07/05/2026
#เนนคิงแม่บ้าน จะลด จะเพิ่ม จะเปลี่ยน เจนไหนใครกระทบอะไร อย่างไร?
หากขี้เกียจอ่านข้ามไปอ่านบรรทัดสุดท้ายตรงสรุปแล้วย้อนขึ้นมา
-----
talk of the town มากทั้งในญี่ปุ่น และ ไทย ฝั่งคนทำงานกับฝั่งแม่บ้านร้อยเปอร์เซนต์ต่างก็ยกเคสของตัวเองมาคุยกัน ทั้งเฟส ทั้ง ตต ทั้ง X เลยนะคะ วันนี้แอดจะไม่มาตัดสินให้ว่าใครสบายกว่าใคร ใครลำบากกว่าใคร แต่จะมาคุยกันเรื่องของระบบที่คิดว่า ก่อนอื่นทุกคนควรเข้าใจร่วมกันก่อน มีคำถามอะไรถามไว้ในคอมเมนท์ค่ะ
แอดมีทั้งหมด 5 ข้อใหญ่ ๆ ที่อยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ขอเขียนด้วยภาษาแฟนซีนิด ๆ เพื่อความเข้าใจง่ายนะคะ
■ข้อควรระวัง เนื้อหานี้คุยถึงพ่อบ้าน หรือ แม่บ้านฟุโย 100% เท่านั้น ใครหลุดฟุโยแล้ว โปรดอ่านในส่วนของสามีแล้วจินตนาการว่าเป็นตัวเองค่ะ รูปภาพประกอบทุกภาพที่ทำใช้ ChatGPT ทำ แก้ Prompt ไปเถียงกับเอไอไปว่าเธอทำผิด ไปเกินสิบรอบถ้วน แต่ถ้ายังมีผิดมีหลุดโปรดอภัยนะคะ
※ภาพประกอบมี 4 ภาพ 3 ภาพอยู่ในคอมเมนท์ค่ะ
---------------------
■ก่อนจะไปอ่าน ทำความเข้าใจก่อน เนนคิง ประเภท 1 2 3
ประเภท 1 ฟรีแลนซ์ / เจ้าของกิจการ อันนี้ สามีภรรยาทำงานไม่ทำงานไม่สน ต้องจ่ายทุกคน
ประเภท 2 พนักงานบริษัท อันนี้เจ้าตัวจ่ายประมาณ 18.5 เปอร์เซนต์ของเงินเดือน และ บริษัทสมทบเท่ากันครึ่งหนึ่ง
ประเภท 3 สามี/ภรรยาของประเภทที่ 2 เท่านั้น (ฟุโย) ไม่ต้องจ่ายเพราะผูกกับสามี/ภรรยาแล้ว
-------------------
คำถามที่ถามมาเยอะมาก และถกเถียงกันมากบนเน็ต
■ 1.เงินจะถูกลดทุกคนใช่ไหม เมื่อไหร่?
ตอบสั้น ๆ ใช่ค่ะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และถึงรัฐบาลจะไม่ดำเนินนโยบายนี้มันก็ต้องลดอยู่แล้ว เพราะเงินบำนาญเนนคิงมันไม่พอ เพราะเด็กเกิดน้อย คนแบกเยอะค่ะ (เราทุกคนทราบกันดีอยู่)
■2.ใครกระทบบ้าง?
ดูตามรูปแบ่งตามเจนไปเลยค่ะ
เจนที่ณ วันนี้อายุ 60s คือจ่ายมาครบ 40 ปีแล้ว ยินดีด้วย คุณเกิดมาในยุคบับเบิ้ลญี่ปุ่น ฟองสบู่สุดชีวิตยามทำงาน เงินมากมั่งมี ตอนนี้ก็ยังมีเงิน เป็นรุ่นที่ไม่ถูกหัก
เจนที่ลำบากที่สุดคือ เจน 20s คนที่อยู่เจนนี้ หักก่อนถึงมือ แล้วตอนเกษียณ เอ้า อาจจะได้ไม่เท่าเดิมด้วย และที่แน่ ๆ รัฐบาลอาจจะยกเลิกประเภท 3 ไปแล้วในรุ่นของคุณ
----------------
■3.ตกลงรัฐคิดจะทำอะไร? (ดูรูปในคอมเมนท์)
แบ่งง่าย ๆ เป็น 5 ข้อ ไม่ทำแบบปุบปับ ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ บีบ ซึ่งหลายอย่างบีบมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด
① ลดขอบเขตของ “ประเภท 3 (ฟุโย)”
ในอนาคต คนที่เป็นแม่บ้าน/พาร์ทไทม์อาจอยู่ฟุโยได้ยากขึ้น ทั้งเพดานรายได้และเกณฑ์ชั่วโมงทำงานมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น
② พนักงานพาร์ทไทม์ต้องเข้าประกันสังคมมากขึ้น
เดิมหลายคนไม่ต้องเข้าโคเซเนนคิง แต่อนาคต บริษัทเล็กลงหรือทำงานชั่วโมงน้อยลงก็อาจต้องเข้า
③ สิทธิแบบ “ได้ฟรีเต็มระบบ” อาจลดลง
ปัจจุบันประเภท 3 ไม่ต้องจ่ายเอง แต่ยังได้สิทธิบำนาญและประกันสุขภาพ อนาคตอาจเปลี่ยนเป็น “ได้บางส่วน” หรือ “รัฐช่วยสมทบบางส่วน”
④ ระยะยาวอาจรวมระบบทั้ง 3 ประเภท
บางฝ่ายเสนอให้รวมประเภท 1・2・3 เป็นระบบเดียว ทุกคนจ่ายตามรายได้จริง คล้ายหลายประเทศยุโรป
⑤ ประกันสุขภาพอาจต้องจ่ายเองมากขึ้น
หากออกจากฟุโยและเข้าระบบเองจะต้องเริ่มจ่ายค่าเนนคิงและประกันสุขภาพทุกเดือนด้วยตัวเอง
🔥เป้าหมายหลักของการเปลี่ยนทั้งหมด คือ ให้ทุกคนช่วยกัน “แบก” ระบบมากขึ้น เพื่อรองรับสังคมสูงวัยของญี่ปุ่นในอนาคต
-----------------
■4.แม่บ้านสบายกว่าจริงไหม (ในเชิงเงินค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือน)?
ประเด็นนี้ร้อนแรงมาก🔥🔥🔥 ในฐานะที่เคยไปเป็นฟุโยอดีตสามีคนญี่ปุ่นมา 1 ปีเต็ม (ก่อนหน้านั้นเงินเดือนมากกว่าอดีตสามี) และที่เหลือทำงานเองหมดมา ขออนุญาตอธิบายแบบไม่อ้อมค้อม
ตอนเป็นฟุโยสามี ค่าใช้จ่ายรวมของบ้าน มันเบากว่ามากจริง ๆ ค่ะ เงินเก็บเหลือเลย อันนี้ต้องยอมรับนะคะ เรื่องค่าใช้จ่ายที่มันลดไปต่อเดือน
แต่!!! พอไม่ได้ทำงาน อิสรภาพทางการเงิน self-esteemจากการหาเงินได้เองและใช้เอง อยากซื้ออะไรก็ซื้อ มันหายไป รายได้ต่อครัวเรือนก็ลดลง ซึ่งแน่นอนไม่มีปัญหาเลย หากสามีของคุณเป็นคนรวยและพร้อมเปย์
แต่ถ้าหากไม่ใช่ และที่สำคัญ คุณ ๆ ทั้งหลายโดยเฉพาะเจน 20-40 โปรดทำใจไว้ล่วงหน้า เพราะคุณอาจจะสบายวันนี้(ค่าใช้จ่ายเบาลง) แต่ถ้าคุณไม่ทำงานเลย ตอนเกษียณไปตอนนี้คือ จนกรอบ กรอบสนิท ศิษย์สั่งมา เพราะได้แค่เงินเนนคิงขั้นต่ำสุด (เดือนละ 6 หมื่นกว่าเยนต่อเดือน และอาจจะลดลง) แล้วยังไม่พอ ถ้าคุณสามีจากไปก่อนไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย.... เงินที่ได้ก็อาจจะน้อยลงไปอีก (โดยเฉพาะเจนหลัง ๆ)
------------
■5. แล้วที่ผ่านมาระบบเก็บเงินแค่สามีประเภท 2 ทำไมจ่ายครอบคลุมได้หมด (ดูภาพประกอบในคอมเมนท์)
คือทุกคนคะ ที่ผ่านมาเศรษฐกิจญี่ปุ่นสมัยที่เอาระบบนี้เข้ามามันยุคฟองสบู่ค่ะ สามีทำงานได้เงินเป็นกอบเป็นกำ คนทำงานเยอะเลี้ยงระบบได้สบาย ยังไงบริษัทก็สมทบให้ครึ่งนึงอยู่แล้ว จึงทำให้ถือว่าได้เงินมากกว่าประเภท 1 ที่เป็นเจ้าของกิจการอีก เพราะประเภท 1 จ่ายอย่างมากก็แค่คกคุมินเนนคิง แล้วไม่มีใครมาสมทบด้วย
👤ดังนั้น ใครที่ได้ยินจากคุณสามีมาว่า “เราจ่ายเยอะกว่ามาตลอดนะ” ก็คือ คุณสามีกำลังเทียบตัวเองกับประเภทที่ 1 อยู่ค่ะ แต่คุณสามีเองก็จะได้รับเยอะจากที่บ. สมทบ และคุณภรรยาฟุโยก็ได้รับผลประโยชน์ตรงนั้นด้วยค่ะ
-------------------------------------------------------------
■ โดยสรุปคือ หากคุณแม่บ้าน 100 % อยากรู้ว่ามีผลกระทบขนาดไหน ถ้าคุณเป็นเจน 60 ผลกระทบไม่หนัก แต่ถ้าต่ำกว่านั้นลงมาก็ควรเตรียมตัวไว้ค่ะ ผลกระทบแรงสุดที่เจน 20
■ ส่วนคนโสดทุกคนคะ แอดเข้าใจความรู้สึกคนโสดเหมือนเดอะแบกของระบบ อุ้มทุกคนในสังคม ลูกคนอื่น คนไม่ทำงาน คนตกงาน สามีภรรยาคนอื่น ด้วย และเวลาเค้าได้รับเงินช่วยเหลือกัน คนโสดที่หาเงินได้ดีมักเป็นกลุ่มสุดท้ายค่ะ และมักจะถูกบอกว่า “ก็เจือกหาเงินได้เยอะเองทำไม หาเงินให้มันน้อย ๆ หน่อยสิ” แหม คิดแล้วมันใจเจ็บ....❤️🩹 แต่ทุกคนคะ สิ่งที่คนโสดจะได้รับ อย่างน้อยก็คือความมั่นคงกว่าแค่เนนคิงแม่บ้านอย่างเดียวในภายภาคหน้า เพราะโอกาสไม่พอคือค่อนข้างชัวร์แล้วเป็นแน่แท้
■ คุณแม่บ้าน 100% เจนใหม่ (20-40) ทุกคนคะ ถ้ามั่นใจว่า สามีพร้อมเปย์ไปตลอดชีพของเรา อันนี้ไม่มีปัญหาเลยค่ะ แต่หากไม่มั่นใจแล้วไซร้ การหางานประจำทำก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกอันนึงค่ะ
⚠️แต่ก่อนหน้าที่จะไปทำงานฟูลไทม์ คุณจะต้องคุยกับคุณสามีญี่ปุ่นให้รู้เรื่อง ว่าเราต้องแบ่งงานบ้านและเลี้ยงลูกครึ่งหนึ่งเหมือนกัน ไม่ใช่ว่า แม่บ้าน ร้อย งานก็ ร้อย นอนวันละ 2 ชั่วโมงอะไรนั่น ยกให้ป้าซานาเอะแกทำคนเดียวไปค่ะ เราไม่ใช่ Super woman ขนาดนั้น work-life balance มีชีวิตอยู่ยืนยาวจนเห็นหลานเหลนสำคัญที่สุดค่ะ ❤️
ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่อ่านมาถึงตรงนี้ ไม่แน่ใจว่าตอบคำถามทุกคนได้ไหม แต่ถ้ามีคำถามอะไรก็เขียนได้นะคะ ด้วยรัก💕
#กิ๊ฟจังนั่งเล่า
ภาพ ChatGPT
ข้อมูล/เรียบเรียง/เขียน แอดกิ๊ฟจังเองค่า