14/06/2020
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ขอสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในฝรั่งเศส 🇫🇷 ดังนี้
1. สถิติวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.2563 (เวลา 14.00 น.)
▶️ ยอดผู้ป่วยติดเชื้อจากการตรวจ Test PCR จำนวน 157,220 ราย (เพิ่มขึ้น 407 ราย)
▶️ รักษาอยู่ที่ รพ. 10,881 ราย โดยมีจำนวนผู้ป่วยที่รักษาอยู่ที่ รพ. ลดลงจากวันก่อนหน้า 28 ราย (ต่อเนื่องเป็นวันที่ 20) และรักษาตัวหายออกจาก รพ. แล้ว 72,859 ราย (เพิ่มขึ้น 51 ราย)
▶️ อาการหนัก 869 ราย นับเป็นวันที่ 67 ติดต่อกันที่ยอดรวมของผู้ป่วยอาการหนักลดลงจากวันก่อนหน้า (จำนวน 2 ราย)
▶️ เสียชีวิตที่ รพ. 19,023 ราย (เพิ่มขึ้น 9 ราย) และเสียชีวิตที่บ้านพักคนชราและที่ศูนย์การแพทย์สังคม (établissements médico-sociaux) 10,384 ราย (เป็นสถิติของวันที่ 9 มิ.ย. โดย ก.สาธารณสุขจะอัพเดทข้อมูลในส่วนของบ้านพักคนชราในวันที่ 16 มิ.ย.) **รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 29,407 ราย (เพิ่มขึ้น 9 ราย) **
**หมายเหตุ**
▶️ อัตราการตรวจพบเชื้อไวรัสจากการตรวจหาเขื้อทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 1.3
▶️ มี clusters การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส 97 แห่งทั่วประเทศ (เพิ่มขึ้น 8 แห่ง) โดย 2 จังหวัดที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุด ได้แก่ Guyane และ Mayotte
➖➖➖➖➖➖
2. ประธานาธิบดีแถลงเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการในระยะต่อไปหลังเกิดวิกฤติ covid-19
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2563 เวลา 20.00 -20.20 น. ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้แถลงอย่างเป็นทางการทางโทรทัศน์เป็นครั้งที่ 4 หลังเกิดวิกฤติ covid-19 ในฝรั่งเศส สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
▶️ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (15 มิ.ย.) เป็นต้นไป ทุกพื้นที่ในฝรั่งเศส (ยกเว้น Mayotte และ Guyane) จะเป็นพื้นที่สีเขียว 💚 ซึ่งเป็นผลให้ร้านอาหารและ cafés สามารถเปิดให้บริการได้ทั่วประเทศ
▶️ ฝรั่งเศสจะเปิดพรมแดนภายในอียู ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2563 และจะทยอยเปิดพรมแดนกับประเทศนอกอียูในเดือน ก.ค.2563
▶️ ให้สถานรับเลี้ยงเด็ก รร. ทุกระดับ จนถึง ม.ต้น เปิดทำการ และให้นักเรียนทุกคนไปโรงเรียนในวันที่ 22 มิ.ย. ตามปกติ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ
▶️ ให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นรอบที่สองในวันที่ 28 มิ.ย.2563
▶️ อนุญาตให้มีการเยี่ยมผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชราได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
▶️ อย่างไรก็ตาม การผ่อนปรนมาตรการเหล่านี้มิได้หมายความว่าไวรัส covid-19 ได้หมดสิ้นไปจากฝรั่งเศสแล้ว ดังนั้น จึงยังคงต้องเคารพแนวปฏิบัติทางสาธารณสุขและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด
▶️ ฝรั่งเศสมีชัยชนะในการรับมือกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในครั้งนี้เนื่องมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้ง นรม. รัฐบาล จนท. และประชาชนทุกคน และถือว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ได้เริ่มผ่อนปรนมาตรการ lockdown ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พ.ค. โดยขอให้ประชาชนมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของประเทศที่ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้แม้จะยังมีข้อบกพร่องหลายประการ แต่ก็เป็นสิ่งที่จะต้องเรียนรู้และแก้ไขร่วมกันต่อไป
✳️การดำเนินการในระยะต่อไป✳️
ประเด็นที่ฝรั่งเศสจะให้ความสำคัญในลำดับต้นในช่วงสองปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย ได้แก่ การไม่อยู่ในภาวะพึ่งพา ตปท. (retrouver l'indépendance) เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขและมีคุณภาพ โดยจะต้องดำเนินการดังนี้
1️⃣ สร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรง รักษาสิ่งแวดล้อม ไม่พึ่งพา ตปท. และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (reconstruire une économie forte, écologique, souveraine et solidaire) ซึ่งรัฐบาลได้เริ่มดำเนินการแล้วด้วยมาตรการช่วยเหลือแก่ภาคเอกชนและภาคส่วนต่าง ๆ (อาทิ มาตรการ chômage partiel) รวมเป็นงบประมาณถึง 5 แสนล้านยูโร แต่รัฐบาลจะไม่เพิ่มการเก็บภาษีเพื่อชดเชยงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีมากที่สุดแล้ว
ในการนี้ จะได้สนับสนุนและดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบยั่งยืนเพื่อให้สามารถผลิตได้มากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพา ตปท. และเน้นให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงการปลดพนักงาน การสร้างงานตำแหน่งใหม่โดยการลงทุน และการเป็นอิสระด้านเทคโนโลยี ดิจิตัล อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม (indépendance technologique, numérique, industrielle et agricole) นอกจากนี้ จะต้องเร่งการดำเนินยุทธศาสตร์ทางทะเลของฝรั่งเศส (ฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจทางมหาสมุทรอันดับที่สองของโลก) รวมทั้งจะต้องปกป้องกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม เยาวชน ผู้สูงอายุ และเพิ่มคุณค่าของอาชึพบุคลากรทางการแพทย์
2️⃣ การเป็นอิสระของประเทศจะสามารถเกิดขึ้นได้หากมีความสมานฉันท์ในสังคมเท่านั้น โดยจะต้องเป็นสังคมที่ไม่ตัดสินผู้อื่นด้วยพื้นเพ สีผิวหรือถิ่นที่อยู่ แต่จะต้องเป็นสังคมที่ตัดสินผู้อื่นด้วยคุณค่าของบุคคลนั้นเอง (Société de mérite) และจะต้องไม่ให้กลายเป็นการต่อสู้ของกลุ่มที่ประสงค์ก่อความแตกแยกในประเทศ (séparatistes และ communautaristes) ทั้งนี้ ฝรั่งเศสจะไม่ลืมอดีตของตนโดยการเปลี่ยนชื่อถนน/สถานที่สำคัญ แต่จะให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตใหม่ร่วมกันโดยไม่ลืมอดีต
นอกจากนี้ ยังเห็นว่า จนท. ตร.เป็นผู้รักษาความเรียบร้อยภายในประเทศซึ่งหากไม่มีความเรียบร้อยภายใน ปท. แล้ว ก็จะไม่มีความปลอดภัยและเสรีภาพได้ จึงควรเห็นคุณค่าของอาชีพ ตร.และสนับสนุนการทำงานของ จนท.ด้วยและเห็นว่าควรมีการปรับระบบ (reorganize) การบริหารราชการในฝรั่งเศสใหม่ทั้งหมด โดยประสงค์ให้อำนาจและความรับผิดชอบแก่องค์กรท้องถิ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น 💚