18/04/2026
The Art of balance “ความขมไปจนถึงความฝาด“ไม่ใช่ศัตรูของชาแต่หากเป็นเสน่ห์แห่งชา- หากบาลานซ์อยู่ในระดับที่พอดีจะช่วยเพิ่มความหมายอันเชิงลึก ในเสน่ห์ของการจิบชา หลงเหลือความหวานที่ปลายลิ้นอย่างลงตัว
ว่าด้วยเรื่องความฝาดในมัทฉะ
___________________
ผมเคยเข้าใจว่ามัทฉะที่ดีน่าจะต้องไม่ฝาดเลย
แต่พอได้ลองชิมมัทฉะที่หลากหลายมากขึ้น ความคิดนี้ก็ค่อย ๆ เริ่มเปลี่ยนไป
ผมเริ่มรู้สึกว่าความฝาด (Astringency, 渋味 Shibumi) อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญพอสมควร
ถ้ามองในเชิงวิทยาศาสตร์ ความฝาดในมัทฉะน่าจะมาจากกลุ่มสาร Polyphenols โดยเฉพาะ Catechins อย่าง EGCG ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในใบชาแทบทุกชนิด จึงอาจพอพูดได้ว่าไม่มีชาตัวไหนที่ไม่มีความฝาดเลย เพียงแต่ระดับและลักษณะของความฝาดอาจแตกต่างกันออกไป
กลไกหนึ่งที่มักถูกอธิบายคือ Catechins อาจไปจับกับโปรตีนในน้ำลาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนและเพิ่มแรงเสียดทานภายในช่องปาก สิ่งที่เรารับรู้จึงออกมาเป็นความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับการที่รสชาติค้างอยู่ในปากได้นานขึ้น หรือที่มักเรียกว่า lingering หรือ long finish
พอลองสังเกตการดื่มมัทฉะมากขึ้น ผมเริ่มรู้สึกว่าชาที่น่าสนใจมักไม่ได้มีแค่ความกลมกล่อมจากรสอูมามิอย่างเดียว แต่จะมีลำดับการออกรสอยู่พอสมควร อาจมีรสอูมามิและหวานจากกรดอะมิโน (L-theanine) อาจมีความขมและความฝาดแทรกเข้ามาเล็กน้อย และทิ้งท้ายด้วยความหวาน ความชุ่มคอ หรือกลิ่นที่คงค้างอยู่ลึก ๆ
หากสมมุติว่าชาตัวใด ๆ ไม่มีความฝาดเลย แม้รสชาติอาจจะนุ่ม เบาและดื่มง่าย แต่ก็อาจรู้สึกว่าจบเร็วหรือมีมิติไม่มากนัก ในทางกลับกัน ถ้าความฝาดนั้นมากเกินไป ก็อาจให้ความรู้สึกแห้ง ฝืด หรือคมเกินไปจนกลบองค์ประกอบอื่น
ผมจึงมองว่าประเด็นที่สำคัญอาจไม่ใช่ว่ามัทฉะควรจะฝาดหรือไม่ฝาด แต่เป็นเรื่องของระดับและสมดุลมากกว่า ว่าความฝาดนั้นผสานกับรสอูมามิ รสหวาน และรสขมได้ดีแค่ไหน
ปัจจัยหลายอย่างก็น่าจะมีผลต่อเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากต้นทาง เช่น วิธีการพรางแสงใบชา ที่อาจเพิ่มกรดอะมิโน และลดปริมาณ Catechins จึงทำให้ความฝาดในชานั้นน้อยลง หรือปัจจัยจากปลายทาง อย่าง อุณหภูมิน้ำชงชาที่สูงเกินไป หรือการสกัดชาที่ใช้เวลานานเกินที่ซึ่งอาจดึงความฝาดจาก Catechins ออกมาได้มากขึ้น รวมถึงอัตราส่วนผงชาที่ใช้ ซึ่งอาจทำให้การรับรู้ของความฝาดเปลี่ยนไปได้พอสมควร
ทุกวันนี้ เราอาจจะไม่ได้มองหามัทฉะที่ไม่ฝาดอีกต่อไป แต่อาจจะน่าสนใจมากกว่าว่าความฝาดนั้นถูกวางอยู่ตรงไหนของรสชาติ และมันช่วยให้การดื่มในแต่ละครั้งรู้สึกต่อเนื่องและน่าสนใจขึ้นหรือเปล่า เพราะในบางแก้ว ความฝาดเล็ก ๆ นั้นก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้รสชาติอยู่กับเราได้นานกว่าที่คิดครับผม
ขอบพระคุณที่ติดตามมาถึงจุดนี้ครับ