Cuisine de Garden Chiangmai

Cuisine de Garden Chiangmai Fine dinning, Inovative-Nature Inspired, Local ingredients, Seasonal Menu CUISINE DE GARDEN

Wander through the sensory path of the Nature Inspired Cuisine.
(581)

Local products are created unique flavors. THE CHEF
Chef Nan(Joseph), Rinnameth Thaisuchat invites you to his flavorful innovative with creativities. His artworks on the plates keep natural flavors to express each ingredients particularities to reflect “New Nordic” Philosophy. The intention to save our environment with zero waste cooking is what we do, and now we are ready to share the special story behind seasonal ingredient. FOOD
Be amused your own Cuisine de Garden experience. Discover the nature inspired journey that consists of 15 courses of local ingredients which is reflect “New Nordic” Philosophy. Booking in advance is required. Please note that we reserved limited 12 seats per day.

~ SHORT MACKEREL ~“ปลาทูที่เราคุ้นเคยกันดี จริง ๆ แล้วมีอะไรน่าค้นมากกว่าที่คิด?”ปลาทูเป็นปลาตัวเล็กที่อยู่กับครัวไทยมาน...
21/09/2026

~ SHORT MACKEREL ~

“ปลาทูที่เราคุ้นเคยกันดี จริง ๆ แล้วมีอะไรน่าค้นมากกว่าที่คิด?”

ปลาทูเป็นปลาตัวเล็กที่อยู่กับครัวไทยมานานมากเท่าที่ผมจำความได้ ตั้งแต่นึ่ง ทอด ต้มเค็ม ฉู่ฉี่ ไปจนถึงน้ำพริก เรียกได้ว่าเป็นปลาที่ธรรมดามากในความรู้สึกของหลายคน แต่พอลองมองให้ลึกขึ้น กลับเป็นวัตถุดิบที่น่าสนใจมากครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมได้รู้ผ่านชุมชนที่คลุกคลีกับปลาทูมาก็คือ ปลาทูเปลี่ยนรสและเนื้อสัมผัสไปตามช่วงเวลา

ข้อมูลจากชุมชนประมงพื้นบ้านในอ่าวไทย บอกว่าช่วงประมาณ ตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ปลาทูมีไขมันสะสมมากขึ้น เนื้อจะนุ่ม หวาน และมีความมันเด่นกว่าช่วงอื่น

ไขมันตรงนี้สำคัญมาก เพราะไม่ได้ให้แค่ความมัน แต่ยังช่วยให้เนื้อปลารู้สึกฉ่ำขึ้น และช่วยพากลิ่นต่าง ๆ ให้อยู่ในปากได้นานขึ้นด้วย เพราะสารกลิ่นหลายชนิดละลายและเดินทางไปกับไขมันได้ดี

อีกอย่างที่เราชอบคือรสของปลาทูไม่ได้หนักแบบปลามันขนาดใหญ่ แต่มีความ หวาน นุ่ม และ savoury (รสกลมแบบอาหารคาว) ที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับวัตถุดิบอื่น เลยจับคู่ได้ตั้งแต่รสเปรี้ยว สมุนไพร ไปจนถึงกลิ่นควัน

เรายังเจอปลาทูอยู่ในอาหารไทยหลายบริบทมาก ตั้งแต่ตำรับเก่าอย่าง ฉู่ฉี่ปลาทูสด ไปจนถึงเรื่องของ ปลาทูแม่กลอง ที่สะท้อนว่าปลาชนิดเดียวสามารถเป็นได้ทั้งอาหารประจำบ้าน วัตถุดิบของชุมชน และวัตถุดิบสำหรับการตีความแบบร่วมสมัย

นี่เป็นเหตุผลที่เราชอบปลาทูครับ
มันเป็นปลาที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่พอเริ่มมองเรื่อง ฤดูกาล ไขมัน แหล่งที่มา และวิธีปรุง เราจะพบว่ารสชาติของปลาทูแต่ละตัวไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว

สำหรับจานนี้ เราเลือกใช้ปลาทูนอกฤดูเพราะเราไม่ต้องการความมันขนาดนั้น และเราไม่ได้อยากเปลี่ยนปลาทูให้กลายเป็นอย่างอื่นมากนัก แค่หยิบธรรมชาติที่มันมีอยู่แล้ว—ความหวาน ความมัน และกลิ่นเฉพาะตัว—มาเล่าใหม่ผ่านน้ำพริกปลาทูในแบบของเรา

จากปลาตัวเล็กที่คุ้นเคย
สู่หนึ่งในวัตถุดิบที่ยิ่งรู้จัก ก็ยิ่งสนุกที่จะนำมาทำอาหาร

#ปลาทู

18/09/2026

~ PLA TU ~

“น้ำพริกปลาทู จะเล่า ‘กลิ่นของภูเขา’ ได้อย่างไร?”

จานนี้เริ่มจากสิ่งที่คุ้นเคยอย่าง น้ำพริกปลาทู แต่เราเปลี่ยนโครงสร้างให้มีความเนียนและเข้มข้นคล้าย Pâté (ปาเต้) โดยยังเก็บความเผ็ด ความหอม และบุคลิกจัดจ้านแบบน้ำพริกเอาไว้

ปลาทูเป็นปลาที่มีไขมันค่อนข้างสูง จึงให้รสที่แน่นและมีความมันตามธรรมชาติ เราจึงมองหาสิ่งที่จะทำให้รสนี้ “เปิด” ขึ้น และพาไปสู่ภาพของภูเขา

คำตอบคือ มะเขือเทศดอย

ในมุมโครงสร้าง มะเขือเทศมีทั้งน้ำ น้ำตาล กรด กลูตาเมต และเพกทิน จึงมีทั้งความเปรี้ยวสด ความหวาน และอูมามิอยู่พร้อมกัน ความเปรี้ยวช่วยตัดความมันของปลาทู ขณะที่สมุนไพรกลิ่นเขียวสดทำหน้าที่เหมือน Top Note (กลิ่นแรกที่รับรู้) ช่วยยกจานให้เบาและสดขึ้น

แต่เราไม่ได้ใช้มะเขือเทศแบบสดเพียงอย่างเดียว

เรานำมันไป รมควัน ให้ความร้อนค่อย ๆ ไล่ความชื้นบางส่วนออก ทำให้รสของมะเขือเทศเข้มข้นขึ้น พร้อมเติมโทน Woody / Smoky (กลิ่นไม้และควัน) เข้าไปอีกชั้น เพราะควันจากไม้สามารถพาสารกลิ่นกลุ่ม phenolic เข้าสู่อาหารและสร้างบุคลิกแบบรมควันที่ชัดเจนได้

จากนั้นเสิร์ฟคู่กับ ขนมปังบริยอชย่างถ่านไม้ลำไย จนผิวด้านนอกกรอบและหอม แต่ด้านในยังนุ่มชุ่มเนย ความร้อนบนผิวขนมปังสร้างกลิ่นใหม่จาก Maillard Reaction (ปฏิกิริยาเมลลาร์ด) ให้โทนอบ คั่ว และหอม ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมกลับไปหากลิ่นควันของมะเขือเทศอีกครั้ง

จานนี้จึงเล่นกับความต่างอย่างตั้งใจ—

ปลาทูให้ความมันและอูมามิ
มะเขือเทศดอยให้ความเปรี้ยวและความสด
สมุนไพรให้กลิ่นเขียว
ควันให้ความลึก
และบริยอชให้ความกรอบ หอม และชุ่มเนย

ทั้งหมดถูกจัดให้อยู่ในคำเล็ก ๆ เพราะสำหรับเรา Appetizer (อาหารเรียกน้ำย่อย) ที่ดีไม่ควรทำให้หนักตั้งแต่ต้น แต่ควรกระตุ้นความอยากอาหารและเปิดทางให้คอร์สต่อไป

จากน้ำพริกปลาทูที่คุ้นเคย
สู่รสชาติของ ภูเขา ควัน และความสดชื่น ในแบบของฤดูฝนบนดอย

#ปลาทู

𝐍𝐨𝐫𝐭𝐡𝐞𝐫𝐧 𝐋𝐢𝐠𝐡𝐭𝐬 𝐎𝐯𝐞𝐫 𝐌𝐨𝐝𝐞𝐫𝐧 𝐒𝐢𝐚𝐦Two kitchens, one table. 🗓️ 2–3 October 2026TAAN Bangkok open its kitchen to a guest fro...
15/09/2026

𝐍𝐨𝐫𝐭𝐡𝐞𝐫𝐧 𝐋𝐢𝐠𝐡𝐭𝐬 𝐎𝐯𝐞𝐫 𝐌𝐨𝐝𝐞𝐫𝐧 𝐒𝐢𝐚𝐦

Two kitchens, one table.
 🗓️ 2–3 October 2026

TAAN Bangkok open its kitchen to a guest from the north, a four-hands dinner joining ingredient and technique from Chiang Mai’s mountains with modern Thai cooking in Bangkok.

We spent over a decade in a quaint Chiang Mai dining room, built around what the mountain villages grow. Chef Nan reads it through a New Nordic lens: Northern Thai ingredient, Nordic restraint.

Chef Thep’s approach to Thai ingredient: provenance first, technique second, nothing added that doesn’t need to be there.

🔗 Reservations: https://tr.ee/vepINR

~ TUA NAO BONE BROTH ~“ถั่วเน่า ทำให้น้ำซุปกระดูกหมูมีรสชาติที่ ‘ลึก’ ขึ้นได้อย่างไร?”คำว่า “ลึก” สำหรับเรา ไม่ได้หมายถึ...
04/09/2026

~ TUA NAO BONE BROTH ~

“ถั่วเน่า ทำให้น้ำซุปกระดูกหมูมีรสชาติที่ ‘ลึก’ ขึ้นได้อย่างไร?”

คำว่า “ลึก” สำหรับเรา ไม่ได้หมายถึงแค่รสที่เข้มหรือเค็มขึ้น แต่คือการที่รสชาติหลายชั้นค่อย ๆ เปิดออกมาในปาก

เราเริ่มจาก Bone Broth (น้ำซุปกระดูก) ที่เคี่ยวอย่างช้า ๆ จนคอลลาเจนจากกระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเปลี่ยนเป็นเจลาติน ทำให้น้ำซุปมี Body (ความแน่นและเนื้อสัมผัส) ที่นุ่ม ลื่น และเต็มปากขึ้น

จากนั้นจึงเติม ถั่วเน่าบดละเอียด ลงไป

ถั่วเน่าเป็นเครื่องปรุงจากถั่วเหลืองหมักที่อยู่คู่กับอาหารเหนือมาอย่างยาวนาน และมักผ่านการย่างหรือคั่วก่อนนำมาใช้ ทำให้รสของถั่วหมักซ้อนทับด้วยกลิ่นถั่วคั่วและกลิ่นหมักที่มีเอกลักษณ์

ตรงนี้เองที่ Umami (อูมามิ) เข้ามามีบทบาท โดย Glutamate (กลูตาเมต) เป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ทำให้เรารับรู้รสแบบ Savoury (รสกลมลึกแบบอาหารคาว) เมื่อรสจากถั่วหมักมาเจอกับความหวานและความแน่นของน้ำซุปกระดูก จึงไม่ได้ทำให้น้ำซุปเพียง “แรงขึ้น” แต่ทำให้รสเต็มขึ้น ยาวขึ้น และมีมิติมากขึ้น

ส่วน Aroma (กลิ่นหอม) เราเพิ่มอีกหนึ่งชั้นด้วย น้ำมันกระเทียมไหม้

เมื่อกระเทียมผ่านความร้อน กลิ่นฉุนสดจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นโทนหวาน คั่ว และไหม้อ่อน ๆ เราดึงกลิ่นเหล่านั้นเก็บไว้ในน้ำมัน เพราะไขมันสามารถรับและพาสารกลิ่นเข้าสู่จานได้ดี

เราตั้งใจให้กระเทียมไหม้พอที่จะทิ้ง กลิ่นคั่วเข้มและความขมปลายเล็กน้อย ช่วยตัดความมันของหมู พร้อมเชื่อมกลับไปหากลิ่นรมควันของสันคอหมูดำในจานหลัก

ถั่วเน่าจึงไม่ได้ปรากฏอยู่เพียงบนผิวของหมูรมควันเท่านั้น แต่กลับมาอีกครั้งในน้ำซุป—ครั้งนี้ในบทบาทที่เงียบกว่า แต่ช่วยพา Flavor (รสและกลิ่น) ทั้งหมดของจานให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

หมูดำให้ความหวานและไขมัน
ถั่วเน่าให้มิติและความลึก
กระเทียมไหม้ให้กลิ่นหอมคั่ว
และน้ำซุปเข้มข้นนี้ คือพื้นที่ที่ทำให้ทุกอย่างมาเจอกันอย่างลงตัว

~ NAM PRIK KHUA SAI ~ทำไมน้ำพริกที่เรียกว่า “คั่วทราย” จึงกลายมาเป็นรสชาติสำคัญของจานนี้?หนึ่งในแกนสำคัญที่เราเลือกมาเติ...
29/08/2026

~ NAM PRIK KHUA SAI ~

ทำไมน้ำพริกที่เรียกว่า “คั่วทราย” จึงกลายมาเป็นรสชาติสำคัญของจานนี้?

หนึ่งในแกนสำคัญที่เราเลือกมาเติมมิติให้จานนี้คือ น้ำพริกคั่วทราย น้ำพริกพื้นบ้านของชาวไทใหญ่ที่คั่วส่วนผสมจนแห้ง ร่วนละเอียดคล้ายเม็ดทราย

กลิ่นของพริกคั่ว กระเทียม ถั่วเน่า และวัตถุดิบแห้ง ให้รสชาติที่ทั้งมีมิติในความหอม และมีความเป็นดินอยู่ในตัว จึงเชื่อมโยงกับเรื่องราวของจานนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แต่เราไม่อยากให้รสหยุดอยู่เพียงตรงนั้น

เราจึงทำให้น้ำพริกคั่วทรายของเราสว่างขึ้นด้วย ซอสน้ำอ้อยรสเปรี้ยวหวาน และสมุนไพรกลิ่นเขียวสด ให้ความรู้สึกสดชื่นคล้ายการคลุกเคล้าของข้าวยำทางภาคใต้

นำทั้งหมดมาคลุกกับ ข้าวดอย แล้วใช้เป็นไส้ของดอกซูกินี่ ซึ่งกำลังออกดอกสวยในช่วงฤดูนี้จากสวนของ พี่เขียวและพี่แพม Green Garden ที่แม่ริม

ก่อนชุบแป้งบาง ๆ และทอดจนกรอบเบาแบบเทมปุระ

จากน้ำพริกที่มีรสชาติของผืนดิน
สู่คำที่มีทั้งกลิ่นดิน ความสด และความกรอบ อยู่พร้อมกัน

~ BLACK PORK ~หมูหนึ่งตัว สามารถบอกเล่าเรื่องราวของผืนดินที่มันเติบโตมาได้มากแค่ไหน?สำหรับจานนี้ เราเลือกใช้หมูดำจาก Ari...
27/08/2026

~ BLACK PORK ~

หมูหนึ่งตัว สามารถบอกเล่าเรื่องราวของผืนดินที่มันเติบโตมาได้มากแค่ไหน?

สำหรับจานนี้ เราเลือกใช้หมูดำจาก Arigaton จังหวัดน่าน
แบรนด์ที่เกิดจากการพัฒนาหมูดำเมืองน่านร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการเลี้ยงอย่างใส่ใจ และเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหมู

หนึ่งในนั้นคือกากจากการหมักสุรา ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้เนื้อมีไขมันแทรกที่ดี นุ่ม ชุ่มฉ่ำ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

สิ่งที่ทำให้เราเลือก Arigaton จึงไม่ใช่เพียงเพราะเนื้อหมูอร่อย

แต่เพราะเราเห็นเรื่องราวของ พื้นที่ ผู้เลี้ยง และวัตถุดิบท้องถิ่น อยู่ในเนื้อชิ้นเดียวกัน

เราเลือกส่วนสันคอ นำไปบรายน์กับน้ำเกลือและสมุนไพร ก่อนเคลือบด้วย bark ที่ทำจากถั่วเน่าและเครื่องเทศหลายชนิด

จากนั้นรมควันอย่างช้า ๆ ด้วยถ่านไม้ลำไยที่ความร้อนต่ำประมาณ 6–8 ชั่วโมง

เวลา ความร้อน และควัน ค่อย ๆ ทำให้ไขมันละลายแทรกกลับเข้าไปในเนื้อ ขณะที่ถั่วเน่าเติมกลิ่นหมักและรสอูมามิให้ลึกขึ้น

จนได้หมูที่นุ่ม ชุ่มฉ่ำ และแทบไม่ต้องใช้มีดตัด

จาก หมูดำเมืองน่าน ถั่วเน่า และไม้ลำไย
สามสิ่งจากผืนดินทางเหนือ ที่เรานำกลับมาเล่าเรื่องร่วมกันอีกครั้งในจานเดียว

25/08/2026

~ TUA NAO ~

“ถ้าผืนดินมีรสชาติ
ถั่วเน่าจะเล่าเรื่องนั้นออกมาอย่างไร?”

นี่คือคำถามที่เป็นจุดเริ่มต้นของจานหลักจานนี้ครับ

สำหรับเรา “ถั่วเน่า” เป็นวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับรสชาติของผืนดินได้ชัดเจนมาก ทั้งกลิ่นของถั่วที่ผ่านการหมัก เวลา และควันจากการปิ้งไฟ เป็นรสชาติที่ลุ่มลึกและมีความอบอุ่นอยู่ในตัวเอง

เราเลยใช้ถั่วเน่าเป็นแกนกลาง แล้วค่อย ๆ เชื่อมผู้คน วัตถุดิบ และรสชาติจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามารอบ ๆ

เริ่มจาก หมูดำจากฟาร์มของน้องแจ็คที่จังหวัดน่าน เลี้ยงมาอย่างดีจนได้เนื้อที่มีไขมันสวย หอมนวล และมีรสชาติในตัวเอง

กินคู่กับ น้ำพริกคั่วทรายสูตรจากบ้านของเชฟน้องอ้น ที่เรานำมาตีความใหม่ในลักษณะคล้ายข้าวยำ คลุกกับสมุนไพรและข้าวดอย ก่อนนำไปยัดใน ดอกซูกินีจากสวนของพี่เขียวและพี่แพม แล้วทอดจนกรอบ ได้ทั้งกลิ่นคั่ว ความเผ็ดอุ่น ๆ และรสสัมผัสที่ตัดกับความนุ่มของหมูพอดี

สุดท้ายเรารวบทุกอย่างเข้าด้วยกันด้วย น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้น ผงถั่วเน่า และน้ำมันกระเทียมเผา ให้กลิ่นหมัก กลิ่นควัน และความอูมามิค่อย ๆ เชื่อมทุกองค์ประกอบกลับเข้าหากัน

จานนี้จึงไม่ได้เริ่มจากวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว

แต่เริ่มจากแนวคิดของ “ระบบนิเวศของอาหาร”
ผู้เลี้ยงหมู คนทำอาหาร คนปลูกผัก ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
และธรรมชาติที่อยู่เบื้องหลังวัตถุดิบแต่ละอย่าง

ทุกอย่างค่อย ๆ ซ้อนทับกันเหมือนชั้นของผืนดิน

ความหมักของถั่วเน่า
ความมันนุ่มนวลของหมูดำ
กลิ่นคั่วของน้ำพริก
ความกรุบกรอบของดอกซูกินี
และความเข้มข้นของน้ำซุปกระดูกหมูกับกระเทียมเผา

จนกลายเป็นจานหลักที่เราอยากให้ทั้งหนักแน่น อบอุ่น และยังมีความคุ้นเคยของรสชาติแบบเหนืออยู่ข้างใน

ถ้าผืนดินมีรสชาติ...

สำหรับเรา จานนี้คือหนึ่งในคำตอบครับ

ติดตามเรื่องราวขององค์ประกอบอื่น ๆ ในจานนี้ต่อได้เร็ว ๆ นี้

~ BURNT CUCUMBER ~“แตงกวาดองสำคัญยังไงในจานปลาร้า?”จริง ๆ แล้วเราเคยทำแตงกวาดองมาหลายแบบมากครับ ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม หร...
18/08/2026

~ BURNT CUCUMBER ~

“แตงกวาดองสำคัญยังไงในจานปลาร้า?”

จริง ๆ แล้วเราเคยทำแตงกวาดองมาหลายแบบมากครับ ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม หรือเปลี่ยนกลิ่นสมุนไพรไปเรื่อย ๆ เพราะสำหรับเรา ของดองไม่ได้มีหน้าที่แค่ตัดเลี่ยน แต่มันสามารถช่วยเล่าเรื่องและกำหนดความรู้สึกของจานได้เหมือนกัน

สำหรับบทนี้ เรากำลังเล่าถึง การทับถม ความชุ่มฉ่ำ และสิ่งใหม่ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นหลังสายฝน

เราเลยเริ่มจากการเอาแตงกวาไปเผาไฟก่อน ให้ผิวมีกลิ่นไหม้อ่อน ๆ เหมือนร่องรอยบางอย่างที่หลงเหลืออยู่ แล้วจึงนำไปดองกับน้ำส้มสายชูและสมุนไพรกลิ่นเขียวสด

สิ่งที่ได้กลับน่าสนใจกว่าที่เราคิด

แตงกวายังคงความฉ่ำและความสด แต่มีทั้งกลิ่นเผาเบา ๆ ความเปรี้ยว และกลิ่นสมุนไพรที่ออกมาเย็น ๆ คล้ายกลิ่นดอกไม้หลังฝน

พอเอามากินกับ Pesto Pla Ra ที่ทั้งนัว มัน และมีกลิ่นหมักเข้มข้น เรารู้สึกว่าสองอย่างนี้ทำหน้าที่ตรงข้ามกันพอดี

อันหนึ่งลึกและหนัก
อีกอันสดและชุ่มฉ่ำ

แต่พอมาอยู่ด้วยกัน กลับช่วยให้รสชาติของอีกฝ่ายชัดขึ้น

เหมือนพระเอกกับนางเอกที่ต่างคนต่างมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง แต่พอมาเจอกัน เรื่องราวทั้งหมดถึงเริ่มสมบูรณ์

~ PESTO PLA RA ~“ถ้าเอาชีสออกจากเพสโต้ แล้วเราใช้อะไรสร้างอูมามิแทน?”โดยทั่วไปโครงสร้างของเพสโต้จะมีสมุนไพรหรือผักใบเขีย...
17/08/2026

~ PESTO PLA RA ~

“ถ้าเอาชีสออกจากเพสโต้ แล้วเราใช้อะไรสร้างอูมามิแทน?”

โดยทั่วไปโครงสร้างของเพสโต้จะมีสมุนไพรหรือผักใบเขียว ถั่ว ชีส และน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก

เราเลยลองเอาโครงสร้างที่คุ้นเคยนี้มาตีความใหม่ในแบบของเรา โดยไม่ได้เปลี่ยนความเป็นเพสโต้ เพียงแค่เปลี่ยนแหล่งอูมามิจาก ชีส มาเป็นน้ำพริกปลาร้า

น้ำพริกของเราเริ่มจากพริกสดสีเขียวที่นำไปเผาให้มีกลิ่นไหม้อ่อน ๆ ตำกับข่า หอมแดง และกระเทียมที่หมกถ่านจนหอม

ส่วนปลาร้า เราไม่ได้ไปหาจากที่ไหนไกลครับ

มันเริ่มจากเศษและส่วนตัดแต่งของปลาที่เกิดขึ้นในครัวแต่ละวัน แทนที่จะทิ้ง เรานำมาหมักกับเกลือและข้าวคั่วหอม ๆ เก็บไว้ในโหล แล้วปล่อยให้เวลาและการหมักค่อย ๆ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นรสอูมามิที่ลึกขึ้น

จากนั้นจึงนำทุกอย่างกลับมารวมกับสมุนไพรเขียว ถั่ว และน้ำมัน ตามโครงสร้างของเพสโต้ที่เราคุ้นเคย

ผลลัพธ์คือ Pesto Pla Ra ที่ยังมีความมัน ความเขียว และความสดแบบเพสโต้ แต่เพิ่มความนัว กลิ่นหมัก และเผ็ดซ่าอ่อน ๆ แบบไทยเข้าไป

เราไม่ได้อยากทำให้เพสโต้กลายเป็นอาหารไทย หรือทำให้ปลาร้ากลายเป็นอาหารตะวันตก

แค่ลองหาจุดที่สองรสชาตินี้สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

และบางที การทำอาหารร่วมสมัยสำหรับเรา ก็อาจเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ครับ

~ HALFBEAK ~“ทำไมปลาชนิดนี้ถึงเรียกว่า Halfbeak แล้วชื่อปลาตับเต่ามาจากไหน?”คนไทยเรียกปลาในกลุ่มนี้ว่า “ปลาตับเต่า” มานา...
16/08/2026

~ HALFBEAK ~

“ทำไมปลาชนิดนี้ถึงเรียกว่า Halfbeak แล้วชื่อปลาตับเต่ามาจากไหน?”

คนไทยเรียกปลาในกลุ่มนี้ว่า “ปลาตับเต่า” มานาน และยังพบชื่อแตกต่างกันไปตามชนิดและพื้นที่ แต่ที่น่าสนใจคือ จนถึงตอนนี้เรายังไม่พบหลักฐานที่อธิบายได้ชัดเจนว่า ทำไมคนสมัยก่อนถึงเรียกปลากลุ่มนี้ว่า “ตับเต่า”

แต่ที่มาของชื่อภาษาอังกฤษ Halfbeak กลับมองเห็นได้จากตัวปลาเลยครับ

ปลากลุ่มนี้มีลำตัวยาวเรียว และมีขากรรไกรล่างยื่นออกมายาวกว่าขากรรไกรบนอย่างชัดเจน ดูคล้ายกับมีจะงอยปากเพียงครึ่งเดียว จึงเป็นที่มาของคำว่า Halfbeak

ช่วงนี้เราได้ปลาชนิดนี้มาใช้ค่อนข้างบ่อย สิ่งที่เราชอบคือเนื้อปลาที่มีรสสะอาด มีความหวานอ่อน ๆ และรสชาติไม่หนักจนเกินไป

แต่ปลาที่ดูเรียบง่ายแบบนี้ กลับต้องใช้เวลาในการเตรียมมากกว่าที่คิด

ด้วยลำตัวที่ค่อนข้างเรียว การแล่และจัดการต้องละเอียด เพื่อให้ได้เนื้อที่สวยและสูญเสียน้อยที่สุด และยิ่งเราจัดการวัตถุดิบต้นทางได้ดีเท่าไร ตอนปรุงก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องทำอะไรมาก

เราเลยเลือกย่างอย่างเรียบง่าย ปรุงเพียงเกลือเล็กน้อย ให้ผิวด้านนอกมีกลิ่นหอมจากความร้อน แต่ข้างในยังคงความชุ่มฉ่ำและรสธรรมชาติของปลาไว้

จากนั้นจึงจับคู่กับ เพสโต้ปลาร้า ที่มีทั้งความนัว ความมัน และกลิ่นหมัก ตัดด้วย แตงกวาเผาดอง ที่ช่วยเติมความเปรี้ยวและความสดชื่นกลับเข้ามา

สำหรับเรา Halfbeak เป็นตัวอย่างของวัตถุดิบที่ไม่จำเป็นต้องมีรสชาติรุนแรงเพื่อให้คนจดจำ

บางครั้งหน้าที่ของคนทำอาหาร อาจเป็นเพียงการทำความเข้าใจวัตถุดิบให้มากพอ จัดการมันให้ดี แล้วปล่อยให้ธรรมชาติของมันเล่าเรื่องที่เหลือเองครับ

ที่อยู่

99 M. 11 Nong Khwai Hang D**g, Chiang Mai
Amphoe Hang D**g
50230

เวลาทำการ

จันทร์ 18:00 - 22:00
อังคาร 18:00 - 22:00
พุธ 18:00 - 22:00
พฤหัสบดี 18:00 - 22:00
ศุกร์ 12:00 - 14:00
18:00 - 22:00
เสาร์ 12:00 - 14:00
18:00 - 22:00
อาทิตย์ 12:00 - 14:00
18:00 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

+66656615646

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Cuisine de Garden Chiangmai โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Cuisine de Garden Chiangmai:

ทางลัด

แชร์