03/06/2022
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ขอเรียนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในออสเตรีย สโลวาเกียและสโลวีเนีย (วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15.00 น.) ดังนี้
🇦🇹*ออสเตรีย* : ผู้ติดเชื้อรวม 4,280,373 คน เพิ่มขึ้น 1,698 คน จากวันอังคารที่ 24 พ.ค. 65 (-33.31%) แบ่งตามรัฐ ดังนี้ กรุงเวียนนา 902,369 คน / รัฐโฟราร์ลแบร์ก 204,615 คน / รัฐทิโรล 388,463 คน / รัฐสติเรีย 547,892 คน / รัฐซาลส์บูร์ก 302,106 คน / รัฐออสเตรียบน 762,500 คน/ รัฐออสเตรียล่าง 797,392 คน/ รัฐคารินเทีย 245,835 คน/ รัฐบูร์เกนลันด์ 129,201 คน / เข้ารับการตรวจ 93,647,406 คน / รักษาหาย 4,181,437 คน / ผู้เสียชีวิต 19,887 คน (เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 11 คน)
มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนฯ ครบโดสแล้ว 5,929,424 คน คิดเป็นผู้ได้รับครบโดสประมาณร้อยละ 66.03 จากประชากรทั้งหมด 8.93 ล้านคน
--
🇸🇰*สโลวาเกีย* : ผู้ติดเชื้อรวม 1,788,865 คน เพิ่มขึ้น 179 คน จากวันอังคารที่ 24 พ.ค. 65 (-8.67%) แบ่งตามพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้ Banská Bystrica region 183,085 คน/ Bratislava region 251,273 คน/ Košice region 235,960 คน/ Nitra region 185,724 คน/ Prešov region 262,755 คน/ Trenčín region 212,585 คน/ Trnava region 203,461 คน/ Žilina region 254,022 คน/ เข้ารับการตรวจ 7,141,380 คน / ผู้เสียชีวิต 20,088 คน (เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5 คน)
มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนฯ ครบโดสแล้ว 2,767,198 คน คิดเป็นผู้ได้รับครบโดสประมาณร้อยละ 50.77 จากประชากรทั้งหมด 5.45 ล้านคน
--
🇸🇮*สโลวีเนีย* : ผู้ติดเชื้อรวม 1,023,588 คน เพิ่มขึ้น 397 คน จากวันอังคารที่ 24 พ.ค. 65 (-32.37%) รับการตรวจทั้งสิ้น 2,663,872 คน / รักษาหาย 1,017,744 คน/ ผู้เสียชีวิต 6,631 คน (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น)
มีผู้เข้ารับการวัคซีนฯ ครบโดสแล้ว 1,221,759 คน คิดเป็นผู้ได้รับครบโดสประมาณร้อยละ 58.74 จากประชากรทั้งหมด 2.08 ล้านคน
--
*ข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้อง*
---
🇦🇹*ออสเตรีย*
---
*1. สถานการณ์การแพร่ระบาด*
(1) ณ วันที่ 25 พ.ค. อัตราการติดเชื้อเพิ่มในห้วง 7 วันต่อประชากร 100,000 คนของออสเตรียอยู่ที่ 205.7:100,000 คน (309.5 ในรอบสัปดาห์ก่อนหน้า) โดยกรุงเวียนนา มีอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูงสุดในประเทศที่ 304.3 ในขณะที่รัฐคารินเทียมีอัตราการติดเชื้อฯ ต่ำสุด ที่ 139.7
(2) รายงานผู้ติดเชื้อฯ ทั่วประเทศในห้วง 24 ชม. ของวันนี้ (25 พ.ค.) อยู่ที่ 1,698 คน (-33.3% จากวันก่อนหน้า) โดยอัตราเฉลี่ยฯ ผู้ติดเชื้อฯ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 2,244 คน/วัน ลดลงจากอัตราเฉลี่ยในรอบการรายงานก่อนหน้า ร้อยละ 39
*2. มาตรการด้านสาธารณสุข*
(1) เมื่อวันที่ 24 พ.ค. รัฐบาลกลางประกาศผ่อนคลายมาตรการด้านสาธารณสุข ยกเลิกมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยแบบ FFP2 ในซูเปอร์มาร์เก็ตและรถสาธารณะ เป็นเวลา 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป (บังคับใช้เบื้องต้น รว. มิ.ย. – ส.ค. 65) เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ยังคงบังคับสวมหน้ากากแบบ FFP2 ในสถานพยาบาล และแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ความเสี่ยงสูง อนึ่ง หลายฝ่ายคาดว่า รัฐบาลจะกลับมาบังคับใช้มาตรการบังคับสวมหน้ากากฯ อีกครั้งตั้งแต่ ต.ค. 65 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว และมีความเสี่ยงเกิดการระบาดระลอกใหม่
ในส่วนของรัฐบาลกรุงเวียนนา ประกาศผ่อนคลายมาตรการด้านสาธารณสุขฯ บางส่วนตามแนวทางรัฐบาลกลาง โดยยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากอนามัยแบบ FFP2 ในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ยังคงบังคับสวมหน้ากากอนามัยแบบ FFP2 ในรถสาธารณะ / ร้านขายยา / สถานพยาบาล ต่อไป
(2) เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นาง Karoline Edtstadler รมต. ประจำสำนักนายกฯ ประกาศเรื่องการงดบังคับใช้กฎหมายบังคับฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง และ นาย Martin Polaschek รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการฯ ยกเลิกมาตรการบังคับตรวจเชื้อฯ แบบ PCR ในสถานศึกษา (ปัจจุบันตรวจ 1 ครั้ง/สัปดาห์) โดยหากพบผู้ติดเชื้อฯ ในชั้นเรียน ให้ตรวจหาเชื้อแบบ Antigen แทน
(3) เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นาง Ursula Wiedermann-Schmidt นักวิทยาศาสตร์ด้านวัคซีนและภูมิคุ้มกันวิทยา กรรมการที่ปรึกษาด้านการฉีดวัคซีนแห่งชาติออสเตรีย ให้ความเห็นแก่สื่อท้องถิ่นว่า คณะกรรมการฯ จะไม่ออกประกาศแนะนำให้ประชาชนทั่วไป (อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป) เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เข็มที่ 4 ยกเว้นกรณีพบเชื้อฯ สายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงสูงและจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเท่านั้น พร้อมย้ำว่า ในชั้นนี้ การฉีดวัคซีนกระตุ้นฯ “เข็มที่ 3” เพียงพอต่อการสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว
อนึ่ง คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ ปัจจุบัน คือ ให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (จากการประเมินของแพทย์) เข้ารับวัคซีนฯ เข็มที่ 4 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยเป็นการฉีดแบบ “off Label” เนื่องจากยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจาก European Medicines Agency (EMA)
--------------------------------------------------------
❤️❤️**สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้พี่น้องชาวไทยในออสเตรีย สโลวาเกียและสโลวีเนีย รักษาสุขภาพ หมั่นล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากปิดปากและจมูก และปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลของประเทศที่ท่านอาศัยนะคะ**❤️❤️