24/03/2020
สรุปข้อมูล ข้อเท็จจริงจากท่าน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 23 มีค 2563
#อ่านเถอะแล้วจะรู้ว่าทำไมเราถึงประกาศปิดเมืองLockDown
✅โลกแบ่งกลุ่มประเทศติด COVID เป็นสองกลุ่มคือ #กลุ่มที่คุมอยู่ คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และ #กลุ่มที่คุมไม่อยู่ เช่น อิตาลี เยอรมนี และประเทศในแถบยุโรป
✅เรากำลังอยู่ในช่วง GOLDEN PERIOD คือจุดพลิกผันว่าเราจะไปเป็นแบบประเทศกลุ่มไหน คุมได้ หรือ คุมไม่ได้
✅กลุ่มประเทศที่คุมไม่อยู่ตัวเลขจะพุ่งจาก 100 เป็น 200-300 ใช้เวลา #สามวัน ซึ่ง..ของเราตอนนี้ #เป็นแบบนั้น
✅ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยอีกหนึ่งเดือนนับจาก 15 มีค (วันที่เคสเกินร้อย) เคสจะเยอะขึ้น 33% คิดเป็น 351,948 ราย !!!
✅แต่ถ้าเราคุมได้จะเพิ่มประมาณ 20% คิดเป็น 24,000 ราย ซึ่งเราหวังให้เป็นอย่างนั้น ใน 15 เมย เคสต้องไม่เกิน 24,000 !!
✅ถ้าเราคุมด้วยการ ทุกคนอยู่บ้าน จากยอดติดเชื้อ 350,000 จะเหลือ 24,000 จากเคสนอนรพ. 53,000 จะเหลือ 3,600 รายจากที่ต้องนอนไอซียู 18,000ราย จะเหลือแค่ 1,200 ราย และยอดผู้เสียชีวิตจาก 7,000 กว่า จะเหลือไม่ถึง 500 #ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือในการอยู่บ้าน
✅ไวรัสเข้าไป ถ้าภูมิเราคุมไม่อยู่ มันจะพุ่งตัวไปที่ปอด คนจะไม่รู้ตัว อาการปกติ แต่มันจะทำลายเนื้อปอด จนเริ่มมีอาการ ไข้ ยิ่งถ้ามีเหนื่อยหอบอาจจะแสดงว่า ปอดไปแล้ว ถ้าคนไข้แบบนี้เยอะขึ้น เราจะต้องทำแบบอิตาลี คือ #ต้องเลือกว่าจะรักษาใคร
✅จากตัวเลขคาดการณ์ผู้ติดเชื้อกรณี worst case 350,000 นั้น จำนวนหมอที่เรามีตอนนี้มีแค่ 37,160 คน และเตียงทั้งหมดทั่วประเทศรวมทุกวอร์ดที่เรามีคือ 7,063 เตียง 😭 ( #เห็นความบรรลัยรึยังครับ)
✅และเคสไอซียู นอนทีหนึ่งเป็นสองสามสัปดาห์ การหมุนเวียนเตียงจะไม่พอเพียงแน่นอน
✅ในอิตาลีคนที่ตาย 8% เป็นบุคลากรทางการแพทย์ #เพราะอุปกรณ์ป้องกันไม่พอ ซึ่งสต๊อคของเราตอนนี้ก็...ไม่พอ
✅คาดการณ์ของสมาคมอุรเวชช์ วันที่ 30 มีคนี้จะมีคนติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 2,500 ราย และในปลายวีคแรกของเมยจะเพิ่มเป็น 7,500ราย
✅ธรรมชาติของโรคระบาดและมาตรการที่ควรใช้
- ระยะที่หนึ่ง : มีคนติดเชื้อเข้ามา เราต้องปิดกั้นการเดินทาง แต่ตอนนั้นเราไม่ได้ทำ ตอนนี้ทำแล้ว ...เพิ่งทำ ด้วยการทำให้ขั้นตอนมันยุ่งยากขึ้น และปิดด่านชายแดนประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ
- ระยะที่สอง : คนติดเชื้อแพร่ให้คนของเรา ต้องเอาคนติดเชื้อไปแยก( ) ส่วนคนของเราที่สัมผัสเอาไปกักกัน( ) และเราคัดกรองแค่วัดไข้ เลยมีเล็ดลอด ที่ต้องทำอีกอย่างคือ ปิดพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด รร ผับ บาร์ สนามกีฬา...ตอนนี้ทำแล้ว...เพิ่งทำ รวมถึงคนของเราที่มีไปสัมผัสกลุ่มเสี่ยงเวลาไปหาหมอต้องบอกหมอด้วย
- ระยะที่สาม : คนของเราแพร่ให้คนของเรา มาตรการที่ต้องทำคือ #ปิดประเทศ ปิดเมือง และไม่ให้คนในเมืองเดินทางพร่ำเพรื่อ ต้องเก็บตัว ( in PLACE)หรือ โดยมีระยะเวลาตัดวงจรระบาดอยู่ที่ 2 วีคตามระยะฟักตัว แต่ตามปฏิบัติคือ 3 วีคเพราะต้องเผื่อการกระจายออกไปอีก
✅ #อย่าใช้หน้ากากที่ไม่จำเป็นในคนที่ไม่จำเป็นเพราะคนที่จำเป็นจะไม่มีพอใช้
✅ISOLATION คือการแยกคนติดเชื้อจากสังคมให้เข้ามาแอดมิทรพ. ตอนนี้เรายังพอไหว แต่อนาคตเคสอาการไม่หนักจะไม่ได้แอดมิทแล้วเพราะที่ไม่เพียงพอ
✅Shelter in place ยังให้ออกจากบ้านได้ แต่ไปแค่ซื้ออาหารใกล้ๆ อยู่นอกบ้านให้น้อยที่สุดแล้วกลับเข้ามา และทำ social distancing เสมอ #การอยู่บ้านคือการช่วยชาติ
✅ คือ
- #โรคติดต่อจะไม่ติดต่อถ้าเราไม่ติดต่อกัน ไม่รวมกลุ่ม ไม่กินข้าวนอกบ้าน ไม่ไปสถานบันเทิง
- เวลาคุยกันปกติจะมีละอองน้ำลายออกมาจากปากประมาณ 3000 ละอองในระยะ 1 เมตร นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมCDC ถึงแนะนำให้ยืนห่างๆกัน 2 เมตรขึ้นไป
- ยกเลิกกิจกรรมต่างๆที่คนหมู่มากจะมาอยู่ร่วมกัน บางประเทศปิดขนส่งสาธารณะเลยจ้า
✅จีนปิดประเทศปลายมค.ลดการออกนอกประเทศของเคส COVIDได้ 70.5% สกัดคนที่คิดว่าจะมีเชื้อออกนอกประเทศได้ถึง 779 คน!!!! หลังปิดไปสามวีคกว่าๆ สกัดคนมีเชื้อออกไปได้ 81.3%!
✅นั่นคือความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ที่จีนมี และก็หวังว่าทุกประเทศทั่วโลกจะช่วยกันตรงนี้ด้วย
✅หลักการ Work at Home
- วัดที่ผลงาน ไม่ต้องดูชั่วโมงการทำงาน
- แบ่งทีมเป็นสองทีมทำงาน ถ้าทีมใดมีเคสติดเชื้อ อีกทีมจะได้ทำงานได้ (ในกรณีที่ต้องทำงานสาธารณะ)
✅ถ้าเราช่วยกัน บ้านเราจะดีขึ้นภายในอีก 9 เดือน และภายใน 1 เดือนนี้เราจะเริ่มคุมได้
*อนุญาตให้แชร์ไม่อนุญาตให้ก๊อปข้อความครับ
*ก้อปส่งไลน์ให้เพื่อนก็ได้ แต่ใส่เครดิตให้หน่อยนะครับ
หมอเอิร์ท
ลิงค์ทวิตเตอร์
https://twitter.com/doctor_earth/status/1242103203212058626?s=21
https://twitter.com/doctor_earth/status/1242103316953227266?s=21
“ตอนที่ 1 ”