Young Food ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Young Food, มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส. ), Phra Nakhon.

ปิดเวทีลงแล้ว แล้วเราจะพาเรื่องอาหารไปต่ออย่างไร?วันสุดท้ายของเวทีถอดบทเรียน Young Food Lab 2026 เป็นวันที่เรียบง่าย เต็...
15/09/2026

ปิดเวทีลงแล้ว แล้วเราจะพาเรื่องอาหารไปต่ออย่างไร?
วันสุดท้ายของเวทีถอดบทเรียน Young Food Lab 2026
เป็นวันที่เรียบง่าย เต็มไปด้วยการพูดคุยและชวนกันมอง
ย้อนกลับไปว่า ตลอดกระบวนการที่ผ่านมา
เราได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานเรื่องอาหารกันบ้าง
เริ่มต้นวันด้วยการชวนน้อง ๆ
ลองมองเหตุการณ์และประสบการณ์จากการทำงานผ่านกรอบ
สุขภาวะ 4 มิติ กาย จิตใจ ปัญญา และสังคม
แต่ละทีมได้หยิบเรื่องราวที่ตัวเองพบเจอมาแลกเปลี่ยนกันว่า
สิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับสุขภาวะในมิติไหน และเพราะอะไร
จากคำตอบของแต่ละคนทำให้เห็นว่า
เรื่องหนึ่งเรื่องสามารถพาเราไปเห็นความเชื่อมโยงได้หลายด้าน
ทั้งสุขภาพ ความรู้สึก ความรู้ ความสัมพันธ์
และการอยู่ร่วมกันของผู้คน
จากนั้นเราได้ฟังประสบการณ์จาก พี่ฟาง
ตัวแทนเครือข่าย Young Food ชุมชนนาสนาม
อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
ที่มาชวนเล่าประสบการณ์การทำงาน
เรื่องความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่มากกว่า 3 ปี
ตลอดระยะเวลานั้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเด็นที่ทำ
แต่ยังเกิดขึ้นกับ คนทำงาน ชุมชน
และผู้คนที่เข้ามาเชื่อมโยงกันผ่านเรื่องอาหาร
เรื่องเล่าจากพี่ฟางจึงพาน้อง ๆ กลับมามองเห็นอีกครั้งว่า
การขับเคลื่อนประเด็นความมั่นคงทางอาหาร
ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจพื้นที่และความคิดสร้างสรรค์
เพราะอาหารสามารถเชื่อมโยงไปสู่เรื่องสุขภาพ
เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม
และชีวิตของผู้คนได้อีกมากมาย
ช่วงท้ายของเวที น้อง ๆ ยังได้รู้จักกับ “อากาศสะอาดศึกษา”
จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
โครงการเรียนรู้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดผ่าน 7 โมดูล
ตั้งแต่หลักการและเหตุผล กลไกสำคัญ
เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ สิทธิของประชาชน
ไปจนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศ
ก่อนปิดเวทีด้วยการมอบเกียรติบัตรให้กับน้อง ๆ ทั้ง 9 ทีม
ตลอดการเดินทางของ Young Food Lab
แต่ละทีมเริ่มต้นจากพื้นที่และคำถามที่แตกต่างกัน
บางทีมเริ่มจากผักพื้นถิ่น บางทีมเริ่มจากข้าว นม
หรืออาหารในโรงเรียน
เมื่อได้ลงมือค้นหา พูดคุย ทดลอง และสื่อสาร
พวกเขาค่อย ๆ เห็นว่า อาหารมีเรื่องราวของผู้คน
พื้นที่ และอนาคตซ่อนอยู่มากมาย
เวทีถอดบทเรียนจึงเป็นการปิดกระบวนการเรียนรู้
หนึ่งช่วงเวลา พร้อมเปิดคำถามใหม่ให้น้อง ๆ พากลับไปคิดต่อว่า
“จากเรื่องอาหารที่เราเห็นในพื้นที่ของเรา
เราจะพามันไปต่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?”
คำตอบอาจยังไม่เกิดขึ้นในวันนี้
แต่ทั้ง 9 ทีมได้เริ่มต้นแล้ว จากการลงมือทำจริง
เรียนรู้จริง และค้นพบว่าตัวเองสามารถเป็นส่วนหนึ่ง
ของการขับเคลื่อนเรื่องความมั่นคงทางอาหารได้
Young Food Lab 2026 จบเวทีแล้ว
แต่เรื่องราวของอาหารยังเดินทางต่อไปพร้อมกับพวกเขา 🌱

#เวทีถอดบทเรียนYoungFoodLab #สสส #สสย #มอส #นิติมข
#ก่อการดีสวนหลวง #สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร #โรงเรียนบ้านกวดโคกสว่าง #ห่างเมืองคาเฟ่
#คำม่วง #กาฬสินธุ์ #วาริชภูมิ #กุสมาลย์ #สกลนคร #ท่าบ่อ #โพนพิสัย #หนองคาย

เหล่ามาดามเลดี้จริง มาปล่อยของเติมไฟให้เพื่อน ๆ 🔥🫶🏼
13/09/2026

เหล่ามาดามเลดี้จริง มาปล่อยของเติมไฟให้เพื่อน ๆ 🔥🫶🏼

ส่งกำลังให้ ทีมเบบี้มาดาม โชว์ผลงาน ในสิ่งที่เด็กเฝ้าไร่ เซิม ได้อธิบายถิ่นเรามา ณ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ด้วยนะคะ ฝากส่งกำลังใจให้ตัวแม่เหล่านี้ค่ะ

#เบบี้มาดามห่างเมือง #แปลงผักฮักผู้เฒ่า

Young Food Lab 2026เมื่อเด็ก ๆ กลับไปทำความเข้าใจอาหารในพื้นที่ของตัวเองระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 Young Food Lab ...
13/09/2026

Young Food Lab 2026
เมื่อเด็ก ๆ กลับไปทำความเข้าใจอาหารในพื้นที่ของตัวเอง
ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 Young Food Lab
จัดเวทีถอดบทเรียน ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เพื่อให้เยาวชนทั้ง 9 ทีมกลับมาทบทวนการทำงาน
ตั้งแต่หลังเวที Hackathon เมื่อเดือนเมษายน
จนถึงการลงพื้นที่และผลิตผลงานในช่วงที่ผ่านมา
เวทีครั้งนี้เป็นการรวมตัวครั้งสุดท้าย
ของโครงการ “ปฏิบัติการเสริมสร้างบทบาท
คนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนนิเวศสื่อสุขภาวะ
บนฐานความมั่นคงทางอาหาร”
ภายใต้มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
ร่วมกับสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน
โดยมีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เป็นองค์กรร่วมจัดเวทีตั้งแต่ Hackathon
และสนับสนุนพื้นที่สำหรับการถอดบทเรียนครั้งนี้
อาจารย์ออย ดร.กัญญารัตน์ โคตรภูเขียว
จากคณะนิติศาสตร์ กลับมาร่วมเป็น Mentor
พร้อมเติมมุมมองด้านกฎหมาย
ที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและฐานทรัพยากรชุมชน
ขณะที่พี่ฟาง สุจินันท์ ใจแก้ว จากเครือข่าย Young Food เขมราฐ
พี่อ๊อฟ กฤษฎิ์ บุญสาร จากเพจลาวเด้อ
และพี่นาย นราธิป ใจเด็จ จากมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
ร่วมสะท้อนบทเรียนจากมุมของการทำงานกับพื้นที่
คนรุ่นใหม่ และการสื่อสารประเด็นทางสังคม
สิ่งที่ถูกนำกลับมาทบทวนจึงมีทั้งผลงานที่เกิดขึ้น
ปัญหาที่พบระหว่างทาง วิธีแก้ปัญหาของแต่ละทีม
และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเด็ก ๆ และพื้นที่
เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวทำให้เด็กเห็นระบบอาหารกว้างขึ้น
ทั้ง 9 ทีมเลือกประเด็นที่อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง
ที่คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ มี 4 ทีมทำงานกับผักอีลอก
เขื่อนลำปาวและวิถีของผู้คน นาข้าวและพันธุ์ข้าว
และการเกษตรผสมผสานในรั้วบ้าน
หนองคายมี 3 ทีมที่ทำงานกับอาหารในโรงเรียน
ผักพื้นบ้าน และตลาด ผ่าน “กินพวนเด้ Kinpuan Day”
แปลงผักฮักผู้เฒ่า และการสำรวจ
“ป่น9ตลาด” ในตลาดต่าง ๆ
ส่วน 2 ทีมจากวาริชภูมิ และกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร
ทำงานกับกับฟาร์มโคนมควบคู่กับสวนหวาย
และกลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ข้าวท้องถิ่นหอมดอกฮัง

ประเด็นเหล่านี้ดูเป็นเรื่องเฉพาะพื้นที่
แต่การลงมือทำ ทำให้เด็ก ๆ ต้องมอง
องค์ประกอบที่อยู่รอบเรื่องนั้นมากขึ้น
เมื่อศึกษาผักอีลอก จึงต้องรู้จักคนที่เก็บและนำไปใช้
เมื่อศึกษาข้าว ต้องเข้าใจทั้งพันธุ์
เมล็ด ดิน น้ำ และวิธีการผลิต
เมื่อศึกษาป่น ต้องตามไปดูวัตถุดิบและตลาด
เมื่อศึกษากิจกรรมอาหารในโรงเรียน
ต้องทำความเข้าใจทั้งเด็ก ครู ผู้ปกครอง และชุมชน
การทำงานจึงทำให้คำว่า “ความมั่นคงทางอาหาร”
มีรายละเอียดจากสถานการณ์จริงมากขึ้น
การลงพื้นที่ทำให้หลายทีมเปลี่ยนโจทย์ของตัวเอง
หนึ่งในบทเรียนที่เห็นชัดจาก Timeline ของทั้ง 9 ทีม
คือโจทย์หลังลงพื้นที่ไม่เหมือนกับโจทย์ในวันเริ่มต้นเสมอไป
ทีมสภาเด็กและเยาวชนที่ทำงานกับข้าวหอมดอกฮัง
เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ทีมเริ่มจากความตั้งใจที่
จะจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องความมั่นคงทางอาหาร
ก่อนจะพบกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูข้าวพันธุ์พื้นเมืองหอมดอกฮังในจังหวัดสกลนคร
เมื่อได้เข้าไปเรียนรู้กับกลุ่ม ทีมจึงเปลี่ยนวิธีทำงาน
มาให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อมูล
และสื่อสารเรื่องราวของคนที่กำลังทำงานด้านพันธุ์ข้าวอยู่แล้ว
การเปลี่ยนโจทย์ลักษณะนี้เกิดขึ้นจากข้อมูล
และประสบการณ์ในพื้นที่ ไม่ได้เกิดจากการปรับแผนบนกระดาษ
หลายทีมต้องกลับไปหาข้อมูลเพิ่ม
พูดคุยกับคนในพื้นที่ หรือปรับรูปแบบการทำงาน
หลังจากพบข้อจำกัดจริง กระบวนการนี้ทำให้เด็ก ๆ
ได้ฝึกตัดสินใจจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
อาหารทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรกับผู้คน
บทเรียนจากคำม่วงทำให้เห็นความสัมพันธ์นี้ค่อนข้างชัด
อีลอกเชื่อมโยงกับพืชอาหารพื้นถิ่นและความรู้ของคนในชุมชน
เขื่อนลำปาวเชื่อมโยงกับแหล่งน้ำ อาชีพ และการใช้ทรัพยากรของผู้คน
ข้าวเชื่อมโยงกับพันธุ์พืช ดิน น้ำ และกระบวนการผลิต
เกษตรผสมผสานเชื่อมโยงการจัดการพื้นที่
กับการมีอาหารไว้บริโภคในครัวเรือน
เมื่อเด็ก ๆ ศึกษาประเด็นเหล่านี้ พวกเขาจึงเห็นว่า
ทรัพยากรหนึ่งอย่างไม่สามารถแยก
ออกจากคนที่ใช้และดูแลทรัพยากรนั้นได้
บทเรียนจากสกลนครให้ภาพในอีกด้านหนึ่ง
กลุ่มหอมดอกฮังมีการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวท้องถิ่น
มากกว่า 300 สายพันธุ์ และใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่
ในการเลือกพันธุ์ข้าวให้เหมาะกับแปลงนา
สิ่งที่เด็ก ๆ ได้เห็นคือ การรักษาความหลากหลาย
ของพันธุ์ข้าวต้องมีทั้งเมล็ดพันธุ์ คนที่มีความรู้
และระบบการผลิตที่ยังทำให้พันธุ์เหล่านั้นสามารถอยู่ต่อได้
การทำงานกับอาหารสร้างพื้นที่ระหว่างคนต่างวัย
บทเรียนจากหนองคายแสดงให้เห็นประเด็นนี้อย่างชัดเจน
ทีมแปลงผักฮักผู้เฒ่าเริ่มจากความต้องการรวบรวมข้อมูลผักพื้นบ้าน
แต่การทำงานพาไปสู่การสร้างพื้นที่ให้เด็กและผู้สูงวัยได้พบกัน
ผู้สูงวัยมีความรู้เกี่ยวกับชนิดของผัก วิธีปลูก วิธีเก็บ
และการนำไปประกอบอาหาร
ส่วนเด็ก ๆ มีบทบาทในการสอบถาม
สำรวจ และบันทึกข้อมูล
ข้อมูลที่เกิดขึ้นจึงมาพร้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างคนสองวัย
กรณีของ “กินพวนเด้ Kinpuan Day”
ก็เกิดการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคนในพื้นที่
เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมอาหาร
และวัฒนธรรมของชุมชนไทพวน
ประสบการณ์ทั้งสองทีมทำให้เห็นว่า
การทำงานเรื่องอาหารสามารถสร้างพื้นที่
สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์
ระหว่างคนที่มีบทบาทต่างกันในชุมชน
เด็ก ๆ เริ่มทำหน้าที่รวบรวมและจัดระบบความรู้ของพื้นที่
อีกข้อค้นพบหนึ่งคือ หลายทีมเริ่มเปลี่ยนบทบาท
จากผู้เรียนมาเป็นผู้รวบรวมข้อมูล
ทีมป่น 9 ตลาดลงพื้นที่สำรวจเมนูป่นและวัตถุดิบจากตลาดหลายแห่ง
แล้วนำข้อมูลมาเรียบเรียงให้เห็นความหลากหลาย
ของอาหารชนิดนี้และความสัมพันธ์กับวัตถุดิบในพื้นที่
ทีมแปลงผักฮักผู้เฒ่าต้องเก็บข้อมูลผักพื้นบ้านและความรู้จากผู้สูงวัย
ทีมข้าวหอมดอกฮังเข้าไปเรียนรู้เรื่องพันธุ์ข้าวและระบบการผลิต
ส่วนทีมคำม่วงก็ใช้การลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูล
เกี่ยวกับพืช อาหาร การเกษตร และวิถีชีวิต
การทำงานลักษณะนี้มีความสำคัญ
เพราะความรู้จำนวนหนึ่งอยู่กับคนในพื้นที่
และไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นระบบ เด็ก ๆ จึงเข้ามามีบทบาท
ในการค้นหา บันทึก และจัดรูปแบบความรู้
ให้สามารถนำไปสื่อสารต่อได้
ปัญหาจากการทำงานจริงกลายเป็นทักษะของคนทำงาน
Timeline ที่แต่ละทีมจัดทำในเวทีถอดบทเรียน
ช่วยให้เห็นพัฒนาการอีกด้านหนึ่ง
เด็ก ๆ ต้องรับมือกับปัญหาการประสานงาน
การเก็บข้อมูล การทำกิจกรรม และการสื่อสาร
บางครั้งสิ่งที่วางแผนไว้ไม่สามารถทำได้ตามเดิม
จึงต้องปรับวิธีทำงาน
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เด็ก ๆ เรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่น
การแบ่งหน้าที่ การจัดการเวลา การตรวจสอบข้อมูล
และการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด
ทักษะเหล่านี้เกิดขึ้นจากการทำงานจริง
และมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของงานที่แต่ละทีมผลิตออกมา
การสื่อสารทำให้ข้อมูลจากพื้นที่เดินทางต่อ
งานของทั้ง 9 ทีมยังมีส่วนที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ผ่านภาพถ่าย บทความ และวิดีโอ
เนื้อหาเหล่านี้ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลของพื้นที่
และนำเสนอประเด็นให้คนที่ไม่ได้ลงพื้นที่สามารถเข้าถึงได้
การผลิตสื่อยังทำให้เด็ก ๆ ต้องตัดสินใจว่า ประเด็นใดสำคัญ
ใครควรได้รับการนำเสนอ และควรใช้วิธีเล่าแบบใดให้ผู้รับสารเข้าใจ
ตัวอย่างจากแต่ละทีมมีรูปแบบแตกต่างกัน
ตั้งแต่การนำเสนออาหารและวัฒนธรรมไทพวน
การเล่าเรื่องผักพื้นบ้าน การสำรวจตลาดและเมนูป่น
ไปจนถึงการนำเสนอเรื่องพันธุ์ข้าว ระบบเกษตร และทรัพยากรในพื้นที่
กระบวนการนี้ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทั้งการทำงานภาคสนาม
และการแปลงข้อมูลให้กลายเป็นเนื้อหาที่สื่อสารกับคนกลุ่มอื่น
Mentor มองเห็นศักยภาพที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
การสะท้อนจาก Mentor ทั้ง 4 คน
ช่วยให้เด็ก ๆ เห็นงานของตัวเองจากมุมอื่น
อาจารย์ออยช่วยเชื่อมประเด็นที่เด็ก ๆ
ทำกับกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และการจัดการทรัพยากรชุมชน
พี่ฟางนำประสบการณ์การทำงานกับเครือข่าย
และพื้นที่มาเชื่อมกับบทเรียนของน้อง ๆ
พี่อ๊อฟมองผลงานผ่านมิติการสื่อสาร
และการทำงานสื่อเพื่อประเด็นสังคม
พี่นายช่วยสะท้อนเรื่องการทำงานของคนรุ่นใหม่
และความเป็นไปได้ในการต่อยอดงานกับชุมชน
เสียงสะท้อนจาก Mentor ทำให้เห็นว่า ผลงานของหลายทีม
มีประเด็นที่สามารถพัฒนาต่อได้ ทั้งเรื่องข้อมูล
การสื่อสาร การทำงานกับคนในพื้นที่
และการเชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคมอื่น ๆ
หลายประเด็นที่เด็ก ๆ พบระหว่างทาง
จึงมีคุณค่ามากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในช่วง Hackathon
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กและพื้นที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
เมื่อสรุปบทเรียนของทั้ง 9 ทีม สิ่งที่เห็นได้ชัด
คือการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นสองด้านพร้อมกัน
เด็ก ๆ มีความเข้าใจพื้นที่มากขึ้น
รู้จักตั้งคำถาม เก็บข้อมูล ทำงานกับผู้คน
และสื่อสารประเด็นที่ตัวเองค้นพบ
ขณะเดียวกัน พื้นที่ก็มีข้อมูลและเรื่องราว
ที่ถูกนำมาบันทึกเพิ่มขึ้น มีการเชื่อมโยงระหว่างคนต่างวัย
โรงเรียนกับชุมชน หรือเด็กกับกลุ่มคนที่ทำงานเรื่องอาหารอยู่เดิม
ผลลัพธ์จึงเกิดจากความสัมพันธ์
ระหว่างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กกับบริบทของพื้นที่
จากเวที Hackathon สู่คำถามที่แต่ละทีมต้องนำกลับไปคิดต่อ
Young Food Lab 2026 เริ่มจากการให้คนรุ่นใหม่
เลือกประเด็นที่สนใจและพัฒนาแนวทางการทำงาน
จากนั้นแต่ละทีมกลับไปทำงานกับพื้นที่ของตัวเอง
เมื่อกลับมาถอดบทเรียน พวกเขาพบว่าหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากวันที่เริ่มต้น
บางทีมรู้จักทรัพยากรในพื้นที่มากขึ้น บางทีมรู้จักผู้คนมากขึ้น
บางทีมพบว่าคำถามเดิมต้องปรับใหม่
และบางทีมเห็นแนวทางในการทำงานต่อจากสิ่งที่ค้นพบ
บทเรียนของทั้ง 9 ทีมจึงสะท้อนกระบวนการเรียนรู้
ที่เกิดจากการลงมือทำจริง ตั้งแต่การตั้งคำถาม
การค้นหาข้อมูล การทำงานกับผู้คน การแก้ปัญหา
การผลิตสื่อ ไปจนถึงการกลับมาวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น
โครงการสิ้นสุดลงที่เวทีถอดบทเรียน
แต่ข้อมูลที่เด็ก ๆ รวบรวม ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น
และประเด็นที่พวกเขาค้นพบ
ยังสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ในพื้นที่ของแต่ละทีม
สิ่งสำคัญจากการทำงานครั้งนี้
คือ เด็ก ๆ ได้มีประสบการณ์ในการมองพื้นที่ของตัวเอง
อย่างเป็นระบบมากขึ้น และมีเครื่องมือสำหรับกลับไปตั้งคำถาม
กับอาหาร ทรัพยากร ผู้คน และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัวต่อไป

#เวทีถอดบทเรียนYoungFoodLab #สสส #สสย #มอส #นิติมข
#ก่อการดีสวนหลวง #สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร #โรงเรียนบ้านกวดโคกสว่าง #ห่างเมืองคาเฟ่
#คำม่วง #กาฬสินธุ์ #วาริชภูมิ #กุสมาลย์ #สกลนคร #ท่าบ่อ #โพนพิสัย #หนองคาย

"ปลาหมอคางดำ" ที่เขื่อนลำปาวปลายเดือนสิงหาคม ชาวประมงบ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พบปลาต้องสงสัยคล้าย "...
09/09/2026

"ปลาหมอคางดำ" ที่เขื่อนลำปาว
ปลายเดือนสิงหาคม ชาวประมงบ้านนาอวน
ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พบปลาต้องสงสัย
คล้าย "ปลาหมอคางดำ" ที่ตอนบนของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว
กรมประมงลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และล่าสุด
ได้รับการยืนยันแล้วว่า ปลาที่พบคือปลาหมอคางดำจริง
ปลาต่างถิ่นตัวร้ายที่เคยระบาดหนัก
ในหลายจังหวัดภาคกลางและภาคใต้
ได้เดินทางมาถึงแหล่งน้ำสำคัญของอีสานแล้ว
หลายคนชอบพูดติดตลกว่า
"คนไทยคือศัตรูตามธรรมชาติของเอเลี่ยนสปีชีส์"
อะไรมาก็จะกลายเป็นอาหารไปซะหมด
ไม่ว่าจะเป็นหอยเชอรี่ ปลาซัคเกอร์
ตั๊กแตนปาทังก้า หรือกุ้งเครย์ฟิช
ปลาหมอคางดำคงไม่พ้นกลายเป็น ป่น ปลาส้ม ปลาร้า
แต่คราวนี้มุกนั้นอาจจะไม่ตลกอีกต่อไปเมื่อเรารับมือไม่ไหว
ปลาหมอคางดำที่เคยระบาดในคลอง บ่อ
หรือแหล่งน้ำขนาดเล็ก ยังพอมีคนลงจับ ลงกินได้ทัน
แต่ปัญหาของปลาชนิดนี้คือมันปรับตัวและขยายพันธุ์ได้เก่งเกินไป
ยิ่งอยู่ในแหล่งน้ำขนาดใหญ่อย่างเขื่อนลำปาว
ที่กว้างจนมองไม่เห็นฝั่ง ลึกจนไม่รู้ว่าอะไรซ่อนอยู่ตรงไหน
ก็ยิ่งมีทั้งพื้นที่และเวลามากพอให้มันขยายจำนวนได้แบบที่คนตามไม่ทัน
จะจับปลาให้ทันในบ่อเล็ก ๆ คือเรื่องหนึ่ง
แต่จะไล่ให้ทันความเร็วในการขยายพันธุ์ของปลาชนิดนี้
ในอ่างเก็บน้ำที่กว้างพอให้คน 9 อำเภอได้ใช้ประโยชน์
คือคนละเรื่องเลย นี่คือความน่ากลัวที่แท้จริงของครั้งนี้
ต่อให้อยากช่วยกันกิน ก็อาจกินไม่ทันและมองไม่เห็นมันด้วยซ้ำ
เขื่อนลำปาวไม่ได้มีแค่น้ำ แต่มีปลานิล ปลาตะเพียน ปลาสร้อย และกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจและทรัพยากรสำคัญของชุมชนที่อยู่รอบเขื่อน
ปลาหมอคางดำกินอาหารได้หลากหลายและขยายพันธุ์เร็วผิดปกติ
จุดเด่นที่ทำให้มันอันตรายคือความสามารถแย่งทั้งอาหาร
และพื้นที่จากสัตว์น้ำดั้งเดิม ในแหล่งน้ำปิดขนาดใหญ่แบบเขื่อน
มันมีทั้งเวลาและพื้นที่มากพอที่จะตั้งหลักและขยายจำนวนแบบเงียบ ๆ
โดยไม่มีใครรู้ตัว
จังหวัดกาฬสินธุ์จับสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
เฉลี่ยกว่า 7 ล้านกิโลกรัม/ปี (ปี 2560–2567)
นั่นคือรายได้ของชาวประมง อาชีพของครอบครัวที่เลี้ยงกุ้ง
และอาหารบนโต๊ะของคนในชุมชน
คำถามที่หลายคนยังสงสัยคือปลาชนิดนี้มาถึงตอนบนของเขื่อนได้อย่างไร เดินทางมาเอง หรือถูกนำเข้ามา? การหาต้นทางจะเป็นกุญแจสำคัญ
ในการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำที่แหล่งน้ำอื่น
และในเมื่อยืนยันแล้วว่าเจอจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตอบให้ได้ว่า
จะสำรวจขอบเขตการแพร่กระจายในพื้นที่กว้างขนาดนี้อย่างไร
จะสกัดไม่ให้ลามไปทั่วเขื่อนได้อย่างไร
และจะเยียวยาชาวประมง ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร
ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา
เพราะปัญหาไม่ใช่แค่ "มีปลาต่างถิ่นเข้ามา"
แต่คือปลาต่างถิ่นที่ปรับตัวและขยายพันธุ์เก่งเกินไป
กำลังอยู่ในผืนน้ำกว้างใหญ่ที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
มุกตลกที่ว่าคนไทยเก่งเรื่องกำจัดเอเลี่ยนสปีชีส์ด้วยการกิน
อาจต้องเปลี่ยนเป็นคำถามจริงจังว่า
ถ้าความเร็วในการขยายพันธุ์ คือความยากของปัญหานี้
ที่ดันเกิดขึ้นในแหล่งน้ำขนาดใหญ่อย่างเขื่อนลำปาว
ซึ่งถือว่าเกินกว่าฝีมือมนุษย์จะไล่จับได้ทัน เราจะรับมืออย่างไร ?
และคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ เรากำลังประเมินความเร็ว
ของปัญหาสิ่งแวดล้อมกันต่ำเกินไปหรือเปล่า

#ปลาหมอคางดำบุกอีสาน #ปลาหมอคางดำบุกเขื่อนลำปาว #เขื่อนลำปาว
#อุดรธานี #กาฬสินธุ์ #ความมั่นคงทางอาหาร #สสส #สสย #มอส #อาสาคืนถิ่น #ํYoungFood

28/08/2026

"กินพวนเด้ Kin puan Day" เริ่มจากโจทย์เล็ก ๆ แค่ "เอาผักคนละอย่างมาร่วมงาน" กลายเป็นวันที่ทั้งโรงเรียนมาเป็นเจ้าของร่วมกัน
น้อง ๆ ได้ลงมือทำจริง ตั้งแต่ทำซุปไก่ไทพวน ตำแจ่วข่าแห้ง ไปจนถึงการค้นพบว่าเมนูประจำถิ่นมีอะไร และสำคัญอย่างไร🌱
ไม่ใช่แค่เรียนทำอาหาร แต่คือการฝึกที่จะกล้าลงมือ กล้าคิด เป็นการเติบโตที่มองเห็นได้จริง ๆ 💛
#สสส #สสย #มอส #อาสาคืนถิ่น #กินพวนเด้ #ยามโมง #โรงเรียนบ้านกวดโคกสว่าง #นาข่า #ท่าบ่อ #หนองคาย #ความมั่นคงทางอาหาร

เฮ็ดในสิ่งที่แซ่บ 🩷ทริปอาหาร วัฒนธรรม และปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ที่จะชวนไป ทำอาหาร ชิมอาหาร ลงชุมชน และสัมผัสวิถีคนลุ...
27/08/2026

เฮ็ดในสิ่งที่แซ่บ 🩷
ทริปอาหาร วัฒนธรรม และปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ที่จะชวนไป ทำอาหาร ชิมอาหาร ลงชุมชน และสัมผัสวิถีคนลุ่มน้ำโขง แบบใกล้ชิด ใน 2 วัน 1 คืน

สายกิน สายเที่ยวชุมชน สายสังคมวิทยา หรือสายเที่ยวอันซีน — ทริปนี้ห้ามพลาด! 📥 สนใจสมัคร Inbox ได้เลย

#ห่างเมือง #เฮ็ดในสิ่งที่แซ่บ

ทริป.. “เอ็ดในสิ่งที่แซ่บ” ทริป อาหาร วัฒนธรรม ปรากฏการณ์
(Gastronomy Tourism) สนใจสมัครได้ในinbox

ทริปนี้จะพาเดินทาง “ทำอาหาร” “ชิมอาหาร” จากแม่บ้าน หรือ เมียคนหาปลาโขง อาหารเป็นประเภทปลา และ function ของวัตถุที่เกี่ยวกับอาหารอีสานเหนือ แบบ ”โขงโพนพิสัย“🩷 ในช่วงปรากฏการณ์ - บั้งไฟพญานาค - แน่นอนว่าคุณจะได้ชม และ ได้ลงชุมชนจริง ที่มีความสัมพันธ์ต่อ ปรากฏการณ์นี้

-ทำอาหาร -ทานอาหาร -ชมบั้งไฟ -ลงชุมชน ใน 2วัน 1คืน
ราคานี้ รวมที่พักแล้ว 1 คืน พร้อมอาหาร.

สายทำอาหาร สายเที่ยวชุมชน สายสังคมวิทยา สายเที่ยวอันซีน
อย่าพลาด.

Trip... ”Ed in the Delicious “ - A Food, Culture, and Gastronomy Tourism Trip (ภาษาไทย ใน comment )
สนใจ inbox 📥 ได้เลย Interested applicants please send a message.

This trip will take you on a culinary journey to ”cook“ and ”taste“ food prepared by housewives or wives of Mekong fishermen. The dishes will focus on fish and the functions of ingredients related to Northeastern Thai cuisine, specifically the ”Khong Phon Phisai“ style 🩷 during the Naga Fireball phenomenon. Of course, you’ll get to see and experience real communities connected to this phenomenon.

- Cooking - Eating - Watching the Naga Fireballs - Community Visit - 2 Days 1 Night
Price includes 1 night accommodation and meals.

For foodies, community travelers, sociology enthusiasts, and those who love off-the-beaten-path travel,
Don‘t miss out!

#ห่างเมือง #เฮ็ดในสิ่งที่แซ่บ

อาหารหนึ่งจานอาจบอกเรื่องราวของชุมชนได้มากกว่าที่คิด ที่ปากบางยังมีเด็ก ๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนประเด็นความมั่นคงทางอาหารกับ ...
22/08/2026

อาหารหนึ่งจานอาจบอกเรื่องราว
ของชุมชนได้มากกว่าที่คิด
ที่ปากบางยังมีเด็ก ๆ ที่ร่วมขับเคลื่อน
ประเด็นความมั่นคงทางอาหารกับ Young Food
ได้ชวนพวกเรากลับไปทำความรู้จักอาหาร
วัตถุดิบ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่
จนได้เห็นว่าอาหารไม่ได้แยกขาดจากทะเล
ผืนดิน อาชีพ และวัฒนธรรมของชุมชนเลย
การเรียนรู้เรื่องอาหารเลยไม่ใช่แค่ “กินอะไร”
แต่คือการทำความเข้าใจว่า
“อาหารเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
และเราจะช่วยให้มันอยู่ต่อไปได้อย่างไร”
เพราะการรักษาอาหารท้องถิ่น
อาจหมายถึงการรักษาทั้งความทรงจำ
วิถีชีวิต และอนาคตของบ้านพวกเขาไปพร้อม ๆ กัน

#ปากบาง #จะนะ #อาหารท้องถิ่น

ทุกพื้นที่ ทุกท้องถิ่น มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัว ที่ อ.จะนะ-เทพา จ.สงขลา ก็เช่นเดียวกัน พวกเขามีเมนูอาหารที่ไม่สามารหาได้ที่ไหนได้อีกแล้ว แต่อาหารสุดแสนอร่อยและมีเอกลักษณ์เหล่านี้เกือบถูกพรากไปด้วยโครงการรัฐขนาดใหญ่
วันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมากรีนพีซประเทศไทย ได้ชวน NetZeroCarbon ไปกินข้าวเย็นพร้อมงานเสวนาขนาดย่อมในชื่อ ‘กินข้าวราไหม มื้อนี้มีเรื่องเล’ ที่ขนอาหารสุดแปลกตาชวนชาวกรุงมาให้ได้ลิ้มลอง
‘ข้าวดอกราย’ ข้าวยำที่ทำจากพริกสด มะขามเปียก กะปิ หอมแดง ตะไคร้ และปลาย่าง วัตถุดิบหลากหลายพวกนี้เกิดมาจากวัฒนธรรมของชาวสะกอม จ.สงขลา ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง ดั้งเดิมแล้วเกิดจากการนำวัตถุดิบที่แต่ละครัวเรือนหาได้มาทำข้าวดอกรายและกินด้วยกัน จึงมีอีกชื่อว่า ‘ข้าวราไหม’ ที่แปลว่า ‘กินด้วยกัน’ รสชาติของมันหอมเอกลักษณ์และรสจัดจ้านเป็นที่สุด
ไม่เพียงของคาวเท่านั้น ของหวานก็มีเรื่องราวระหว่างคำเหมือนกัน
‘ขนมคนที’ ของหวานท้องถิ่นของสงขลา ที่ทำจากใบคนทีสอทะเลผสมแป้งและน้ำตาล นึ่งให้สุกตัดเป็นชิ้น คล้ายขนมเปียกปูน แล้วคลุกกับมะพร้าว ราดด้วยน้ำตาลโตนดเคี่ยว รสชาติของมันแตกต่างจากขนมทุกชนิดบนโลกที่เราเคยสัมผัส มันซาบซ่าและหอมหวาน เป็นรสชาติที่ต้องลองเองถึงจะเข้าใจ
แต่เมนูที่เรายกให้เป็นความแปลกตาและใจอันดับหนึ่งเลยคือ ‘ตูปะซูตง’ ของหวานชื่อไม่คุ้นหูและรูปร่างไม่คุ้นตา เพราะทำจากปลาหมึกกล้วยยัดไส้ข้าวเหนียว ราดด้วยน้ำกะทิเคี่ยวหวานหอม แม้รูปร่างจะเป็นปลาหมึก แต่รสแรกลิ้นสัมผัสคือความหอมหวานเด้งนุ่มที่ลากยาวจนหมดคำ ไร้ซึ่งรสทะเลโดยสิ้นเชิง
น่าแปลกที่อาหารสุดแสนจะเป็นเอกลักษณ์ของจะนะ-เทพา เคยเกือบสูญสิ้นไปเมื่อครั้งจะมีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะในปี พ.ศ. 2562 แต่ด้วยการต่อสู้ของชาวบ้านในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมจึงได้กลายเป็นเพียงโครงการในหน้ากระดาษ แต่ล่าสุดรัฐบาลกลับมีการพิจารณาพลิกฟื้นโครงการท่าเรือน้ำลึกที่จะนะ จนเกิดการประท้วงทวงคืนอีกครั้ง
“ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก เราต้องไปทำงานต่างจังหวัดจริง ๆ เหรอ ถ้าเราไม่ได้ทำประมง ครอบครัวไม่ได้ทำประมง แล้วเราไม่ได้กินอาหารทะเล ในทะเลลงไปไม่มีอะไรเลย ต้องมาปรับกันใหม่ว่าทำยังไง ชาวประมงพื้นบ้านจริง ๆ เป็นแบบอนุรักษ์ เขาไม่จับตัวเล็ก ไม่จับแม่พันธุ์ แต่มันจะมีกลุ่มคนที่หวังผลประโยชน์จับไปทุกอย่าง ทำให้ปลาขยายพันธุ์ไม่ทัน” สนธยา เจะหนิ ก๊ะผู้ปรุงอาหารเลอรส จากกลุ่มนักรบผ้าถุง กล่าวกับเรา
อาหารเป็นสิ่งที่แสดงออกทางวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตได้ที่สุด ทว่าพื้นที่ท้องถิ่นยังมีอีกหลายอย่างที่เกินความรู้และความเข้าใจของคนนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เราควรรักษามันไว้ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าตามลมปาก เพราะโลกของเราไม่ได้มีเพียงเม็ดเงินอย่างเดียวเท่านั้นที่มีค่า

#จะนะ #นักรบผ้าถุง

เพียงแค่ 1 ปี เด็ก ๆ สามารถเติบโตไปไกลแค่ไหน?ชวนเพื่อน ๆ ตามไปมุงด้วยกันที่ ธรรมมือสตูดิโอ ✍️🌱 #ธรรมมือสตูดิโอ  #ชุมชนห้...
17/08/2026

เพียงแค่ 1 ปี เด็ก ๆ สามารถเติบโตไปไกลแค่ไหน?
ชวนเพื่อน ๆ ตามไปมุงด้วยกันที่ ธรรมมือสตูดิโอ ✍️🌱

#ธรรมมือสตูดิโอ #ชุมชนห้วยหูด #น้ำปาด #อุดตรดิตถ์ #สสส #สสย #มอส #อาสาคืนถิ่น

11/08/2026

เมื่อพูดถึงความมั่นคงทางอาหาร
เราอาจนึกถึงการปลูกผัก เลี้ยงปลา หรือการมีอาหารเพียงพอ

แต่ Young Food Lab จากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร 2
กำลังชวนตั้งคำถามใหม่ว่า…

“ฟาร์มโคนม” จะเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางอาหารของชุมชนได้อย่างไร?

ที่อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร
มี “นมวาริช” นมโคแท้ 100% ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI
เบื้องหลังนมหนึ่งกล่อง คือเกษตรกรกว่า 86 ครัวเรือน
ผลผลิตกว่า 16 ล้านกล่องต่อปี
และมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 134 ล้านบาท

สำหรับเด็ก ๆ นี่เลยไม่ใช่โจทย์แค่การเรียนรู้เรื่อง “นม”
แต่คือการค้นหาวิธีเล่าให้คนเห็นว่า
อาหารหนึ่งอย่าง เชื่อมโยงผู้คน ทรัพยากร เศรษฐกิจ และชุมชนได้อย่างไร

#สสส #สสย #มอส #อาสาคืนถิ่น #ฟาร์มโคนม #นมวาริช #สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ #วาริชภูมิ #สกลนคร #ความมั่นคงทางอาหาร

24/07/2026

จากความตั้งใจแรกที่อยากจัดอบรมเรื่อง “ความมั่นคงทางอาหาร” ให้กับคนในชุมชน สู่การค้นพบว่า เรื่องอาหารนั้นกว้างและซับซ้อนกว่าที่คิด

Young Food Lab ทีมสภาเด็กและเยาวชน 1 จึงลองหันกลับมามองสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และได้พบกับ “ข้าวหอมดอกฮัง” กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูข้าวพันธุ์พื้นเมืองในอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร

ที่นี่มีการอนุรักษ์ข้าวพื้นเมืองกว่า 300 สายพันธุ์ ผ่านภูมิปัญญาการทำนาแบบ “นาป่าล้อม” ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ พร้อมผสานองค์ความรู้ของคนรุ่นใหม่ เพื่อเก็บรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของข้าวให้เดินหน้าต่อไป

การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ว่า “ความมั่นคงทางอาหาร” อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการบอกหรืออบรมใคร แต่เริ่มจากการกลับมามองเห็นคุณค่าของอาหาร ผู้คน ทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนของเรา

เพราะบางครั้ง การรักษาความมั่นคงทางอาหาร อาจเริ่มต้นง่าย ๆ จากการเรียนรู้และช่วยกันเล่าเรื่องราวดี ๆ ที่มีอยู่รอบตัวให้คนอื่นได้มองเห็น 🌾

#สสส #สสย #มอส #อาสาคืนถิ่น #ข้าวหอมดอกฮัง #นาป่าล้อม #นาเปียกสลับแห้ง #กุสุมาลย์ #สกลนคร #ความมั่นคงทางอาหาร

ที่อยู่

มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส. )
Phra Nakhon
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Young Foodผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Young Food:

ทางลัด

แชร์