21/01/2025
ดีขนาดนี้ ต้องมาลองกันแล้ว
อย่ากินมัทฉะ ถ้ายังไม่รู้ 5 อย่างนี้ !
ตอนนี้มัทฉะ (Matcha)กำลังฮิตมาก เลื่อนฟีดไปทางไหนก็เจอแต่คนชงดื่มนะ จริงๆผมก็เข้าวงการนี้มานานแล้วนะ นอกจากความอร่อยแล้วมันมีอะไรดี เดี๋ยววันนี้เล่าให้ฟังนะครับ
1. ช่วยให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น
มัทฉะเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นสมอง เพราะในมัทฉะมีกรดอะมิโนชื่อ L-Theanine ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ทำให้สมองสงบและตื่นตัวในเวลาเดียวกัน โดย L-Theanine นี้จะทำงานร่วมกับคาเฟอีนที่มีอยู่ในมัทฉะในปริมาณที่พอดี ทำให้เกิดการเพิ่มสมาธิและลดความเครียดไปพร้อมกัน
งานวิจัยระบุว่า L-Theanine ช่วยกระตุ้นคลื่นสมองชนิดอัลฟา (Alpha Waves) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้สึกสงบ แต่ไม่ง่วงนอน นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันของ L-Theanine และคาเฟอีนยังช่วยกระตุ้นความจำระยะสั้น ทำให้มีสมาธิและโฟกัสกับงานได้ดีขึ้นและนานขึ้น
สำหรับคนที่ต้องทำงานที่ต้องใช้สมองอย่างหนัก เช่น อ่านหนังสือสอบห แนะนำว่าลองดื่มมัทฉะประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนเริ่มงาน จะช่วยให้สมองพร้อมทำงานนะครับ
2.ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ
ถ้าพูดถึงเรื่องการลดน้ำหนัก หลายคนนึกถึงเรื่องคุมอาหารหรือออกกำลังกายอย่างหนัก แต่มัทฉะสามารถเป็นตัวช่วยเล็กๆ ที่ช่วยการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้อย่างปลอดภัยนะครับ
ในมัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า Catechins โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่า EGCG (Epigallocatechin Gallate) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญไขมัน (Thermogenesis) งานวิจัยระบุว่าการดื่มมัทฉะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ถึง 10-17% เมื่อเทียบกับภาวะปกติ
นอกจากนี้ Catechins ยังช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง ซึ่งเป็นไขมันที่ลดได้ยากที่สุด และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสาเหตุของการสะสมไขมันในร่างกายด้วย
แนะนำว่าลองดื่มมัทฉะก่อนออกกำลังกาย 30 นาที เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานระหว่างการออกกำลังกายได้ดีขึ้น
3. ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น
มัทฉะไม่เพียงแต่ช่วยเผาผลาญไขมัน แต่ยังช่วยเรื่องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย Catechins ในมัทฉะ โดยเฉพาะ EGCG ช่วยเพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ีมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงาน
และอย่างที่เคยบอกบ่อยๆนะครับว่า การดื้อต่ออินซูลินเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 แต่มัทฉะช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้ งานวิจัยบางชิ้นยังพบว่าการดื่มมัทฉะเป็นประจำช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้ และยังช่วยป้องกันความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการหิวบ่อยและน้ำหนักขึ้น ใครที่มีปัญหาเรื่องน้ำตาลในเลือดสูง ลองดื่มมัทฉะหลังมื้ออาหาร หรือดื่มเป็นเครื่องดื่มแทนขนมหวานในช่วงบ่ายอันนี้ก็ช่วยได้นะครับ
4. ช่วยปรับอารมณ์และลดความเครียด
มัทฉะไม่ได้ช่วยแค่สมองทำงาน แต่ยังช่วยดูแลจิตใจด้วย L-Theanine ในมัทฉะช่วยกระตุ้นการผลิตสารเคมีในสมองอย่าง โดพามีน (Dopamine) และ เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารที่มีหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ทำให้เรารู้สึกมีความสุขและสงบ
งานวิจัยพบว่าการดื่มมัทฉะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย โดยไม่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนเหมือนเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ช่วยลดความเครียด
5. ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตที่พบได้มากที่สุดในโลก แต่มัทฉะสามารถช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ เพราะมีสาร EGCG และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ที่ช่วยป้องกันการอักเสบในหลอดเลือด ลดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด และลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) อีกด้วย
งานวิจัยยังชี้ว่ามัทฉะช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาว
ดื่มมัทฉะเป็นประจำควบคู่กับการรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ เช่น ผักผลไม้และปลา จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ดียิ่งขึ้นนะครับ และที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายและดูแลตัวเองด้านอื่นๆด้วยนะครับ
เคล็ดลับการดื่มมัทฉะให้ได้ประโยชน์สูงสุด
1. ดื่มในปริมาณเหมาะสม: วันละ 1-2 แก้วกำลังดี ไม่ควรดื่มมากเกินไป
2. เลี่ยงน้ำตาลเยอะเกินไป: หากทำมัทฉะลาเต้ เลือกใช้นมไขมันต่ำหรือไม่หวาน
มัทฉะนอกจากจะฮิตแล้วยังมีประโยชน์กับร่างกายอีก ใครที่อยากเริ่มดูแลตัวเอง ลองหันมาดื่มมัทฉะดูนะครับ ใครมีคำถามคอมเมนต์ได้เลยนะ