลังจากปอกเปลือกกาแฟหมดแล้วให้นำไปแช่น้ำให้พอท่วม โดยแช่ไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วขยี้ล้างเมือกมันออก ถ้าใครมีเครื่องขัดก็ใช้เครื่องขัดเมือกออกให้หมด หลังจากขัดเมือกออกหมดแล้วให้นำเมล็ดกาแฟที่เหลือแต่เปลือกแข็งไปตากแดดให้แห้งสนิท โดยใช้เวลาตากประมาณ 5 -7 วัน ปัจจุบันมีเครื่องอบก็สามารถอบให้แห้งได้ในเวลา 24 ชั่วโมง แล้วจึงนำมาเข้าเครื่องกะเทาะเปลือก และปัดฝุ่นผงออกให้หมด คัดเอาเมล็ดแตก เมล็ดดำ หรือกาแฟที่มีเปลือกหุ้มอยู่ออกให้หมด ก็จะได้เมล็ดกาแฟพร้อมสำหรับการคั่วตามต้องการ