MTCH CONTEMPORARY MATCHA BAR
SPECIALTY MATCHA SERVICE

เรากลับมาที่สวนชา Okunoyama บริเวณเนินเขาทางใต้ ไม่ไกลจากตัวเมืองอุจิ มีสิ่งใหม่ ๆ ที่เราได้เรียนรู้จากการเดินชมสวนชาเก่...
23/05/2026

เรากลับมาที่สวนชา Okunoyama บริเวณเนินเขาทางใต้ ไม่ไกลจากตัวเมืองอุจิ มีสิ่งใหม่ ๆ ที่เราได้เรียนรู้จากการเดินชมสวนชาเก่าแก่แห่งนี้เสมอครับ
ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสายพันธุ์ชาที่มีชื่อเสียงหลายสายพันธุ์ของญี่ปุ่น (1.) ที่นี่มีชาที่ถูกอนุรักษ์ไว้ยาวนานกว่าร้อยปี (2.) มีชาที่กำลังจะเป็นต้นพันธุ์ส่งต่อไปยังอนาคต และ (3.) มีผู้ที่กำลังจะต้องจากไป
____________________
(1.)
เล่าย้อนไปก่อนว่า สายพันธุ์ชาญี่ปุ่นต่าง ๆ ที่เราได้รู้จักกันนั้น เกิดจากการคัดเลือกและสังเกตต้นชาบางต้นที่มีลักษณะโดดเด่นกว่าต้นอื่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอม ความแข็งแรง รูปทรงของใบ ความทนทานต่อโรค หรือแม้แต่ลักษณะรสชาติ ก่อนจะคัดเลือกและนำไปขยายพันธุ์ต่อ จนกลายเป็นระบบสายพันธุ์ที่สำคัญในเวลาต่อมา พันธุ์ชาที่เราภูมิใจที่ได้นำมาใช้งานในร้านของเราอย่าง Narino หรือ Okunoyama เอง ก็มีจุดเริ่มต้นในลักษณะนี้เช่นกันครับ
ด้วยเหตุนี้ ต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ดั้งเดิมเหล่านี้จึงยังคงได้รับการดูแลรักษาไว้มาเป็นเวลาหลายร้อยปี ยาวนานข้ามรุ่นผู้ปลูกไปหลายยุค ราวกับเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเลยทีเดียว
____________________
(2.)
วันที่ไปดูงาน ไร่ชาแห่งนี้ถูกดำเนินการเก็บใบชาจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ผมสังเกตว่ามีแปลงชาสายพันธุ์ Narino อยู่ 1 แปลงที่ถูกปล่อยไว้จนใบใหญ่ และไม่ถูกแตะต้องเลย
ถามมา จึงได้ความว่า ไม่ใช่ต้นชาที่แข็งแรงทุกต้นจะถูกเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปผลิตชาเสมอไป บางต้นกลับถูกปล่อยไว้โดยตั้งใจ เพื่อใช้เป็นต้นพันธุ์สำหรับการขยายแปลงปลูกในอนาคต
การขยายพันธุ์ชาญี่ปุ่นในปัจจุบัน เกือบทั้งหมดมักใช้วิธีปักชำมากกว่าการเพาะเมล็ด เพราะช่วยรักษาลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์เอาไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ ต้นชาที่สมบูรณ์แข็งแรง มีระยะเวลาการเติบโตที่คาดหวังผลได้ ความทนทานต่อสภาพอากาศ การตอบสนองต่อการพรางแสงได้ดี รวมถึงมีเสถียรภาพของผลผลิต ต้นชาที่มีคุณสมบัติเหล่านี้จะถูกนำไปเป็นต้นพันธุ์ในการเพาะปลูกชาแปลงใหม่ครับ ซึ่งเป็นการวางรากฐานของไร่ชาสำหรับอีกหลายสิบปีข้างหน้า
ต้นชาใหม่อาจใช้เวลา 3–5 ปี กว่าจะสามารถให้คุณภาพที่ดี โดยระหว่างนั้นก็จะถูกตัดแต่งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมทิศทางการเติบโตและกระจายพลังงานของพืชให้สมดุลขึ้น กิ่งเก่าบางส่วนอาจถูกตัดทิ้งโดยตั้งใจ เพราะเชื่อว่ากิ่งอ่อนสามารถให้ใบชาที่มีคุณภาพดีกว่าในระยะยาวครับ
____________________
(3.)
ผู้ผลิตยังเล่าให้ฟังว่า พวกเขากำลังวางแผนตัดต้นไม้ต้นใหญ่บริเวณด้านหลังของสวนชาออก แม้ว่าต้นไม้นั้นจะอยู่คู่พื้นที่แห่งนี้มานานหลายปีแล้วก็ตาม แต่เมื่อมันเติบโตมากเกินไป ก็เริ่มส่งผลต่อแปลงชาโดยรอบ ทั้งการแย่งสารอาหารในดิน การทับถมของใบไม้ รวมถึงความเสียหายต่อวัสดุบังแดดที่ติดตั้งไว้เหนือแปลงชา
นอกจากนี้ ต้นไม้ขนาดใหญ่ยังอาจเพิ่มความชื้นและลดการไหลเวียนของอากาศ ซึ่งกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับเชื้อรา ตะไคร่น้ำ หรือศัตรูพืชบางชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูชื้นของญี่ปุ่น ผู้ปลูกจึงให้ความสำคัญกับการจัดการแสงและอากาศ ไม่ต่างจากเรื่องของปุ๋ยหรือผลผลิตเลยครับ
การดูแลไร่ชานั้นอาจไม่ใช่ความพยายามควบคุมธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นการเรียนรู้เรื่องการปรับสมดุลของสภาพแวดล้อม เพื่อรักษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับต้นชาในระยะยาวครับ
____________________
ดีใจทุกครั้งที่ได้กลับมาครับ มีอะไรให้ได้เรียนรู้และทบทวนเสมอ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับผม

ทดลองชิมชาที่ถูกนำไปอบเพิ่มเพื่อให้มีกลิ่นคั่ว เทียบกันครับ(บทความนี้ยาวหน่อยนะครับ พยายามเก็บรายละเอียดและอ้างอิงให้ได้...
18/05/2026

ทดลองชิมชาที่ถูกนำไปอบเพิ่มเพื่อให้มีกลิ่นคั่ว เทียบกันครับ
(บทความนี้ยาวหน่อยนะครับ พยายามเก็บรายละเอียดและอ้างอิงให้ได้ครบครับ)

ก่อนอื่นต้องขอเล่าถึง 2 กระบวนการในการทำชาคือ โดยแรก เราจะเริ่มพูดถึง เครื่องอบชาขนาดเล็ก (焙煎機) ที่ใช้สำหรับปรับระดับความชื้นของใบเทนฉะ (Tencha) ก่อนนำไปบดเป็นมัทฉะ (Matcha) ตัวเครื่องจะมีดรัมหมุนใบชาไปพร้อมกับให้ความร้อนทางอ้อม (In-direct radiation) ที่ค่อนข้างสูง ประมาณ 200–230°C ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาที ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความชื้นของใบชาแล้ว ก็ยังปรับเปลี่ยนสภาพของเคมีในใบชาและทำให้เกิดกลิ่นคั่ว hi-ire (火入れ) ที่ชัดขึ้นมาด้วย (เครื่องนี้สามารถใช้ชาแบบอื่น ๆ ได้ด้วยนะเช่น Bancha หรือใช้ทำ Hojicha ก็ได้ครับ)

และขอย้อนหลักการไปไกลกว่านี้ก่อนครับว่า โดยปกติแล้วใบ Tencha หลังการอบไอน้ำจะเข้าสู่กระบวนการอบแห้งที่เรียกว่า “Tencha-ro” กระบวนการนี้เป็นการลดความชื้นของใบชาเก็บเกี่ยวใหม่ที่ผ่านการอบไอน้ำมาแล้ว เพื่อให้สามารถนำไปคัดแยก จัดเก็บ และบดเป็นผงได้ในภายหลัง โดยรายละเอียดของกระบวนการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละโรงงานตามสภาพของใบชา โดยทั่วไป tencha-ro จะใช้ความร้อนแบบ radiant heat หลายช่วงอุณหภูมิ ประมาณ 80–180°C ใช้เวลาราว 30–60 นาที เพื่อค่อย ๆ ลดความชื้นโดยยังรักษารสชาติของชาไว้ ในขณะเดียวกันขั้นตอนนี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่น hi-ka หรือกลิ่นไฟอ่อน ๆ หรือที่เราคุ้นหูกันว่า “กลิ่นคั่ว” ที่พบได้ในมัทฉะหลายตัว

ส่วนเครื่องขนาดเล็กที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ จะทำหน้าที่ต่างออกไปเล็กน้อย มักถูกใช้เป็น Finishing Dry เพื่อปรับระดับความชื้นเพิ่มเติม หรือในบางครั้ง ก็ถูกใช้รีเฟรชใบเทนฉะที่ถูกเก็บไว้นานก่อนนำไปบด โดยจะใช้ความร้อนที่สูงกว่า แต่ใช้เวลาเพียงสั้น ๆ

บทความนี้จึงเป็นการแสดงข้อสังเกตว่า การนำชาไปอบเพิ่มเติมจะเปลี่ยนลักษณะของทั้ง Tencha และ Matcha ไปอย่างไร

ขอบคุณทาง Baisa Nakamura และคุณกัน Teaism อีกครั้งนึงครับ
___________

เริ่มจากการชิม Tencha โดยชาที่ใช้วันนี้ เราจะนำ Asatsuyu (2025) จาก Kirishima, Kagoshima มาชิมโดยผ่านกระบวนการต่างกัน

Sample 1 คือ Tencha แบบปกติ พร้อมบดใช้งาน
ใบชายังคงมีสีเขียวสด ชงออกมาให้รสค่อนข้างสดชื่น มีทั้งความหวาน อูมามิ กลิ่นดอกไม้ และความเขียวแบบผักลวกเล็กน้อย น้ำชาที่ได้มีสีเขียวใส

Sample 2 คือ Tencha ที่ผ่านการอบเพิ่มเติม
ใบชายังคงเขียวอยู่ แต่เริ่มมีลักษณะอมเหลืองเล็กน้อย น้ำชามีบอดี้หนาขึ้น กลิ่นคั่วชัดขึ้น ความหวานรู้สึกเด่นขึ้นในช่วงแรก แต่จบสั้นลงเล็กน้อย สีน้ำชาเริ่มเปลี่ยนเป็นเขียวอมเหลืองใส

Sample 3 เป็นใบชาที่อบออกมามากเกินไป และมีบางส่วนใหม่ (เป็น sample ที่ต้องใส่เข้าไปในระหว่างการวอร์มเครื่องอบ)
สีของใบเทนฉะเริ่มเหลืองและน้ำตาล กลิ่นคั่วชัดมาก และน้ำชาชงออกมามีสีแบบ Amber ออกไปทางคล้าย Hojicha แบบใบ
___________

หลังจากนั้นจึงนำใบเทนฉะไปบดเป็นมัทฉะ และชิมในรูปแบบ Usucha

Sample 1:
ผงมัทฉะมีสีเขียวสด ชงออกมาค่อนข้าง รสแน่น มีทั้งรสอูมามิ รสหวาน และรสขมที่ค่อนข้างสมดุลดี กลิ่นหอมดอกไม้โดดเด่น มีกลิ่นถั่วเขียวต้ม กลิ่นหญ้าตัดใหม่ ทิ้งรสในปากค่อนข้างยาว และยิ่งเมื่ออุณหภูมิลดลงใกล้อุณหภูมิห้อง ก็สัมผัสถึงรสอูมามิชัดยิ่งขึ้น

Sample 2: (Matcha ที่บดจาก Tencha ที่ผ่านการอบเพิ่มเติม)
สีของผงยังค่อนข้างสด แต่เริ่มมีสีอมเหลืองบ้างเล็กน้อย กลิ่นคั่วเด่นขึ้นมาก จิบแรกให้ความหวานนำมากกว่า Sample 1 แต่สัมผัสเบาลง และจบสั้นลง และเมื่ออุณหภูมิลดลงก็ทิ้งความซับซ้อนไว้น้อยกว่าตัวอย่างแรกพอสมควร
___________

เกิดอะไรขึ้นระหว่างตัวอย่างเหล่านี้?

หากอธิบายแบบคร่าว ๆ ในเชิงเคมี สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะความร้อนค่อย ๆ เปลี่ยนสาร Aromatic Compounds และ Flavor Compounds ที่อยู่ในใบชาเดิม

กลิ่นเขียวสด กลิ่นดอกไม้ หรือกลิ่นเขียวแบบผักสด ในใบเทนฉะ ส่วนหนึ่งมาจาก Volatile Aromatic compounds และ Amino acids ที่ให้ทั้งความหวานและอูมามิ รวมถึง คลอโรฟิลด์ที่ช่วยรักษาสีเขียวสดของชาไว้

เมื่อมีการอบด้วยความร้อนเพิ่มเติม สารประกอบบางส่วนจะเริ่มระเหยหรือสลายตัว ขณะเดียวกันความร้อนก็เริ่มกระตุ้น Maillard reaction (และอาจมี Caramelization บ้างบางส่วน) ระหว่างกรดอะมิโนและน้ำตาลให้แตกตัวทำให้เกิดกลิ่นคั่วและความหวานในลักษณะที่ต่างออกไป

แต่เมื่อรับความร้อนมากเกินไป คลอโรฟิลด์จะเริ่มสลายตัวจนเกิดสีเหลืองน้ำตาล ขณะที่ สารระเหยกลิ่นและสารประกอบรสบางส่วนก็จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การออกรสของชาสั้นลง และมีความซับซ้อนน้อยลง และในขฯะเดียวกันกลิ่นคั่วก็จะเริ่มกลายเป็นกลิ่นเด่นหลักมากขึ้น ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมชาตัวที่ถูกอบจนเกือบไหม้จากช่วงทดลองเครื่องนั้นเริ่มให้ ลักษณะใกล้เคียงกับ Hojicha

ส่วนตัวผม ถ้าถามผม ผมก็ชอบทั้งสองแบบ อร่อยหมด สนุกทั้งคู่ครับ
___________

นอกจากความต่างในเชิงเทคนิคแล้ว ผมคิดว่ารสนิยมและการจัดการต่อชานั้นค่อนข้างเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยคล้ายกับ เวลาเราพูดถึงงชาจาหแต่ละภูมิภาคอย่าง Uji หรือ Yame ที่ต่างมีสไตล์ของตัวเอง ถ้าถามเรา ในมุมของผู้บริโภคชาวไทย ก็บอกได้ว่าไม่มีแบบไหนที่ดีกว่าอีกแบบเสมอไป อยู่ที่เราชอบอะไร

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผมในกิจกรรมนี้ คือการได้เห็นว่ากระบวนของชานั้นมีความเป็นไปได้ค่อนข้างกว้าง แม้แต่การปรับขั้นตอนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนลักษณะของชาได้อย่างชัดเจน และเมื่อตลาดของมัทฉะกำลังขยายขึ้น ความรู้และวิธีการใหม่ ๆ ก็น่าจะขยายตามไปด้วยเช่นกันครับ

สุดท้ายแล้ว ผมคิดว่าการเริ่มเข้าใจว่าเราชอบอะไร หรืออย่างน้อยเริ่มแยกความต่าง หรืออธิบายหลักการบางอย่างได้ ก็ทำให้การดื่มชาสนุกขึ้นมากจริง ๆ ครับ

ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามมาถึงจุดนี้ครับ

เราเรียนรู้อะไรจาก Raw Material ของ Matchaที่ Uji เราได้มีโอกาสทบทวนการชิมชาจากจักรวาลชาเขียวทั้ง Sencha, Kabusecha, Ten...
18/05/2026

เราเรียนรู้อะไรจาก Raw Material ของ Matcha

ที่ Uji เราได้มีโอกาสทบทวนการชิมชาจากจักรวาลชาเขียวทั้ง Sencha, Kabusecha, Tencha, Matcha ไปจนถึง Green Tea Powder หรือ Moga ที่เป็นผงชาเขียวจากวัตถุดิบที่คุณภาพต่ำกว่ามัทฉะใน session เดียวกัน

เราได้ยินมาเสมอว่าไม่ว่าชาประเภทใด ก็เริ่มต้นจากต้นชาแบบเดียวกัน แต่วิธีการ และรายละเอียดของวัตถุดิบ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้รสชาติและประสบการณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ทั้งสายพันธุ์ชา วิธีปลูก วิธีและระยะเวลาการพรางแสง ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว ไปจนถึงกระบวนการหลังการเก็บใบชา ล้วนส่งผลต่อลักษณะของชาในแต่ละแบบ

แน่นอนว่าชาที่ผ่านการพรางแสงมา หลายตัวให้ความรู้สึกหวาน อูมามิ และมีมิติและช่วงการออกรสที่ยาวกว่า ในขณะที่ชาที่ไม่ได้พรางแสง อาจให้ความสดชื่น กลิ่นฟุ้ง และความใสที่ต่างออกไป

การได้ชิม Tencha ก่อนถูกนำไปบดเป็น Matcha นั้นเป็นเรื่องที่ควรถูกยกขึ้นมาให้ความสำคัญ เพราะคุณภาพของ Matcha นั้นเริ่มต้นตั้งแต่วัตถุดิบก่อนการบด ถ้า Tencha มีคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว เมื่อถูกบดออกมาเป็นผงมัทฉะ คุณภาพเหล่านั้นจะคงความหวาน ความอูมามิ และถูกชงออกมาเป็นชาที่ให้ความเพลิดเพลินได้

ในทางกลับกัน ผงชาที่ถูกบดมาจากวัตถุดิบที่คุณภาพต่ำกว่า มีส่วนผสมของใบที่แก่เกินไป หรือมีตำหนิมาก หรือมีส่วนผสมของก้าน แม้บดออกมาแล้วจะให้รูปลักษณ์ที่ต่างกันจนแทบจะแยกไม่ออก แต่ก็เผยความแตกต่างเมื่อได้ชิม ทั้งรส, กลิ่น และ สัมผัส บางตัวให้ความรู้สึกแห้งติดลิ้น กลิ่นสั้น หรือไม่มีมิติของรสที่มากนัก ซึ่งนี้อาจทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมมัทฉะที่พบเห็นได้อย่างแพร่หลายในตลาดยุคนี้จึงให้ประสบการณ์ที่ต่างกัน

การได้ชิมชาที่ผ่านการพรางแสงมา (Kabusecha, Tencha - Matcha หรือ Gyokuro) ไปพร้อม ๆ กับ Sencha นั้นก็เป็นการให้มุมมองที่ดี ซึ่งอาจไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนทำชา แต่สำคัญกับทั้งผู้ดื่มและคนทำธุรกิจเกี่ยวกับชาด้วย ในเรื่องของความเข้าใจในภาพรวม

สำหรับผู้บริโภค การเข้าใจความต่างของวัตถุดิบ อาจช่วยให้เลือกชาได้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองชอบมากขึ้น บางคนอาจชอบกลิ่น ชอบความสดชื่นของ Sencha หรือบางคนอาจชอบความหวาน อูมามิของชาที่ผ่านการพรางแสงมาในแบบต่าง ๆ หรือชอบในรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของมัทฉะ และอาจไม่มีแบบไหนที่ดีกว่าอีกแบบเสมอไป

ส่วนในมุมของคนทำร้าน หรือทำธุรกิจชา การเข้าใจวัตุดิบ อาจช่วยให้เรามองชาได้ลึกกว่าแค่สี กลิ่น และรส แต่เริ่มเข้าใจว่าชาแต่ละตัวมีลักษณะแบบใด เหมาะกับการเสิร์ฟอย่างไร และควรสื่อสารกับลูกค้าแบบไหนเพื่อให้เห็นคุณค่าของชาตัวนั้นมากขึ้น

สุดท้ายแล้ว การเริ่มต้นกับชาด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ของวัตถุดิบจะทำให้การอยู่ร่วมกับชามีความหมายมากขึ้นครับ

ขอบคุณร้าน Baisa Nakamura, คุณ Eichi Nakamura และคุณกัน จาก Teaism สำหรับกิจกรรมที่ให้ความรู้และประโยชน์มาก ๆ ครับ

From Uji with love 🌱🤍MTCH™ Team tea picking in actionวันนี้พาทีมน้อง ๆ หัดเก็บชาสายพันธุ์ซามิโดริ เกรดประกวด (Samidori -...
14/05/2026

From Uji with love 🌱🤍
MTCH™ Team tea picking in action

วันนี้พาทีมน้อง ๆ หัดเก็บชาสายพันธุ์ซามิโดริ เกรดประกวด (Samidori - さみどり) กันครับ ผลผลิตปีนี้ได้ชาใบนุ่ม ก้านอ่อน ทรงเรียว สีเขียวสวย คุณภาพดีมาก ๆ ครับ

Restocking____________________ผงมัทฉะ O-Y-T™ Special Blend จาก Hoshinomura ขนาด 40g จะวางจำหน่าย 2 ช่องทาง ในวันเสาร์ที่...
08/05/2026

Restocking
____________________

ผงมัทฉะ O-Y-T™ Special Blend จาก Hoshinomura ขนาด 40g จะวางจำหน่าย 2 ช่องทาง ในวันเสาร์ที่ 09.05.26 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

Walk-in ทุกสาขา ตามเวลาทำการ
ราคา: 40g
1,100 บาท

** โปรดอ่าน **
Walk-in มาซื้อที่หน้าร้านเท่านั้น งดรับจองทุกกรณี จำกัด 1 คน 1 ชิ้น และทางร้านขอปฎิเสธการขายหากพบว่าเป็นบุคคลเดิมกลับมาซื้อซ้ำภายในวันเดียวกัน
___________________

Shopee: เสาร์ 09.05.26 เวลา 9.00
ราคา: 40g
1,250 บาท
จำกัด 1 ซอง ต่อ 1 ออเดอร์ ต่อวัน
___________________

Cupping Note:
Toast Rice, Cereal, Roasted Nori, Sweet Peanut, Chocolate Cookie
___________________

Info:
Special Blend
Hoshinomura, Yame
14-21 days shaded
___________________

Menu เฉพาะที่หน้าร้านเท่านั้น
Usucha Set
MTCH™ Hard Brew
MTCH™ Coconut
MTCH™ Cold Whisk Latte (Medium)
MTCH™ Soy Latte
MTCH™ Oat Latte
___________________

**งดรับออเดอร์ทาง Direct Message และ Inbox ทุกกรณี **
**NO ORDER VIA DM**
___________________

วันเก็บใบชากับเงื่อนไขต่าง ๆ____________________ผมกำลังจะเดินทางไปเกียวโต เพื่อพาทีมไปศึกษาเรื่องกระบวนการทำชา แน่นอนว่า...
07/05/2026

วันเก็บใบชากับเงื่อนไขต่าง ๆ
____________________

ผมกำลังจะเดินทางไปเกียวโต เพื่อพาทีมไปศึกษาเรื่องกระบวนการทำชา แน่นอนว่า หนึ่งในกิจกรรมหลักคงหนีไม่พ้นการเรียนรู้เรื่องการเก็บใบชาด้วยมือ แต่ก็มีข้อเงื่อนไขบางอย่างอยู่เหมือนกัน ว่าสุดท้ายแล้วเราจะมีโอกาสได้ไปเก็บชากันจริงไหม

เพราะวันที่จะเก็บใบชาได้จริง ๆ ต้องอาศัยหลายปัจจัยประกอบกัน และในมุมหนึ่งก็น่าจะพูดได้ว่า วันเก็บชา ดูเหมือนจะเป็นตัวกำหนดรสชาติของชาอย่างมีนัยสำคัญ

จากที่ผมได้เคยคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกชามาหลายครั้งก่อนหน้านี้ การเก็บใบชาเป็นการรอ “เวลา” ที่เหมาะสม ทั้งจากตัวต้นชาและใบชาเอง ร่วมกับสภาพแวดล้อมรอบ ๆ

โดยเฉพาะใบเทนฉะ (ที่จะถูกนำไปผ่านกระบวนการและบดออกมาเป็นมัทฉะในท้ายสุด) ใบชาที่ถูกพรางแสงก่อนเก็บเกี่ยว มีความแตกต่างของปริมาณแสงที่ได้รับ, UV, อุณหภูมิ และความชื้น ก็จะมีลักษณะและช่วงเวลาการเติบโตที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

การพิจารณาต้นชาที่พร้อมเก็บ ผู้ปลูกชาจะคอยสังเกตุยอดชาใหม่เป็นหลัก ทั้งจำนวนใบ ความยาวของยอด ความเงา ความนุ่มของใบและก้าน รวมถึงความอ่อนของเส้นกลางใบ ซึ่งรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อาจบอกได้ว่าใบชากำลังอยู่ในช่วงที่พร้อมจะเก็บได้หรือยัง

จริง ๆแล้วก็อาจจะคล้ายกับวิเคราะห์สภาพของต้นชาจากการสั่งสมประสบการณ์ล้วน ๆ ว่าต้นชาเหล่านั้นพร้อมที่สุดหรือยัง ซึ่งก็แปลว่า เราอาจไม่สามารถกำหนดวันที่จะเก็บใบชาตายตัวจากในปฏิทินได้

อีกปัจจัยที่ต้องเฝ้าพิจารณาคือสภาพอากาศ การเก็บใบชาจำเป็นต้องดำเนินการในช่วงเช้า หลังจากฝนทิ้งช่วงไปแล้ว และดินในสวนเริ่มแห้ง ใบชาจะไม่เปียกหรือชื้นเกินไป ยังสด และเก็บได้ง่าย

วันที่ฝนตกหรืออากาศชื้นจัดมักจะต้องหลีกเลี่ยง เนื่องจากใบชาที่เปียกอาจทำให้คุณภาพลดลง เสื่อมคุณภาพไว ทั้งในเรื่องกลิ่นและความสด และยังทำให้การแปรรูปทำได้ยากขึ้น นอกจากนี้การทำงานในไร่ชาอาจยากลำบาก แสงมืด ดินแฉะเละ และเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพของผู้เก็บชาได้

ผู้ปลูกชาบอกกับผมเสมอว่า เก็บใบชาต่างกันเพียงวันเดียว ก็อาจส่งผลต่อรสชาติของชาอย่างมากมาย

ถ้าเก็บเร็วเกินไป ใบชาอาจยังไม่พร้อม ให้รสไม่เต็มที่
แต่ถ้าเก็บช้าเกินไป ใบจะเริ่มแข็ง และมีรสขมมากขึ้น
ฝนจะตกวันไหน จะตกถึงเมื่อไหร่ ก็ต้องมาดูกันอีกที

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บใบชา ก็คือสิ่งที่ถูกส่งต่อไปยังสี กลิ่น และรสชาติในถ้วยมัทฉะที่เราดื่มกัน

ก็เลยยังต้องรอดูว่า ทริปนี้เราจะได้เก็บใบชามั้ยครับผม

เรียนคุณลูกค้าทุกท่านร้าน MTCH™ สาขาสาทร จะเปิดให้บริการเพิ่มในวันเสาร์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไปเวลาท...
01/05/2026

เรียนคุณลูกค้าทุกท่าน

ร้าน MTCH™ สาขาสาทร จะเปิดให้บริการเพิ่มในวันเสาร์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

เวลาทำการ:
วันจันทร์ - เสาร์
9.00-17.30
(หยุดวันอาทิตย์)

ขอบพระคุณมากครับ
_________

ที่ตั้ง:

87 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม 10120
หรือเสิร์ช The Step Sathon Hotel

- เดิน 1 นาทีจากรถไฟฟ้าสถานีสุรศักดิ์ ลงทางออก 2 เลี้ยวซ้ายเข้าซอย ประมาณ 50 เมตร
- ร้าน MTCH™ ตั้งอยู่ชั้นล่างของโรงแรม The Step Sathon

⚠️ แนะนำการเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรือ Transportation App เนื่องจากที่จอดรถมีจำนวนจำกัดมาก
❌ ขอความกรุณาอย่าจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกหรือจุดเลี้ยวเข้าของที่พักอาศัยบริเวณไกล้เคียง
__________

Dear Valued Customers,

MTCH™ Sathon will be extending its service to Saturdays, starting from Saturday 2th, May 2026.

Opening hours:
Monday – Saturday
9:00 AM – 5:30 PM
(Closed on Sundays)

Thank you very much.
__________

Location:
The Step Sathon Hotel
87 South Sathon Road, Yannawa, Sathorn D, Bangkok 10120

- 1-minute walk from Surasak BTS station, Exit 2. (approx. 50 m)
- MTCH™ is located on the ground floor of The Step Sathorn Hotel.

⚠️ Public transportation or a transportation app is highly recommended as parking space is very limited.
❌ Please do not park in a way that blocks the entrance/exit or turning points of nearby residences

MTCH™︎ AT ASAHIYAKIในวันที่ 21–23 มีนาคม 2569 เราได้มีโอกาสจัดงานเปิดตัวผลงาน Collaboration ของถ้วย MTCH™︎ และ ASAHIYAKI...
19/04/2026

MTCH™︎ AT ASAHIYAKI

ในวันที่ 21–23 มีนาคม 2569 เราได้มีโอกาสจัดงานเปิดตัวผลงาน Collaboration ของถ้วย MTCH™︎ และ ASAHIYAKI(朝日焼) รวมไปถึงการเปิดตัว Business Partner ผู้จัดจำหน่ายถ้วยชงชา MTCH™︎ ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ งานจัดขึ้นที่สตูดิโอ ASAHIYAKI เมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต และมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปในหัวข้อ Heritage & Function – Matcha Culture in Thailand โดยได้พบปะผู้คนจากหลากหลายแวดวงชาญี่ปุ่น ทั้งผู้สอนพิธีชงชา ผู้ผลิตชาจากจังหวัดเกียวโต(京都), ชิซึโอกะ(静岡) , และไอจิ(愛知) ศิลปินงานหัตถกรรม นักเขียน สื่อมวลชน มัทฉะอินฟลูเอนเซอร์ ตลอดจนผู้สนใจทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

สิ่งที่น่าประทับใจคือเสียงตอบรับต่อการประยุกต์และตีความวัฒนธรรมมัทฉะในแบบที่กำลังเติบโตในประเทศไทย แม้บางแนวคิดจะแตกต่างจากต้นทาง แต่ก็สะท้อนว่าวัฒนธรรมสามารถถ่ายทอดและพัฒนาได้เสมอ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่ ๆ แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจคุณค่าดั้งเดิม เพื่อนำไปต่อยอดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ผู้ดื่มมัทฉะในไทยนิยมใช้ถ้วยแบบ Katakuchi(片口) มากกว่า Chawan(茶碗) ทรงปกติ ต่างจากชาวญี่ปุ่นที่นิยม Chawan มากกว่า ซึ่งอาจสะท้อนถึงสไตล์การดื่มมัทฉะของไทยที่พัฒนาเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการใช้ Tasting Notes เพื่อบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์รสชาติ ซึ่งยังค่อนข้างใหม่สำหรับชาวญี่ปุ่นบางท่าน โดย Flavor Wheel (ฉบับร่าง) ที่ผมเคยพัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับลูกค้าและเวิร์กช็อป เมื่อแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและนำเสนอในงาน ก็ได้รับการตอบรับที่ดี ผู้ผลิตหลายท่านมองว่านี่อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารรสชาติในยุคที่มัทฉะกำลังเติบโตในระดับสากล

ช่วงหนึ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือการได้พบผู้ผลิตชาที่เราเป็นคู่ค้ากัน และได้ลองใช้ Flavor Wheel ร่วมกันในการตีความรสชาติชา เช่น ชาสายพันธุ์อาซาฮิ (Asahi - あさひ) จากอุจิ ที่ถูกอธิบายในวันนั้นว่ามีกลิ่นคล้ายสาหร่ายหวาน แอสปารากัส และความหวานแบบเมอแรงค์ ซึ่งแม้อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา แต่ก็กลายเป็นบทสนทนาเล็ก ๆ ที่ทั้งสนุกและอบอุ่น

ขอขอบคุณ ASAHIYAKI Studio สำหรับโอกาสที่ดีในครั้งนี้ รวมถึงคุณ Toshiyuki Matsubayashi ผู้ขับเคลื่อนหลักของงาน ร่วมกับคุณโชได คุณกวา (Business Partner และ Co-ordinator) ทีมงาน ASAHIYAKI ทุกท่าน และคุณกัน สำหรับการสนับสนุนอย่างดี ตลอดจนเพื่อน ๆ ในวงการมัทฉะและชาญี่ปุ่นที่แวะมาทักทายกัน

ขอบคุณคุณ Kaoru Kuwajima สำหรับภาพและวิดีโอสวย ๆ และการช่วยดูแลงานตลอดอีเวนต์ครับ

ท้ายที่สุด จากงานนี้ ในฐานะคนรักมัทฉะคนหนึ่งจากประเทศไทย กิจกรรมนี้ทำให้เราเห็นภาพของมัทฉะในประเทศของเราได้ชัดขึ้น สิ่งที่เราอยากทำต่อคือการพัฒนาเครื่องมือและแนวคิดใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์จากวัสดุสมัยใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือเครื่องมือด้านการสื่อสารอย่าง Flavor Wheel และ Brewing & Tasting Tools เพื่อช่วยถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ของตลาดให้กว้างขึ้น

ประเทศไทยเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่นาน และเริ่มมีบทบาทสำคัญในฐานะหนึ่งในผู้นำเข้าชาจากญี่ปุ่นรายใหญ่ เราหวังว่าการเติบโตนี้จะดำเนินไปบนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถูกต้องต่อคุณค่าดั้งเดิม ควบคู่กับการประยุกต์ที่เหมาะสม เพื่อค่อย ๆ พัฒนาตลาดให้แข็งแรง และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของมัทฉะในอนาคตครับ

ปล. คนญี่ปุ่นชอบมัทฉะน้ำมะพร้าวมาก ๆ กลายเป็นเมนูขโมยซีนในงานของแท้ บางคนชอบถึงขนาดบอกให้เราลองมาทำธุรกิจนำเข้าน้ำมะพร้าวจากไทยมาญี่ปุ่นดูสิ ช่วยกันสนับสนุนน้ำมะพร้าวแท้ น้ำมะพร้าวไทยจากผู้ผลิตชาวไทยกันนะครับ 🥥🇹🇭

“ทำไมรสชาติของชาจากแต่ละเมืองจึงต่างกัน ?”พอเปิดร้านสาขาใหม่ ก็มีโอกาสได้เจอลูกค้าใหม่  ๆ ที่สนใจเรื่องชาทั้งชาวไทยและต่...
18/04/2026

“ทำไมรสชาติของชาจากแต่ละเมืองจึงต่างกัน ?”

พอเปิดร้านสาขาใหม่ ก็มีโอกาสได้เจอลูกค้าใหม่ ๆ ที่สนใจเรื่องชาทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในยุคนี้ความสนใจของชาตื่นตัวมาก ๆ และหลายครั้ง ผมเจอคำถามพื้นฐานที่ว่า “ทำไมรสชาติของชาจากแต่ละเมืองจึงต่างกัน” จะให้คำตอบสั้น หรือยาว ก็อยู่กับว่า ตอนนั้นมีเวลาอธิบายมากแค่ใหน วันนี้สาขาสาทรหยุดพอดี โพสต์นี้ผมจึงอยากแสดงความคิดเห็นว่า จริง ๆแล้วสิ่งที่เรารับรู้ว่าเป็นรส-เอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ อาจจะเป็นการผสมกันระหว่างธรรมชาติและความตั้งใจของคนทำมากกว่าที่เราคิดครับ

“Terroir (แตร์รัวร์) คือ "เอกลักษณ์ของสถานที่" (Sense of Place) ที่ส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นของผลผลิตทางการเกษตร (เช่น ไวน์ กาแฟ ชา) มักยึดโยงกับ 4 องค์ประกอบหลัก คือ ดิน, ภูมิอากาศ, ภูมิประเทศ และ วัฒนธรรม/มนุษย์”

ซึ่งหากมองในมุมของ Terroir แบบละเอียดขึ้น มันน่าจะไม่ได้หมายถึงแค่ดินฟ้าอากาศของประเทศญี่ปุ่นในภาพกว้าง แต่รวมถึง Micro-climate อย่างอุณหภูมิที่แกว่งในแต่ละวัน ความชื้นสัมพัทธ์ หมอก ปริมาณแสง และแม้แต่โครงสร้างของดินที่มีผลต่อการดูดซึมธาตุอาหารของต้นชา ปัจจัยเหล่านี้ไปเปลี่ยนปฏิกริยาทางชีวเคมี (Metabolic Activity) ของพืชโดยตรง โดยเฉพาะการทำเทนฉะ ซึ่งผ่านการพรางแสงใบชา ที่เป็นกลไกสำคัญของรสชาติและคุณภาพมัทฉะในท้ายสุด

ผมอยากให้มุมมองว่า Terroir อาจไม่ได้แค่กำหนด “รสชาติ” แต่น่าจะกำหนด “ลักษณะทางกายภาพของใบชา” ตั้งแต่ต้นด้วย เช่นว่า

ใบชาที่เติบโตในพื้นที่ภูเขาหรือมีหมอกหนา อาจมีความหนาแน่นของเซลล์ (Cell Density) สูงกว่า ผนังเซลล์หนากว่า และมีการสะสม Chlorophyll กับสารกลุ่ม Volatile Compounds มากขึ้น โดยพื้นฐานอาจให้รสที่ “ลึก” มากกว่า มีความเข้มของรสอูมามิสูง ความหวานยาว และกลิ่นที่ซับซ้อน เพราะมีการสะสมกรดอะมิโนและสารให้กลิ่นที่มาก ขณะเดียวกัน รสขมและความฝาดอาจไม่พุ่งขึ้นเร็วและหนัก ทำให้ภาพรวมดูนิ่งและกลมกว่า

ในขณะที่ใบจากพื้นที่ราบที่ได้รับแสงมากและเติบโตเร็ว อาจมีโครงสร้างบางกว่า มีปริมาณน้ำในใบ (Water Content) สูงกว่า และมีสัดส่วนของสารให้ความฝาดที่ต่างออกไป ซึ่งอาจให้รสที่ “ตรง” และเปิดเร็วกว่า อาจทำให้ผู้ดื่มรับรู้กลิ่นเขียวหรือความสดได้ชัดตั้งแต่ต้น แต่ความลึกหรือความยาวของรสอาจสั้นกว่าเล็กน้อย และความฝาดอาจแสดงออกชัดกว่าเมื่อเทียบกัน

พอเป็นมัทฉะ ความต่างนี้ยิ่งถูกขยาย เพราะการดื่มมัทฉะคือการ “กิน” ใบชาทั้งใบ การกระจายตัวของผง (Particle Size Distribution) ความสามารถในการแขวนลอยในน้ำ และ Texture ที่รับรู้ในปาก อาจยิ่งสะท้อนโครงสร้างของใบที่ให้ความละเอียดยิ่งขึ้น เราอาจรับรู้ถึงองค์ประกอบอย่าง Fiber, Pectin และ Chlorophyll Concentration ที่ต่างกันได้

ในมุมของการผลิตมัทฉะ ยิ่งมีรานละเอียดมากไปกว่านั้น เพราะต้องปรับกระบวนการแปรรูปใบเทนฉะ (Process) ให้สอดคล้องกับ “ลักษณะของใบชา” เช่น การนึ่ง (Steaming) เพื่อหยุดการทำงานของเอนไซน์ ที่ต้องคุมให้เหมาะกับความหนาของใบ การอบใบเทนฉะ (Firing) ที่ต้องจัดการความชื่นอย่างระมัดระวังเพื่อรักษากลิ่นและรส และการบดด้วยโม่หิน (Milling) ก็ต้องบาลานซ์ระหว่างความเร็ว ความละเอียดกับความร้อน เพื่อไม่ให้สูญเสียสารประกอบรสชาติ

พอคิดแบบนี้แล้ว ก็อาจจะพอตีความได้ว่า ต่อให้ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ถ้าวัตถุดิบจากคนละพื้นที่ก็น่าจะตอบสนองต่างกันอยู่ดี เพราะฉะนั้นการทำชาจากแต่ละเมือง ความต่างอาจไม่ได้อยู่แค่ “สไตล์ที่ตั้งใจทำ” แต่ตัววัตถุดิบตั้งต้นเองก็น่าจะมีคุณลักษณะและเงื่อนไขที่ต่างกันตั้งแต่ต้น

ถ้าลองจินตนาการว่าเอาใบจากอุจิไปทำในสไตล์ของยาเมะ ที่หลายคนอาจจะจดจำได้จากกลิ่นอบไฟที่โดดเด่น ก็อาจจะทำให้ออกมาเหมือนได้ยากเพราะ Chemical Composition ที่ต่างกัน ถ้าเอาใบเทนฉะจากยาเมะ มาทำเป็นมัทฉะแบบอุจิที่เน้นความเป็นธรรมชาติ และความสมดุล ผลลัพธ์ก็น่าจะออกมาใกล้เคียงได้ในระดับหนึ่ง แต่คงไม่เหมือนกันทั้งหมด เพราะ baseline ของวัตถุดิบตั้งต้นต่างกัน

สุดท้ายนี้ จึงอยากให้ความเห็นว่า รสชาติของมัทฉะจากเมืองต่าง ๆ หรือแหล่งปลูกชา ที่แตกต่างกันออกไปนั้น ก็อาจจะเป็นผลลัพธ์ของการเจอกันตรงกลางระหว่างโครงสร้างของใบชาจากธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศของแต่ละพื้นที่เอง และความเข้าใจและการตีความของคนทำชาครับ

ปล. จริง ๆ เรื่องที่ไม่อาจเลี่ยงได้เลย ก็ยังมีหมวกใบใหญ่ที่ว่ากันด้วยเรื่องระบบตลาด ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ขาย คนกลาง ผู้ซื้อ ผู้ใช้ ที่น่าจะสามารถใช้อธิบาย อิทธิพล กลไกและที่มาที่ไปของรสชาติและสไตล์ของชาได้อีกมากมายครับ แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องนั้นได้ ผมคงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อไปครับ

ขอบพระคุณที่ติดตามมาจนถึงจุดนี้ครับ
ไปเตรียมเข้าสาขาอารีย์แล้วครับ สวัสดีครับ

☁️🫧🍵
14/04/2026

☁️🫧🍵

ที่อยู่

65 Soi Phahon Yothin 5
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66656913584

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MTCHผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MTCH:

แชร์

ประเภท