17/03/2026
9 เรื่องลับในโรงโปรเสทกาแฟ ที่หลายคนไม่เคยรู้ มาก่อน
1. น้ำล้างกาแฟคือ “ตัวกำหนดรสชาติ”
หลายคนคิดว่าแค่ล้างให้สะอาดพอ แต่จริงๆ
ค่า pH ของน้ำ + แร่ธาตุในน้ำ มีผลต่อการหมักและรสชาติอย่างมาก
น้ำบางพื้นที่ทำให้กาแฟหวานขึ้นโดยธรรมชาติ
2. เวลาหมักไม่ได้ดูแค่ “ชั่วโมง” แต่ดู อุณหภูมิ กลิ่น ฟอง PH
หมัก 24 ชม. ที่อากาศ 15°C
กับหมัก 24 ชม. ที่ 28°C
ผลลัพธ์ต่างกันคนละโลก
3. นักโปรเสทเก่งๆ “จงใจหมักหลายรอบ”
เรียกว่า Double Fermentation
เช่น
หมักในเชอร์รี่ → ลอกเปลือก → หมักอีกครั้ง
ผลคือ
รสชาติซับซ้อนขึ้นแบบไวน์
4. บางพื้นที่ใช้ “ยีสต์พิเศษ” เหมือนทำไวน์
เรียกว่า Inoculated Fermentation
ใส่ยีสต์เฉพาะสายพันธุ์ เช่น ยีสต์
กลิ่นผลไม้
กลิ่นไวน์
กลิ่นทรอปิคอล
ทำให้กาแฟมีคาแรกเตอร์ชัดขึ้น
5. การตากไม่ใช่แค่แดดแรง = ดี
แดดแรงเกินไปทำให้
เมล็ดแห้งเร็วเกิน → น้ำตาลไม่พัฒนา
6. บางโรงโปรเสท “หยุดการหมักด้วยน้ำเย็นจัด”
หลังหมักเสร็จ จะใช้น้ำเย็นจัดล้าง
เพื่อ หยุดการทำงานของจุลินทรีย์ทันที
ทำให้รสชาติสะอาดขึ้น
7. การตากช้า ทำให้กาแฟหวานขึ้น
Slow Drying , LTLH คือเคล็ดลับใหญ่
บางพื้นที่ ใช้เวลา 20–30 วัน บางโรงตาก ใช้เวลา 30-45 วัน
เพื่อให้ น้ำตาลในผลค่อยๆ ซึมเข้าเมล็ด
8. ความหนาของชั้นตาก มีผลมากกว่าที่คิด
ตากหนาเกินไป → เกิดการหมักซ้ำ
ตากบางเกินไป → แห้งเร็วเกิน
9. กาแฟบางตัวถูก “พักเมล็ด” ก่อนขาย
หลังตากเสร็จ จะไม่ขายทันที
แต่พักในโกดังหรือห้องเก็บ 1–3 เดือน
เพื่อให้ ความชื้นนิ่ง รสชาติเสถียร