โทร

Brandvibe The Pulse of Modern Business

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ DOS Life พัฒนานวัตกรรม“ฝาบ่อพักน้ำฝนจากพลาสติกรีไซเคิล”  •ฝาบ่อพักรูปแบบใหม่รับ...
12/10/2026

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ DOS Life พัฒนานวัตกรรม“ฝาบ่อพักน้ำฝนจากพลาสติกรีไซเคิล”

•ฝาบ่อพักรูปแบบใหม่รับน้ำหนักได้มากกว่า 63% ขณะที่มีน้ำหนักเบาลงกว่า 80% พร้อมหมุนเวียนพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 6.5 ตัน
•เปิดเป็น Open Innovation ให้ผู้ประกอบการรายอื่นนำไปใช้ได้โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ เพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในระดับอุตสาหกรรม

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผนึก DOS Life ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการน้ำครบวงจร ภายใต้กลุ่มบริษัท ธรรมสรณ์ร่วมพัฒนานวัตกรรมฝาบ่อพักพลาสติกรีไซเคิลจากพลาสติกประเภท HDPE (High-Density Polyethylene) ที่ผ่านการใช้งานแล้วเพื่อเป็นทางเลือกทดแทนฝาบ่อพักคอนกรีตแบบเดิม โดยฝาบ่อพักรูปแบบใหม่นี้สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าถึง 63% ขณะที่มีน้ำหนักเบาลงกว่า 80% ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานและลดภาระด้านการขนส่งและการบำรุงรักษา อีกทั้งยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ด้วยการหมุนเวียนพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 6.5 ตัน คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 1,123 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำร่องใช้งานแล้ว 6,105 ฝา ใน 4 โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยโดยมีเป้าหมายขยายการใช้งานไปยังโครงการใหม่มากกว่า 70 โครงการ ภายในปี 2570

นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมุ่งลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดของเสีย และเพิ่มคุณค่าของวัสดุให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ซึ่งฝาบ่อพักน้ำฝนเป็นหนึ่งในตัวอย่างของแนวทางดังกล่าว เนื่องจากฝาบ่อพักคอนกรีตแบบเดิมอาจเกิดการแตกร้าวและน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้ต้องมีการเปลี่ยนทดแทนซ้ำหลายครั้ง บริษัทฯ จึงร่วมกับ DOS Life พัฒนาฝาบ่อพักรูปแบบใหม่จากพลาสติกรีไซเคิล เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว ลดของเสีย สนับสนุนการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มความแข็งแรงปลอดภัยและความสะดวกในการขนย้ายและติดตั้ง”

“เราเชื่อว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม บริษัทฯ จึงพร้อมเปิดให้นวัตกรรมดังกล่าว Open Innovation ให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่นสามารถนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ได้อย่างแพร่หลายโดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

นายธิติ โตวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด กล่าวว่า “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย และ DOS Life ร่วมพัฒนาต่อยอด “ฝาบ่อพักพลาสติกรีไซเคิล” ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง การทดสอบประสิทธิภาพ ไปจนถึงการคัดเลือกวัสดุให้เหมาะกับการใช้งานจริง โดยใช้เวลาพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่องกว่า 1 ปี” ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวมี 5 จุดเด่นสำคัญ ดังนี้
1. ดีไซน์สวยและปลอดภัย พื้นผิวกันลื่นพร้อมลวดลายที่ช่วยเสริมความสวยงามและภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
2. แข็งแรงและทนทาน ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล HDPE (High-Density Polyethylene) ผสานโครงสร้างซี่เสริมแรง (RIB) ที่จัดเรียงอย่างเป็นระบบและเชื่อมต่อถึงกัน ช่วยให้วัสดุมีความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นสูง โดยผลการทดสอบพบว่าสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าฝาบ่อพักคอนกรีตถึง 63%
3. ระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ออกแบบร่องระบายน้ำ 4 ทิศทาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดการสะสมของใบไม้หรือเศษวัสดุ พร้อมช่องระบายน้ำแบบเปิด–ปิด ช่วยป้องกันแมลงและสัตว์รบกวนเข้าสู่บ่อพัก
4. คุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าฝาบ่อพักแบบเดิมถึง 6 เท่า โดยฝาบ่อพักคอนกรีตมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 5 ปี ขณะที่ฝาบ่อพักพลาสติกรีไซเคิลมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 30 ปี ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนทดแทน ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และลดของเสียจากการซ่อมแซมและเปลี่ยนฝาบ่อ เมื่อพิจารณาจากอายุการใช้งานและความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจทำให้ต้องเปลี่ยนฝาบ่อพักคอนกรีตซ้ำหลายครั้ง ต้นทุนตลอดอายุการใช้งานของ “ฝาบ่อพักพลาสติกรีไซเคิล” จึงคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
5. ติดตั้งและขนส่งง่าย ปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงในการทำงาน ออกแบบ ระบบ Fin Lock ซึ่งเป็นครีบ ล็อกบริเวณด้านใต้ฝา ช่วยให้ฝาบ่อพักติดตั้งกับขอบบ่อได้อย่างแน่นสนิท ลดการขยับของฝาระหว่างใช้งาน และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้สามารถปรับระยะระหว่างฝาและขอบบ่อให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ฝายึดอยู่กับที่และลดการเคลื่อนตัว ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าฝาบ่อพักคอนกรีตแบบเดิมมากกว่า 80% จึงช่วยลดต้นทุนการขนส่ง การใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลดความเสี่ยงจากการยกของหนักของผู้ปฏิบัติงาน
ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ได้นำร่อง “ฝาบ่อพักพลาสติกรีไซเคิล” มาใช้งานจริงใน 4 โครงการ ได้แก่ กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76 (GUTE Sukhumvit 76), กูธ์เธ่ สาทร (GUTE Sathorn), แกรนดิโอ พระราม 2 – ตากสิน (Grandio Rama 2–Taksin) และโกลดีน่า งามวงศ์วาน -ประชาชื่น (Goldina Ngamwongwan-Prachachuen)
“ทั้งนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจรผ่านความร่วมมือกับ DOS Life ครอบคลุมตั้งแต่ระบบจัดเก็บและจ่ายน้ำสะอาดเข้าสู่ตัวบ้านถังดักไขมันและระบบบำบัดน้ำเสียจากตัวบ้าน ไปจนถึงการรวบรวมและบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง โดยน้ำเสียจะผ่านการบำบัดและฆ่าเชื้อก่อนนำกลับมาใช้ดูแลพื้นที่สีเขียวภายในโครงการของบริษัทฯ ฝาบ่อพักพลาสติกรีไซเคิล จึงเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ควบคู่กับการนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ประโยชน์และลดความต้องการใช้ทรัพยากรใหม่ ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างอย่างยั่งยืน” นายสมบูรณ์ กล่าวปิดท้าย



#เฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้ประเทศไทย #ฝาบ่อพักพลาสติกรีไซเคิล

Reference BAIE River Bangpho by SC ผนึกกำลัง ททท.และเรือด่วนเจ้าพระยาร่วมผลักดัน “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside...
09/10/2026

Reference BAIE River Bangpho by SC ผนึกกำลัง ททท.และเรือด่วนเจ้าพระยา
ร่วมผลักดัน “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside District”

ต่อยอดอัตลักษณ์ย่านบางโพ ผ่าน Design, Art, Craft, Taste & Culture เชื่อมคนรุ่นใหม่ ชุมชน และการท่องเที่ยว ยกระดับบางโพสู่ Riverside Creative & Tourism Destination

SC เดินหน้าต่อยอดศักยภาพ “บางโพ” พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โดดเด่นด้วยมรดกงานไม้ งานช่าง วิถีชุมชน และความหลากหลายทางวัฒนธรรม สู่ “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside District”ผ่านความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเรือด่วนเจ้าพระยา เชื่อมโยงชุมชน ผู้ประกอบการ คนรุ่นใหม่ และพื้นที่ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมุมมองและประสบการณ์ใหม่ให้กับย่านบางโพ พร้อมยกระดับสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวริมแม่น้ำสำหรับทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภายใต้แนวคิด Design, Art, Craft, Taste & Culture มุ่งต่อยอดอัตลักษณ์และเสน่ห์ของบางโพให้เกิดเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน สร้างโอกาสให้เกิดกิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่สะท้อนตัวตนของย่าน พร้อมผลักดันบางโพสู่การเป็น Riverside Creative & Tourism Destination แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
จาก “ย่านไม้บางโพ” สู่ “Bangkok’s Creative Riverside District”

บางโพเติบโตเคียงคู่แม่น้ำเจ้าพระยามายาวนาน และเป็นที่รู้จักในฐ านะแหล่งรวมช่างฝีมือและผู้ประกอบการด้านงานไม้ ขณะเดียวกัน ย่านยังมีเสน่ห์จากผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการต่อยอดสู่ Creative District โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์เดิมของพื้นที่

ภายใต้แนวคิด Design, Art, Craft, Taste & Culture SC มุ่งนำ Local Identity ของบางโพมาต่อยอดผ่านมุมมองร่วมสมัย เชื่อมโยงมรดกและภูมิปัญญาของย่านเข้ากับคนรุ่นใหม่ผ่าน Design, Creativity และ Lifestyle พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้ามามีส่วนร่วมและสัมผัสตัวตนของบางโพในหลากหลายมิติ
เริ่มต้นด้วย “Made in Bangpho – Design Contest” ภายใต้แนวคิด “From Local Craftsmanship to a New Reference in Design” เปิดพื้นที่ให้ นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจด้านการออกแบบ นำแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ ภูมิปัญญางานไม้ และฝีมือช่างของบางโพ มาต่อยอดเป็นแนวคิดการออกแบบ ประติมากรรม (Sculpture) หรือเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการพัฒนาสู่ชิ้นงานจริงและติดตั้งภายในโครงการ Reference BAIE River Bangpho พร้อมชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 250,000 บาท

สำหรับนิสิต นักศึกษาและผู้ที่สนใจด้านการออกแบบ ที่สนใจเข้าร่วมประกวด สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 และประกาศผลรอบคัดเลือกในวันที่ 7 ธันวาคม 2569 ดูรายละเอียดและส่งผลงานได้ที่ Email [email protected]
พร้อมต่อยอดจากงานออกแบบสู่ประสบการณ์ของย่านผ่าน “Wonder Bangpho” – A Creative Journey through Craft, Taste and Culture ชวนผู้คนออกไปค้นพบบางโพผ่านชุมชน ร้านค้า ผู้ประกอบการ และสถานที่ต่าง ๆ ใน 4 มิติ ได้แก่ Wonder Through Craft ค้นพบงานฝีมือที่หล่อหลอมย่าน, Wonder in Creation สัมผัสบางโพผ่านมุมมองสร้างสรรค์, Wonder of Taste ค้นหารสชาติและคาแรกเตอร์ของพื้นที่ และ Wonder by the River สัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้ง Made in Bangpho Design Contest และ Wonder Bangpho จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยง คนรุ่นใหม่ ชุมชน และผู้มาเยือน เข้ากับบางโพ ผ่านทั้งการร่วมสร้างสรรค์และการออกไปสัมผัสย่านจริง เพื่อให้ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของพื้นที่ได้รับการต่อยอดและมีชีวิตอยู่ในบริบทร่วมสมัย
ททท. ต่อยอดพื้นที่ทางวัฒนธรรม สู่จุดหมายการท่องเที่ยวใหม่
ความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะช่วยต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมและเรื่องราวของชุมชนให้เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เข้าถึงผู้คนในวงกว้างมากขึ้น
คุณพรรณธรา นาคฉัตรีย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า
“ททท. ให้ความสำคัญกับการต่อยอดพื้นที่ที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เฉพาะตัว สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดย ‘บางโพ’ เป็นหนึ่งในย่านที่มีทั้งเรื่องราว วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชุมชน และความผูกพันกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีเอกลักษณ์
การพัฒนา “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside District”จึงเป็นโอกาสในการนำต้นทุนของย่าน ทั้งงานช่าง งานคราฟต์ อาหาร ศิลปะ และวัฒนธรรม มาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ เปิดโอกาสให้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เข้ามาค้นพบเสน่ห์ของบางโพ พร้อมสร้างคุณค่าและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน”
เรือด่วนเจ้าพระยา เชื่อมผู้คนสู่ชุมชนและวัฒนธรรมริมแม่น้ำ
คุณณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม กรรมการบริหาร บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด กล่าวว่า
“แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และแหล่งวัฒนธรรมตลอดสองฝั่งแม่น้ำ การเดินทางทางน้ำจึงไม่ได้มีบทบาทเพียงการพาผู้โดยสารจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงและค้นพบเสน่ห์ของแต่ละย่านได้มากขึ้น
ความร่วมมือในสนับสนุน “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside District” จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทางเข้าถึงย่านบางโพ เชื่อมโยงผู้คนกับชุมชนและพื้นที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ พร้อมต่อยอดเส้นทางการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้การเดินทางทางน้ำเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยว และเปิดมุมมองใหม่ในการค้นพบเสน่ห์ของบางโพตั้งแต่ต้นทางของการเดินทาง”
จาก Residential Development สู่การเติบโตไปพร้อมกับย่าน
คุณกนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ พัฒนาทรัพย์สินแนวสูง และลูกค้าต่างประเทศ
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“SC ให้ความสำคัญกับการสร้าง Community ที่แข็งแกร่งภายในโครงการ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ซึ่งมองหาที่อยู่อาศัยที่สะท้อนตัวตนและรูปแบบการใช้ชีวิตได้มากขึ้น ควบคู่กับมาตรฐานด้านการก่อสร้างและบริการหลังการขาย โดยยึดผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง ขณะเดียวกัน เรามองว่าโครงการสามารถเติบโตไปพร้อมกับย่านและชุมชนโดยรอบได้
การพัฒนา “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside District”จึงเป็นการต่อยอดสิ่งที่บางโพมีอยู่แล้ว เชื่อมโยงชุมชน ความคิดสร้างสรรค์ และคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับย่านในระยะยาว”
ในโอกาสของความร่วมมือครั้งนี้ คุณกนกอร หลิมกำเนิด ในฐานะผู้บริหาร SC ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพและทิศทางการพัฒนาย่านบางโพและพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับ คุณพรรณธรา นาคฉัตรีย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ คุณณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม กรรมการบริหาร บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เพื่อร่วมกันต่อยอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ เชื่อมโยงชุมชน ความคิดสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยว
สำหรับ Reference BAIE River Bangpho แนวคิด “Bangpho, Reimagined.” ถ่ายทอดเสน่ห์ของย่าน ทั้งภูมิปัญญางานช่าง วิถีชุมชน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความผูกพันกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านมุมมองการอยู่อาศัยร่วมสมัย จาก Artisan Soul of Bangpho สู่ A New Reference for Riverside Living
ขณะที่ “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside District”จะขยายแนวคิดดังกล่าวจากระดับโครงการสู่ระดับย่าน ผ่านความร่วมมือระหว่าง SC ททท. เรือด่วนเจ้าพระยา ชุมชน ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ เพื่อเชื่อม Design, Art, Craft, Taste, Culture และ Lifestyle เข้ากับการท่องเที่ยว และร่วมต่อยอดบางโพสู่ Riverside Creative & Tourism Destination ที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ “Bangpho – Bangkok’s Creative Riverside District”สามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่h
ttps://hub.scasset.com/campaigns/bangpho-riverside-creative-district/

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ททท #เรือด่วนเจ้าพระยา #แม่น้ำเจ้าพระยา

SC เปลี่ยนความยั่งยืนให้วัดผลได้จริง เปิดตัว “SC Green Mark” มาตรฐาน ESG สำหรับทุกอาคาร ผนึกพันธมิตรกว่า 100 ราย สร้าง G...
08/10/2026

SC เปลี่ยนความยั่งยืนให้วัดผลได้จริง เปิดตัว “SC Green Mark” มาตรฐาน ESG สำหรับทุกอาคาร ผนึกพันธมิตรกว่า 100 ราย สร้าง Green Ecosystem พัฒนาบ้าน–คอนโด–โรงแรม–คลังสินค้า–อาคารสำนักงาน
SC ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนในช่วง 3–5 ปี เดินหน้ายกระดับทุกประเภทอาคารของบริษัทสู่มาตรฐาน ESG ก้าวสู่การเป็นดีเวลลอปเปอร์ไทยรายแรกที่พัฒนามาตรฐานอาคารของตนเอง ภายใต้ชื่อ “SC Green Mark” โดยผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 100 ราย สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืน (Green Ecosystem) ยกระดับการออกแบบและการก่อสร้างทุกกระบวนการให้ดีต่อคนและดีต่อโลกอย่างวัดผลได้ เริ่มนำร่องกับกลุ่มบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ตั้งแต่ปี 2026 พร้อมเดินหน้าขยายให้ครอบคลุมทุกอาคาร ทั้งคอนโด โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน ในปี 2027

SC เชื่อว่าธุรกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องเติบโตด้วยการสร้างคุณค่าให้คนและโลกไปพร้อมกัน เพราะทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ล้วนเชื่อมโยงและส่งผลถึงกัน การดำเนินธุรกิจบนแนวทาง ESG จึงเป็นเส้นทางหลักขององค์กร ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ SC วางเป้าหมายด้าน ESG ไว้ 3 ด้านที่ดำเนินควบคู่กัน ได้แก่
องค์กรมีมาตรฐาน ESG ในระดับสากล เช่น การได้รับการประเมินจาก FTSE Russell
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในทุกขั้นตอนธุรกิจ รวม 100,000 ตันคาร์บอน (tCO₂) ระหว่างปี 2025 – 2030
อาคารมีมาตรฐาน ESG ผ่านการพัฒนามาตรฐานอาคารของบริษัทเอง

SC Green Mark คือมาตรฐาน ESG ของอาคารที่พัฒนาโดย SC
ครอบคลุมการประเมินใน 3 หมวด ได้แก่ ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม ผ่าน 2 ขั้นตอน คือ ส่วนออกแบบ และส่วนก่อสร้าง โดยแต่ละหมวดมีรายละเอียด ดังนี้

• ดีต่อคน – ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและ Well-being ของผู้ใช้อาคาร ผ่านการออกแบบและองค์ประกอบที่ช่วยให้บ้านอยู่สบายและปลอดภัยมากขึ้น เช่น การเลือกใช้วัสดุที่มีสารอินทรีย์ระเหยต่ำ (Low VOC) เพื่อลดสารที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การจัดการแสงธรรมชาติและการออกแบบแสงสว่างภายในห้อง การเลือกใช้พื้น Soft Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทก สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ รวมถึงการดูแลคุณภาพอากาศและการระบายอากาศภายในบ้าน

• ดีต่อโลก – ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การก่อสร้างไปจนถึงการอยู่อาศัยจริง ทั้งการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างคอนกรีตและเหล็กที่ช่วยลด Carbon Footprint รวมถึงการติดตั้ง Solar Rooftop และการใช้ฉนวนกันความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงานของอาคาร

• ดีด้วยนวัตกรรม – นำเทคโนโลยีและโซลูชันใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ เพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ RueJai Home Panel ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ ที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในอาคาร เช่น PM2.5 และ CO₂ และ RueJai App ฟีเจอร์ Home Health ที่ช่วยเช็กสุขภาพบ้าน พร้อมแจ้งเตือนงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน โดยทุกนวัตกรรมต้องตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยและประสิทธิภาพของอาคารในระยะยาว
ทั้งนี้ SC ได้เริ่มนำ SC Green Mark มาใช้กับโครงการแรก คือ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้
มาตรฐาน SC Green Mark พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) องค์กรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวของประเทศ ร่วมกันพัฒนาเกณฑ์การประเมินสำหรับที่พักอาศัยแนวราบและคอนโดมิเนียม ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้จริง

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า “โลกวันนี้ทุกมิติเชื่อมโยงกันจนแยกจากกันไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ
ล้วนส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยตรง เราเชื่อว่าองค์กรที่จะเติบโตได้อย่างแท้จริงในระยะยาว ต้องเติบโตด้วยการสร้างคุณค่าให้คนและโลกไปพร้อมกัน SC Green Mark จึงเป็นมากกว่ามาตรฐานอาคาร แต่คือจุดยืนและทิศทางของเราที่จะเปลี่ยนความยั่งยืนจากเรื่องไกลตัว ให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้จริงในบ้านที่เราสร้าง วันนี้เราเริ่มต้นแล้วกับบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ และตั้งใจเดินหน้าให้ครบทุกอาคารในเครือ ทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน ในปี 2027 พร้อมชวนพันธมิตรทั้งระบบนิเวศมาร่วมเดินไปด้วยกัน เพื่อส่งต่อการอยู่อาศัยที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไป”

นางสาวสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า “หัวใจของ ‘SC Green Mark’ คือการทำให้การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต (Well-being) ของผู้อยู่อาศัยถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นจริงอย่างเป็น มาตรฐานที่เชื่อถือได้
SC จึงร่วมมือกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) องค์กรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวของประเทศ พัฒนาเกณฑ์ใหม่ ‘SC Green Mark’ ที่อ้างอิงจากมาตรฐานสากลทั้ง LEED, WELL และ TREES โดยตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ตามประเภทของอาคาร และสอดคล้องกับบริบทของไทย เช่น สภาพ ภูมิอากาศ และกลุ่มผู้ใช้อาคาร เราใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการร่วมพัฒนาเกณฑ์ ซึ่งไม่เพียงให้ความสำคัญกับการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และการก่อสร้าง แต่ยังใช้หลัก Customer Centric คำนึงถึงการเข้าอยู่อาศัยจริงไปอีกหลายสิบปี จึงจัดทำคู่มือการอยู่อาศัย เช่น การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน การบำรุงรักษาบ้านเพื่อยืดอายุวัสดุอุปกรณ์ และการจัดการขยะครัวเรือน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ และร่วมภูมิใจในการมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม”

พร้อมกันนี้ SC ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “SC Green Mark คิดมาเยอะมาก” ที่ถ่ายทอดเรื่องมาตรฐานอาคารของ SC ผ่านรูปแบบ Mockumentary ในรูปแบบการจำลองการสัมภาษณ์ที่ให้องค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้านเป็นผู้ตอบคำถามด้วยตัวเอง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังทุกองค์ประกอบในอาคารของ SC ล้วนผ่านการคิด ออกแบบ เลือกใช้วัสดุ และนวัตกรรมอย่างตั้งใจ ภายใต้มาตรฐาน SC Green Mark เพื่อให้ทุกอาคาร “ดีต่อโลก ดีต่อคุณ” รับชมได้ที่ https://m.scasset.com/scgreenmark

#แกรนด์บางกอกบูเลอวาร์ด

"AMD Agentic PC ปลดล็อกศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้นให้กับ Light Sail VR" เพื่อกรุณาพิจารณาตามรายละเอียดด้านล่า...
07/10/2026

"AMD Agentic PC ปลดล็อกศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้นให้กับ Light Sail VR" เพื่อกรุณาพิจารณาตามรายละเอียดด้านล่างครับ



AMD ได้เผยแพร่กรณีศึกษาของลูกค้าใหม่ร่วมกับ Light Sail VR สตูดิโอเจ้าของรางวัล Emmy Award ที่นำ AI ผู้ประสานงานฝ่ายผลิตบนระบบโลคอล (Local AI) มาใช้จัดการไทม์ไลน์ของโปรเจกต์ ตารางเวลา และข้อเสนอแนะจากลูกค้าผ่านทาง Slack ด้วยการโอนถ่ายงานธุรการไปให้ AI agent จัดการ สตูดิโอจึงช่วยให้ทีมครีเอทีฟมีเวลามากขึ้นสำหรับการสร้างสรรค์เรื่องราว ในขณะที่ยังคงเก็บรักษาข้อมูลการผลิตที่เป็นความลับไว้ในระบบโลคอลได้อย่างปลอดภัย

Light Sail VR หันมาใช้ Ryzen AI Max ในการสร้าง AI ผู้ประสานงานฝ่ายผลิตแบบโลคอล เพื่อจัดการกับความท้าทายสองประการที่พบจากการใช้โมเดลบนคลาวด์ ได้แก่ ต้นทุนจากการประมวลผล (Inference) ซ้ำๆ และความจำเป็นในการเก็บข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้าไว้ภายในองค์กร ปัจจุบัน Matthew Celia ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ สามารถดูแลโปรเจกต์ได้ถึง 6-9 โปรเจกต์ด้วยแรงกายที่เทียบเท่ากับการดูแลเพียง 1-2 โปรเจกต์ในอดีต ซึ่งช่วยให้ทีมงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถมุ่งเน้นไปที่งานด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์เป็นหลัก


AMD ยังคงเดินหน้าพัฒนาการประมวลผลที่ทำให้เวิร์กโฟลว์ของ Agentic AI เป็นไปได้จริง:

ความเป็นผู้นำในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์: AMD ได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Agentic PC ในปี 2025 และปัจจุบันเป็นผู้นำด้วยโปรเซสเซอร์ Ryzen AI Max PRO 400 Series เจนเนอเรชันที่สอง เพื่อรองรับโมเดลขนาดใหญ่และเวิร์กโฟลว์แบบโลคอลที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
ความพร้อมในการวางจำหน่าย: มีการจัดส่ง Agentic PC ไปแล้วกว่าครึ่งล้านเครื่องในดีไซน์ที่แตกต่างกันมากกว่า 50 แบบ พร้อมด้วยระบบจาก OEM ใหม่ ๆ ที่เข้ามาขยายทางเลือกให้กับนักพัฒนา ครีเอเตอร์ และภาคธุรกิจ

เอาใจสาวก Sanrio! โซนี่จับมือ Hello Kitty เปิดตัวคอลเลกชัน Limited Edition จัดเซ็ต Xperia และหูฟังไร้สาย คู่กระเป๋าดีไซน...
06/10/2026

เอาใจสาวก Sanrio! โซนี่จับมือ Hello Kitty เปิดตัวคอลเลกชัน Limited Edition จัดเซ็ต Xperia และหูฟังไร้สาย คู่กระเป๋าดีไซน์พิเศษสุดคิวท์ เปิดพรีออเดอร์ 7 ต.ค. นี้ ที่ Sony Store
1.Pic_WH-1000XM6_Hello Kitty.jpg
(กรุงเทพฯ / 6 ต.ค. 69) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เอาใจสาวก Sanrio และแฟน Hello Kitty ด้วยการประกาศความร่วมมือครั้งพิเศษกับ Hello Kitty หนึ่งในคาแรกเตอร์ยอดนิยมและเป็นที่รักมากที่สุดจาก Sanrio เปิดตัวคอลเลกชันลิมิเต็ดเอดิชัน Sony x Hello Kitty ครั้งแรก ที่ผสานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีคุณภาพจากโซนี่เข้ากับเสน่ห์อันน่ารักสดใสของไอคอนระดับโลก โดยคอลเลกชันพิเศษนี้จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะผ่านช่องทาง Sony Store ทั้ง 6 สาขา และ Sony Store Online เท่านั้น ตั้งแต่ 7 ต.ค. 69 เป็นต้นไป
ความร่วมมือกับ Hello Kitty ในครั้งนี้สะท้อนแนวทางของโซนี่ในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้หญิง กลุ่มคนรุ่นใหม่ และแฟนคาแรกเตอร์ยอดนิยมมากยิ่งขึ้น โดย Hello Kitty ถือเป็นคาแรกเตอร์คลาสสิกจาก Sanrio ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างยาวนาน และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายเจเนอเรชัน รวมถึงในประเทศไทย
คอลเลกชันนี้สะท้อนความตั้งใจร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ในการเติมเต็มทุกวันด้วยความบันเทิง ความสุข และความสนุก ผ่านดีไซน์เรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ผสานเทคโนโลยีคุณภาพจากโซนี่เข้ากับความน่ารักสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hello Kitty เพื่อมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่
ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากโซนี่ในคอลเลกชันลิมิเต็ดเอดิชัน Sony x Hello Kitty ประกอบด้วย
• Xperia 10 VIII สมาร์ทโฟนที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความง่ายและความสะดวกในการใช้งาน
• WH-1000XM6 หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนเรือธงรุ่นฮิต
• WH-CH730N หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
• WH-CH530 หูฟังไร้สายรุ่นเริ่มต้นดีไซน์สดใส สำหรับเติมเต็มความบันเทิงในทุกวัน
คอลเลกชันเอ็กซ์คลูซีฟนี้นำผลิตภัณฑ์คุณภาพจากโซนี่มาจับคู่กับเซ็ตกระเป๋า Hello Kitty ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ถ่ายทอดความน่ารักอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hello Kitty ผ่านดีไซน์เรียบหรูสไตล์มินิมอลของโซนี่ได้อย่างลงตัว ทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานและช่วยเติมสีสันให้กับสไตล์ในชีวิตประจำวัน โดยเซ็ตกระเป๋าได้รับการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์โซนี่โดยเฉพาะ ให้ผู้ใช้งานพกพาเสน่ห์ของ Hello Kitty ติดตัวไปได้ในทุกกิจกรรม พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ความบันเทิงให้พิเศษยิ่งขึ้นในทุกวัน พบกับคอลเลกชันลิมิเต็ดเอดิชัน Sony x Hello Kitty ได้ตั้งแต่ 7 ต.ค. 69 ที่ Sony Store ทั้ง 6 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพระราม 9 เดอะมอลล์บางแค เดอะมอลล์บางกะปิ และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต หรือสั่งซื้อผ่าน Sony Store Online: https://store.sony.co.th/collections/hello-kitty-sony
สินค้าโซนี่ในคอลเลกชัน Hello Kitty
Xperia 10 VIII
Xperia 10 VIII สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล 10 Series ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา และตอบโจทย์ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Frozen White, Frosted Grey และ Misty Lilac มาพร้อมหน้าจอที่สว่างขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 50% เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้ใช้งานกลางแจ้ง พร้อมลำโพงสเตอริโอที่ได้รับการพัฒนาให้ถ่ายทอดเสียงได้ชัดเจน ทรงพลัง และมีมิติเบสที่หนักแน่นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ Xperia 10 VIII ยังมาพร้อมเมนูใหม่ Rewards & Pay ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงแอปพลิเคชันด้านการชำระเงินและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพียงกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องสองครั้ง พร้อมฟีเจอร์ AI ล่าสุดจาก Google ไม่ว่าจะเป็น Gemini, Circle to Search และ Ask Photos ที่ช่วยให้การใช้งานฉลาดและสะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุดถึง 2 วัน มอบความมั่นใจตลอดการใช้งานในแต่ละวัน
แพ็กเกจคอลแลบกับ Hello Kitty สุดพิเศษนี้มีจำนวนจำกัด ประกอบด้วยสมาร์ทโฟน Xperia 10 VIII พร้อมกระเป๋าสะพายข้าง Hello Kitty sacoche-style shoulder bag ที่ออกแบบมาเพื่อใส่ Xperia และของใช้จำเป็นขนาดเล็ก รวมถึงกระเป๋าผ้า Hello Kitty สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
การผสานดีไซน์ที่บาง เบา และเรียบหรูของ Xperia 10 VIII เข้ากับเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Hello Kitty ช่วยเติมความสดใสให้กับทุกประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับคนสำคัญ การบันทึกช่วงเวลาพิเศษ หรือการเพลิดเพลินกับความบันเทิงระหว่างเดินทาง
WH-1000XM6, WH-CH730N และ WH-CH530
การจับมือกันระหว่างโซนี่และ Hello Kitty ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หูฟังครั้งนี้ ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์การฟังที่ผสานความพรีเมียม ไลฟ์สไตล์ และความน่ารักสดใสเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงในแบบฉบับของโซนี่ พร้อมสะท้อนตัวตนผ่านไอเท็มดีไซน์พิเศษที่สามารถพกพาไปได้ในทุกวัน
WH-1000XM6
หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนรุ่นเรือธงของโซนี่ ที่ต่อยอดจากตำนานซีรีส์ 1000X โดดเด่นด้วยคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนเจเนอเรชันใหม่ในดีไซน์เรียบหรู เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความเงียบและสมาธิ ให้ผู้ใช้งานดื่มด่ำกับทุกรายละเอียดของเสียงเพลงได้อย่างลึกซึ้ง คมชัด และมีมิติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การฟังระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง
WH-CH730N
หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Dual Noise Sensor ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันพื้นฐาน และสามารถปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ น้ำหนักเบาและพับเก็บได้สะดวก พร้อมยกระดับคุณภาพเสียงสนทนาและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน เหมาะสำหรับเป็นหูฟังคู่ใจในทุกวัน มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาว สีชมพู สีฟ้า สีดำ และสีเบจ ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน
WH-CH530
หูฟังไร้สายทรงกลม On-ear ดีไซน์กะทัดรัด มาพร้อมสีสันต่างสไตล์ถึง 6 สี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Gen Z ที่หูฟังไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนตัวตนอันเป็นปัจเจกของแต่ละคน ใช้งานง่ายด้วยปุ่มควบคุมที่เข้าใจง่าย พร้อมฟีเจอร์ครบครันทั้ง Voice Assistant ในตัว การเชื่อมต่อแบบ Multipoint รองรับ Fast Pair/Swift Pair และ LE Audio เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งานหูฟังไร้สาย
สำหรับผลิตภัณฑ์หูฟังทุกรุ่นในคอลเลกชัน Hello Kitty จะมาพร้อมกระเป๋าใส่หูฟังดีไซน์พิเศษ Hello Kitty pouch สำหรับจัดเก็บหูฟังและของใช้ส่วนตัว พร้อมกระเป๋าผ้า Hello Kitty สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
กำหนดการวางจำหน่าย
คอลเลกชันลิมิเต็ดเอดิชัน Sony x Hello Kitty จะเปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่ 7 ต.ค. 69 เป็นต้นไป ที่ Sony Store ทั้ง 6 สาขา และ Sony Store Online: https://store.sony.co.th/collections/hello-kitty-sony จำนวนจำกัด พร้อมรับประกันผลิตภัณฑ์เพิ่มอีก 3 เดือน จากระยะเวลารับประกันปกติ 12 เดือน เมื่อลงทะเบียนสินค้ากับ My Sony Rewards เพียงสแกน QR Code ที่อยู่ด้านในกล่องสินค้า
• Xperia 10 VIII พร้อมกระเป๋าสะพายข้างและกระเป๋าผ้า Hello Kitty ราคา 23,990 บาท เปิดพรีออเดอร์ 12 ต.ค. 2569 – 25 ต.ค. 2569 และวางจำหน่าย 26 ต.ค. 2569 พิเศษ โปรโมชั่นช่วงเปิดตัว รับฟรีหูฟัง open-ear รุ่น LinkBuds Clip มูลค่า 6,990 บาท เมื่อซื้อ Xperia 10 VIII 12 ต.ค. 2569 – 31 ต.ค. 2569
• WH-1000XM6 พร้อมกระเป๋าใส่หูฟังและกระเป๋าผ้า Hello Kitty ราคา 14,490 บาท เปิดพรีออเดอร์ 7 ต.ค. 2569 – 25 ต.ค. 2569 และวางจำหน่าย 26 ต.ค. 2569 โดยหูฟังรุ่นที่ร่วมรายการครอบคลุมทุกสี ยกเว้นสี Olive Gray
• WH-CH730N พร้อมกระเป๋าใส่หูฟังและกระเป๋าผ้า Hello Kitty ราคา 6,490 บาท วางจำหน่าย พ.ย. 2569 เป็นต้นไป
• WH-CH530 พร้อมกระเป๋าใส่หูฟังและกระเป๋าผ้า Hello Kitty ราคา 3,690 บาท วางจำหน่าย พ.ย. 2569 เป็นต้นไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Sony Store หรือศูนย์ข้อมูลโซนี่ LINE: โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th
#ข่าวไอที

ฮอนด้า ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Future Mobility พร้อมขับเคลื่อนอนาคตภายใต้แนวคิด"Smart with Trust" ยืนยันความเชื่อมั่นศักยภาพประ...
06/10/2026

ฮอนด้า ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Future Mobility พร้อมขับเคลื่อนอนาคตภายใต้แนวคิด

"Smart with Trust" ยืนยันความเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทยในระยะยาว

มุ่งสู่การขับเคลื่อนที่ปลอดภัย เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

(กรุงเทพฯ – 6 ตุลาคม 2569) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ เผยมุมมองต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ฮอนด้ามองว่ารถยนต์กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่กำลังพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการขับเคลื่อนอัจฉริยะที่เชื่อมต่อและขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ฮอนด้าเชื่อว่าในอนาคต เทคโนโลยีด้านพลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อข้อมูล และระบบอัจฉริยะ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ปลอดภัย สะดวก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภายใต้เป้าหมายในการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในระยะยาว

สำหรับประเทศไทย ฮอนด้ายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยมองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งจากระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ครบวงจร บุคลากรที่มีทักษะสูง เครือข่ายซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่ง และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยยังคงมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในฐานะตลาดสำคัญ ฐานการผลิต และศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค

#ยานยนต์ไฟฟ้า #ข่าวรถยนต์ #ข่าวธุรกิจ

MEDEZE ร่วมเวที “Gateway to Growth” เปิดมุมมองผู้ชนะยุคใหม่ในตลาดทุนไทยนายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหา...
06/10/2026

MEDEZE ร่วมเวที “Gateway to Growth” เปิดมุมมองผู้ชนะยุคใหม่ในตลาดทุนไทย

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ผู้นำด้านธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์ เซลล์รากผม และการตรวจศักยภาพเซลล์ภูมิคุ้มกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมเป็นวิทยากรในงาน “Gateway to Growth ก้าวกระโดดใหม่ตลาดทุนไทย” ช่วงเสวนาหัวข้อ “ผู้ชนะยุคใหม่ ไม่ใช่แค่บริษัทกำไรโต” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจในยุคใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุน ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.medezegroup.com/th/

#เมดีซกรุ๊ป #หุ้นMEDEZE #ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น

SMO พบนักลงทุน จ.ขอนแก่น ชูแผนเพิ่มกำลังผลิต–รุกลงทุน CPKOนายกุศล ศรีเปารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท กลุ่มส...
05/10/2026

SMO พบนักลงทุน จ.ขอนแก่น ชูแผนเพิ่มกำลังผลิต–รุกลงทุน CPKO

นายกุศล ศรีเปารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO พร้อมด้วย ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ร่วมให้ข้อมูลธุรกิจ ในงานสัมมนา “Dinner Talk ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน“ จ.ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง ณ โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น จ.ขอนแก่น

SMO เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 3,518.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 29.56 ล้านบาท พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานสาขาพนมและบริษัทย่อย ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 345 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้น 35.29% รองรับความต้องการของคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
บริษัทเดินหน้าลงทุนโรงงานผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) กำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน และโครงการเครื่องระเหยน้ำเสีย (Evaporator–Green Project) ณ สาขาพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้าง New S-Curve และต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม โดยคาดว่าเมื่อเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบจะสร้างรายได้เพิ่มเติมมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี สนับสนุนการเติบโตระยะยาว

#กลุ่มสมอทอง #หุ้นSMO #ข่าวหุ้น #ผลประกอบการ #ลงทุนอสังหา #หุ้นไทย

ปรีชา กรุ๊ป กางโรดแมปปักธงรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 โตแกร่ง 720% ลุยเปิด 2 โครงการใหม่...
05/10/2026

ปรีชา กรุ๊ป กางโรดแมปปักธงรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 โตแกร่ง 720% ลุยเปิด 2 โครงการใหม่แบรนด์ “PRESENSE” ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน

บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศทิศทางธุรกิจเชิงรุก มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงด้วยการปักหมุดเป้าหมายรายได้รวมแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี (2569–2571) ชูรากฐานความแข็งแกร่งจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่กวาดรายได้รวม 122.92 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดถึง 720% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมเดินหน้าเปิดตัว 2 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “PRESENSE” บนทำเลศักยภาพสูง เพื่อขับเคลื่อนรายได้และสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่นักลงทุน

นายรองฤทธิ์ ธรรมสถิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRECHA เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาวะเศรษฐกิจมหภาค เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอและการบริหารจัดการที่แม่นยำ วันนี้ ปรีชา กรุ๊ป มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะก้าวสู่การเติบโตระลอกใหม่ โดยบริษัทได้วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนรายได้สู่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยการเปิดตัวโครงการคุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง (Real Demand) อย่างต่อเนื่อง”

สำหรับแผนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายระยะสั้นในปี 2569 บริษัทฯ มั่นใจว่า รายได้รวมทั้งปีแตะไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการทยอยส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ Prime Westgate อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตัวเร่งการเติบโต ล่าสุด ยังได้เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ “PRESENSE” บน 2 ทำเลศักยภาพ เพื่อสะสมยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) และรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570–2571 ได้แก่ โครงการ PRESENSE รัตนาธิเบศร์–เวสต์เกต โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่และคนทำงานย่านนนทบุรี ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนสินเชื่อโครงการ (Project Finance) จากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านสภาพคล่องและความเสี่ยงต่ำ โดยเตรียมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์รับรู้รายได้ทันทีในเดือนธันวาคม 2569 นี้
โครงการ PRESENSE ลาดกระบัง–สุวินทวงศ์ โครงการบนทำเลเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมสู่สนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรม เจาะกลุ่ม Real Demand ที่มองหาที่อยู่อาศัยในทำเลที่ดินมูลค่าสูงและมีศักยภาพการเติบโตระยะยาว

“การก้าวสู่เป้าหมาย 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เป็นเป้าหมายที่มีแผนรองรับอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งความพร้อมด้านเงินทุน แบ็กล็อกที่ทยอยรับรู้รายได้เต็มปีตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป และการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ปรีชา กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทุกคน” นายรองฤทธิ์ กล่าวสรุป

เกี่ยวกับ บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ PRECHA ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง รวมถึงบริการให้เช่าอาคารสำนักงาน ภายใต้วิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการส่งมอบโครงการคุณภาพบนทำเลศักยภาพ บริหารงานด้วยความโปร่งใส คล่องตัว ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัย และพร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
#ปรีชากรุ๊ป #อสังหาริมทรัพย์ #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุนอสังหา

ที่อยู่

ธนบุรี

เบอร์โทรศัพท์

+66934904646

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Brandvibe โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์