06/09/2026
เพื่่อนรัก🍺
เพื่อนรักเพื่อนแค้น ‘อาร์เตต้า-อลอนโซ่’ กับเส้นทางคู่ขนานในโลกฟุตบอล
คืนวันอาทิตย์นี้ เวลา 22.30 น. มิเกล อาร์เตต้า จะนำ อาร์เซน่อล เปิด เอมิเรตส์ สเตเดียม รับมือ เชลซี ของ ชาบี อลอนโซ่ ในศึก ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ ที่มีสามคะแนนสำคัญเป็นเดิมพัน แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนทั้งคู่จะกลายเป็นกุนซือของสองทีมคู่ปรับแห่งกรุงลอนดอน
เรื่องราวของพวกเขาเริ่มขึ้นตั้งแต่วัยเด็กในซาน เซบาสเตียน ทั้งในฐานะเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมทีม และคู่แข่งที่ถูกฟุตบอลจับให้เดินบนเส้นทางคู่ขนานกันมาตลอดชีวิต บางครั้งอยู่ข้างกัน แต่หลายครั้งก็ต้องยืนอยู่คนละฝั่ง
🏖️ จากเด็กบ้านห่างกัน 3 นาที สู่ “คู่ปรับ” บนชายหาดลา คอนชา
ก่อนจะมี เอมิเรตส์ สเตเดียม หรือค่ำคืนแชมเปี้ยนส์ ลีก สนามฟุตบอลของ อาร์เตต้า กับ อลอนโซ่ คือ ชายหาดลา คอนชา ในซาน เซบาสเตียน บ้านของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงประมาณ 3 นาที แม้เรียนกันคนละโรงเรียน แต่ทุกสุดสัปดาห์จะกลับมาเจอกันในทีมเยาวชน อันติกูโอโก และเล่นฟุตบอลร่วมกันยาวนานหลายปี
เวลาพวกเด็ก ๆ ย่าน Calle Matia จะรวมตัวลงไปเตะบอลบนชายหาด ชื่อของ มิเกล กับ ชาบี มักถูกเลือกก่อนใคร และหลายครั้งต้องถูกจับแยกให้อยู่คนละทีม เพราะต่างฝ่ายต่างเก่งจนเกมอาจไม่สมดุลถ้าอยู่ทีมเดียวกัน
อลอนโซ่เคยเล่าว่า ชีวิตวัยเด็กของพวกเขามีทั้งสเกตบอร์ด เทนนิส เซิร์ฟ และฟุตบอล แต่สิ่งหนึ่งที่เขาจำเกี่ยวกับเพื่อนชื่อ มิเกล ได้ดีที่สุดคือ เด็กคนนี้อยากชนะทุกอย่าง ถึงขั้นเรียก อาร์เตต้า ว่าเป็น “competitive monster” หรือสัตว์ประหลาดแห่งการแข่งขัน เพราะต่อให้เป็นเพียงเกมเตะเล่นบนชายหาด เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ง่าย ๆ นิสัยแบบนั้นติดตัว อาร์เตต้า มาจนถึงวันที่กลายเป็นโค้ชเต็มตัว
🌱 โตมาด้วยกันใน “อะคาเดมีลานคอนกรีต” แห่งอันติกูโอโก
อันติกูโอโก ไม่ใช่อะคาเดมีหรูหราแบบที่สโมสรพรีเมียร์ลีกมีในปัจจุบัน แต่เป็นสโมสรระดับชุมชนที่เด็ก ๆ ต้องฝึกกันบน ลานคอนกรีตแคบ ๆ บริเวณเซมินารี และลงแข่งขันบนสนามกรวดที่ Berio อดีตเพื่อนร่วมทีมเคยเล่าว่า ลูกฟุตบอล Mikasa รุ่นเก่าที่ใช้กัน หากโดนอัดใส่ตัวแรง ๆ รอยสามเหลี่ยมจากลูกบอลสามารถติดอยู่บนขาเป็นสัปดาห์
ส่วนการล้มลงบนสนามกรวดผิดจังหวะก็พร้อมลอกผิวหนังออกไปได้เลย ดังนั้นการได้เล่นบนสนามหญ้าจริง ๆ จึงถูกมองเป็น “รางวัล”
แต่สถานที่เรียบง่ายแห่งนี้กลับปลูกฝังสิ่งสำคัญให้เด็กทุกคน นั่นคือ ลูกบอล เทคนิค และความเข้าใจเกม อลอนโซ่เคยอธิบายว่า อันติกูโอโก ไม่ได้สอนให้คิดถึงชื่อเสียงหรือเงิน แต่สอนให้รักฟุตบอลและเข้าใจมันจากพื้นฐาน
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ติดตัวพวกเขาไปตลอดอาชีพ และเจเนอเรชันนั้นไม่ได้มีแค่ อาร์เตต้า กับ อลอนโซ่ ยังมีทั้ง อันโดนี่ อิราโอล่า, อาริตซ์ อาดูริซ และ มิเกล อลอนโซ่ รวมอยู่ด้วย จนสโมสรเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตคนฟุตบอลที่น่าทึ่งที่สุดของแคว้นบาสก์
วันนี้ทั้งคู่คุมทีมที่มีสนามซ้อมมูลค่าหลายสิบล้านยูโร แต่ใครจะเชื่อว่าพวกเขาจะเติบโตมาจากรากเหง้าฟุตบอลที่เริ่มจาก ลานคอนกรีต สนามกรวด และลูกบอลที่เตะโดนทีหนึ่งทิ้งรอยไว้เป็นอาทิตย์
💔 สัญญาที่พังทลาย กลายเป็นเส้นขนาน
ตอนเด็กทั้งคู่มีความฝันร่วมกันว่า วันหนึ่งจะขึ้นไปเล่นด้วยกันให้ เรอัล โซเซียดาด สโมสรบ้านเกิด แต่เมื่อเข้าสู่วัยประมาณ 15 ปี เส้นทางเริ่มแยกจากกัน อาร์เตต้า ย้ายไป บาร์เซโลน่า และเข้าอะคาเดมี ลา มาเซีย ส่วน อลอนโซ่ อยู่กับ เรอัล โซเซียดาด ฟุตบอลจึงพาทั้งคู่ไปคนละทางอยู่หลายปี
จนปี 2004 ความฝันในวัยเด็กเกือบกลายเป็นจริง เมื่อ เรอัล โซเซียดาด ดึง อาร์เตต้า กลับมาจาก เรนเจอร์ส และเจ้าตัวเคยเล่าว่า ทั้งเขาและประธานสโมสรมีภาพเดียวกันว่า วันหนึ่งเขาจะได้ยืนแดนกลางร่วมกับเพื่อนเก่าอย่าง อลอนโซ่ แต่แทบจะพร้อมกันนั้น ลิเวอร์พูล กลับเดินเข้ามาคว้าตัว อลอนโซ่ ไปอังกฤษ ดีลถูกประกาศวันที่ 20 สิงหาคม 2004
กลายเป็นว่า คนหนึ่งกลับบ้าน ในวันที่อีกคนออกจากบ้าน เพื่อนสองคนที่เล่นฟุตบอลด้วยกันมาตั้งแต่เด็กและเคยฝันว่าจะยืนในเสื้อ เรอัล โซเซียดาด ชุดเดียวกัน จึงไม่เคยได้เล่นฟุตบอลสโมสรชุดใหญ่ร่วมกันเลย ความฝันของพวกเขาไม่ได้พังเพราะใครล้มเหลว แต่พังเพราะทั้งสองคนประสบความสำเร็จมากพอ จนฟุตบอลพาไปคนละเส้นทาง
🔴🔵 คู่ปรับแห่งศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้
แล้วฟุตบอลก็เล่นตลกอีกครั้ง อลอนโซ่ ไป ลิเวอร์พูล ก่อนที่ไม่กี่เดือนต่อมา อาร์เตต้า จะย้ายมา เอฟเวอร์ตัน จากเด็กสองคนที่บ้านอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นาทีในซาน เซบาสเตียน พอโตขึ้นกลับมาอาศัยอยู่ใกล้กันอีกครั้งบริเวณ Albert Dock เพียงแต่คราวนี้ คนหนึ่งใส่เสื้อสีแดง อีกคนใส่เสื้อสีน้ำเงิน
อาร์เตต้าเคยเล่าว่า ตอนย้ายมา เอฟเวอร์ตัน ใหม่ ๆ เขาพยายามไม่สุงสิงกับ อลอนโซ่ มากเกินไป เพราะต้องการเคารพความเป็นอริระหว่างสองสโมสร ถึงขั้นพูดติดตลกว่า พยายามอยู่ “ฝั่งถนนของตัวเอง” แต่ความเป็นเพื่อนไม่เคยหายไป หลังดาร์บี้เดือนธันวาคมนัดหนึ่งที่ เอฟเวอร์ตัน แพ้ ลิเวอร์พูล และ อาร์เตต้า ถูกไล่ออก คนที่มาเคาะประตูถามว่า “ทำไมดูเศร้าขนาดนั้น?” ก็คือ อลอนโซ่
คำตอบของ อาร์เตต้า เรียบง่ายมาก เขา เกลียดการแพ้ โดยเฉพาะการแพ้ให้กับเพื่อนคนนี้
มันแทบเหมือนย้อนกลับไปยังชายหาดลา คอนชา ตอนเด็กพวกเขาถูกจับแยกคนละฝั่งเพื่อให้เกมสูสี พอโตขึ้นหลายปี ฟุตบอลก็ยังจับทั้งคู่แยกให้อยู่คนละฝั่งเหมือนเดิม
เวลาผ่านไปเกือบสามทศวรรษ ความสัมพันธ์ก็ยังไม่เปลี่ยน ปี 2024 อลอนโซ่เล่าว่า ทั้งคู่ยังโทรคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลฟุตบอลกันอยู่ ช่วงหนึ่ง อาร์เตต้า กำลังเตรียม อาร์เซน่อล พบ บาเยิร์น มิวนิค ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ อลอนโซ่ กำลังพา เลเวอร์คูเซ่น เตรียมเจอ เวสต์แฮม พวกเขาจึงแบ่งปันข้อมูลคู่แข่งให้กันเหมือนเพื่อนฟุตบอลทั่วไป
จากเด็กสองคนที่เคยเถียงกันว่าใครจะชนะเกมบนชายหาด สามสิบปีต่อมา พวกเขายังคุยเรื่องเดิม นั่นคือ ฟุตบอล
แต่คืนวันอาทิตย์นี้ เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้นที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม การเป็นเพื่อนคงต้องถูกพักเอาไว้ชั่วคราว แม้ก่อนหน้านี้จะเคยช่วยเหลือ ปรึกษา และแลกเปลี่ยนความรู้กันมากเพียงใด แต่ใน ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ ครั้งนี้ ทั้ง อาร์เตต้า และ อลอนโซ่ ต่างคงหวังเป็นฝ่ายชนะบนเส้นทางฟุตบอลที่วิ่งคู่ขนานกันมาอีกครั้ง
เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา…พวกเขาอาจเป็นเพื่อนรัก แต่ทุกครั้งที่ฟุตบอลจับให้ยืนคนละฝั่ง ทั้งคู่ก็พร้อมเป็นเพื่อนแค้นเสมอ
เขียนโดย ลุงนัท ✍️
#ขอบสนามสตอรี #ลอนดอนดาร์บี้ #อาร์เซนอล #เชลซี