Video AI

Video AI Group of creators that create heartfelt AI videos to inspire positivity! Videos Every single Day! ❤️

07/01/2026

Heroic Firefighter Rips Off Metal Bars To Save Family Of Dogs From House Fire!

07/01/2026

A quiet drive through the woods turned into a heart-pounding rescue mission. The passenger’s camera captured the moment an orange tabby cat, carrying a tiny gray kitten, sprinted down the centerline with a massive eagle in hot pursuit. Just as the bird’s talons reached for them, the cat made a miraculous leap through the open car window. Safe inside, the kitten and its protector were shielded as the eagle landed on the asphalt, wings spread in frustration. This video is created using AI, and the story is for your entertainment.

06/01/2026

A heart-stopping moment was captured on a farm in Wisconsin when a local farmer used nothing but a metal water bucket to stop a wolf attack on his prize goat. The footage shows the wolf lunging from the brush, but the farmer acted within seconds, slamming the bucket over the predator's head and pinning it to the snow. "I didn't think, I just moved," the farmer said. The goat escaped without a scratch, and the wolf eventually retreated back into the woods once released. This video is created with AI for entertainment purposes.

ทรัมป์ส่งสัญญาณดีลการค้าญี่ปุ่นไม่คืบ อาจไม่ทันเส้นตาย 1 ส.ค.ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (16 ...
17/07/2025

ทรัมป์ส่งสัญญาณดีลการค้าญี่ปุ่นไม่คืบ อาจไม่ทันเส้นตาย 1 ส.ค.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (16 ก.ค.) ว่า การบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับญี่ปุ่นให้แล้วเสร็จภายในเส้นตายวันที่ 1 ส.ค. ที่เขากำหนดไว้สำหรับการเจรจาทวิภาคีนั้น น่าจะทำได้ยาก

ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว ณ ทำเนียบขาวว่า “เรากำลังเจรจากับพวกเขา แต่ผมคิดว่าเราน่าจะดำเนินการตามจดหมายที่ได้ส่งไปให้กับญี่ปุ่น” โดยชี้ถึงจดหมายชี้แจงอัตราภาษีศุลกากรใหม่ที่สหรัฐฯ ได้แจ้งกับคู่ค้า

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในช่วงเวลาราว 1 สัปดาห์หลังจากที่เขาขู่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าญี่ปุ่นที่อัตรา 25% โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ซึ่งญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในคู่ค้ากว่า 20 ประเทศของสหรัฐฯ ที่ได้รับจดหมายแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราใหม่ฝ่ายเดียวจากสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อัตราภาษีตอบโต้ที่ทรัมป์กำหนดไว้กับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. นั้น เพิ่มขึ้นจาก 24% ที่ประกาศไว้เมื่อต้นเดือนเม.ย. โดยการประกาศขึ้นภาษีเพียงเล็กน้อยนี้ มีขึ้นในขณะที่เขากำลังเพิ่มแรงกดดันให้ญี่ปุ่นยอมรับข้อตกลงในการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ โดยกล่าวหาว่าญี่ปุ่นไม่ยอมนำเข้ารถยนต์และสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาภาษี มีกำหนดนำคณะผู้แทนประธานาธิบดีเดินทางไปยังโอซาก้า เพื่อเข้าร่วมงานเอ็กซ์โป 2025 (Expo 2025) ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในวันเสาร์นี้ (19 ก.ค.)

แม้เจ้าหน้าที่จะกล่าวว่า จุดประสงค์ในการเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นของเบสเซนต์ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อหารือเรื่องการค้า แต่แหล่งข่าวของทางการญี่ปุ่นระบุว่า ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กำลังหาช่องทางในการพบกับเบสเซนต์ ซึ่งอาจจะมีขึ้นที่กรุงโตเกียวในวันศุกร์ (18 ก.ค.)

ทองปิดบวก $22.40 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (16 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นั...
17/07/2025

ทองปิดบวก $22.40 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (16 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาทด้านการค้า นอกจากนี้ ราคาทองคำยังพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงแรก หลังจากสื่อรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปลดเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก่อนที่ราคาจะลดช่วงบวกหลังจากปธน.ทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 22.40 ดอลลาร์ หรือ 0.67% ปิดที่ 3,359.10 ดอลลาร์/ออนซ์
อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงในกรุงดามัสกัสของซีเรีย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อกระทรวงกลาโหมของซีเรีย นอกจากนี้ การโจมตียังเกิดขึ้นใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดีของซีเรียด้วย โดยการโจมตีในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ และทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ข้อพิพาทด้านการค้ายังเป็นปัจจัยหนุนสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) ในอัตรา 30% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่ EU ระบุว่า เป็นระดับที่ยอมรับไม่ได้ ส่งผลให้คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เตรียมออกมาตรการตอบโต้ โดยเล็งเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 72,000 ล้านยูโร (84,100 ล้านดอลลาร์) หากการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการชะลอตัวของเงินเฟ้อ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% และต่ำกว่าในเดือนพ.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 2.7%

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.7% และต่ำกว่าในเดือนพ.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 3.2%

อโกด้า เผยครึ่งปีแรก จีน-มาเลย์-เกาหลีใต้ ยังครองแชมป์เที่ยวไทย!อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยข้อมูลภาพรวม...
16/07/2025

อโกด้า เผยครึ่งปีแรก จีน-มาเลย์-เกาหลีใต้ ยังครองแชมป์เที่ยวไทย!
อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยข้อมูลภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงครึ่งแรกของปี 68 โดยอ้างอิงจากยอดการจองที่พักบนแพลตฟอร์ม พบว่า นักเดินทางจากจีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ยังคงครองตำแหน่งชาติที่เดินทางมาประเทศไทยมากที่สุด ตามมาด้วยนักเดินทางจากญี่ปุ่น และสิงคโปร์

*กรุงเทพฯ-พัทยา-ภูเก็ต ครองตำแหน่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม/หาดใหญ่ มาแรง
กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ยังคงครองตำแหน่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่นักเดินทางจากประเทศดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หาดใหญ่ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย และสิงคโปร์
ทั้งนี้ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของหาดใหญ่อาจเกิดจากเมืองนี้ขึ้นชื่อในด้านความคุ้มค่า ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มีราคาถูกที่สุดในประเทศไทย และติดอันดับหนึ่งในสามของจุดหมายปลายทางราคาถูกในเอเชียติดต่อกันสองปีซ้อน เมืองเหล่านี้ต่างมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านความคึกคัก ความสงบริมชายหาดไปจนถึงเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่น่าค้นหา

อย่างไรก็ตาม ประเทศที่มีจำนวนนักเดินทางมาเยือนประเทศไทยมากที่สุด กลับไม่ใช่ประเทศที่นักเดินทางพำนักอยู่นานที่สุด โดยนักเดินทางจากจีนแม้จะครองอันดับหนึ่งในด้านจำนวนผู้มาเยือน แต่เมื่อพิจารณาระยะเวลาการเข้าพักเฉลี่ยแล้ว นักเดินทางจากเกาหลีใต้กลับใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยนานที่สุด รองลงมาคือนักเดินทางจากญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีนตามลำดับ
นอกจากนี้ นักเดินทางแต่ละประเทศยังมีจุดหมายปลายทางที่นิยมสำหรับการพักระยะยาวแตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่มักเลือกจุดหมายปลายทางที่เป็นเกาะ เช่น เกาะเต่า ซึ่งมีแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเกาะพะงัน ที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์พักผ่อนด้วยความสงบของธรรมชาติและปาร์ตี้ชื่อดัง และยังมีจุดหมายปลายทางในภาคกลางอย่างจังหวัดปทุมธานี ที่มีบรรยากาศแสนสงบและวิถีชีวิตแบบท้องถิ่นใกล้เมืองหลวงอีกด้วย

โดยจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางแต่ละประเทศเลือกอยู่นานที่สุด คือ จีน, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เลือกพักที่เกาะเต่า ขณะที่ชาวมาเลเซีย เลือกพักที่เกาะพะงัน และเกาหลีใต้ เลือกพักที่ปทุมธานี

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยตรงกันว่า ระหว่างเดือนม.ค.-มิ.ย. 68 ประเทศไทยมีนักเดินทางชาวต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 16 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 743,582 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ อาทิ โครงการ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง และการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ โตเกียว โอซาก้า ฮ่องกง ไทเป และโซล ยังคงเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 68

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม มิ.ย. ดิ่งต่อ ต่ำสุดรอบ 8 เดือน ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา/ภาษีสหรัฐกดดันนายนาวา จันทรสุรคน รองปร...
16/07/2025

ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม มิ.ย. ดิ่งต่อ ต่ำสุดรอบ 8 เดือน ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา/ภาษีสหรัฐกดดัน
นายนาวา จันทรสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย.68 อยู่ที่ระดับ 87.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 88.1 ในเดือนพ.ค.68 ซึ่งเป็นผลจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และการระงับการนำเข้าน้ำมัน และก๊าซ LNG จากไทย ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน

ด้านสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษี Sectoral Tariff ในกลุ่มสินค้าเหล็ก และอลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย, ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลกระทบทำให้ราคาพลังงานผันผวน, การส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัว อีกทั้งการทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศกดดันผู้ประกอบการ, การผลิตเพื่อส่งออกเริ่มถูกแทนที่ด้วยสินค้านำเข้า, ราคาสินค้าเกษตรหดตัวรุนแรง ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร และทำให้กำลังซื้อในภูมิภาคลดลง

รวมถึงความขัดแย้ง และความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และภาคเอกชน รวมทั้งเงินบาทแข็งค่าพร้อมสกุลเงินอื่น จากเงินทุนไหลเข้าภูมิภาค และการอ่อนค่าของดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ในเดือนมิ.ย.นี้ ยังคงมีปัจจัยบวกจากการเร่งส่งออกก่อนสิ้นสุดมาตรการชะลอการเก็บภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในเดือนก.ค.68 ขณะเดียวกัน สัญญาณการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ยังมีทิศทางเชิงบวก และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการช่วงกลางปี ช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ

ขณะที่ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงเช่นกัน อยู่ที่ระดับ 90.8 ลดลงจาก 91.7 ในเดือนพ.ค.68 เนื่องจากความไม่แน่นอนจากปัญหาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการปิดด่านอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการค้าชายแดน และการค้าผ่านแดนของไทย, ด้านคณะกรรมการค่าจ้าง มีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในบางกิจการ มีผลวันที่ 1 ก.ค.68 กระทบต่อต้นทุนการจ้างของผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการค้า

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยสนับสนุนที่คาดว่าจะมาจากการอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% และโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 คาดว่าจะช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างทั่วถึง

นายนาวา กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ดังนี้

ขอให้ภาครัฐ ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น ช่วยรับซื้อและกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่น จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พักชำระหนี้ชั่วคราวสำหรับ SME ชดเชยค่าจ้างให้แรงงานกรณีปิดกิจการชั่วคราว เป็นต้น
ขอให้ภาครัฐ เร่งรัดการใช้จ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท ให้ดำเนินการได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบโครงการอย่างเคร่งครัดและโปร่งใส
ขอให้ภาครัฐ เร่งเจรจาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าในสหรัฐฯ (Reciprocal Tariff) ให้ลดลงสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.นี้

ทองปิดลบ $22.4 กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดตรึงดอกเบี้ยสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (15 ก.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการ...
16/07/2025

ทองปิดลบ $22.4 กังวลเงินเฟ้อสูงหนุนเฟดตรึงดอก
เบี้ยสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (15 ก.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่สูงเกินคาด ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตรึงอัตราดอกเบี้ยสูง
ทั้งนี้
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 22.4 ดอลลาร์ หรือ 0.67% ปิดที่ 3,336.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.55% แตะที่ระดับ 98.616 ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่าดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6% และสูงกว่าในเดือนพ.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 2.4%

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแม้จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.0% แต่ก็สูงกว่าในเดือนพ.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 2.8%

ตัวเลข CPI ที่มีการเปิดเผยล่าสุดทำให้นักลงทุนกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะทำให้สหรัฐฯ เผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีก และจะส่งผลให้เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูง

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกียวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของเฟด

บราซิลโดนภาษีทรัมป์ 50% คาดกระทบ GDP หายไป 0.41%เกตูลิโอ วาร์กัส ฟาวน์เดชัน (FGV) สถาบันวิจัยชั้นนำของบราซิล เผยแพร่รายง...
15/07/2025

บราซิลโดนภาษีทรัมป์ 50% คาดกระทบ GDP หายไป 0.41%
เกตูลิโอ วาร์กัส ฟาวน์เดชัน (FGV) สถาบันวิจัยชั้นนำของบราซิล เผยแพร่รายงานล่าสุดระบุว่า อัตราภาษี 50% ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บกับสินค้าที่นำเข้าจากบราซิล อาจส่งผลกระทบให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของบราซิลลดลงไปถึง 0.41%

รายงานระบุว่า มาตรการภาษีดังกล่าวอาจส่งผลให้การส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรของบราซิลไปยังสหรัฐฯ ลดลงมากถึง 75% ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน สินค้าเกษตรของบราซิล เช่น กาแฟ น้ำตาล และน้ำส้ม คิดเป็นประมาณ 30% ของสินค้าทั้งหมดที่บราซิลส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของบราซิล

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 9 ก.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศว่าจะเก็บภาษี 50% สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากบราซิล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป

แม้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่เริ่มดำเนินมาตรการจริง แต่บรรยากาศความไม่แน่นอนในเวทีการค้าระหว่างประเทศเริ่มส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคี อีกทั้งรายงานยังระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก (WTO)

จีนเผย GDP ไตรมาส 2 โตเกินคาด 5.2% อานิสงส์ส่งออกแกร่งสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (15 ก.ค.) ว่า ผลิตภั...
15/07/2025

จีนเผย GDP ไตรมาส 2 โตเกินคาด 5.2% อานิสงส์ส่งออกแกร่ง
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (15 ก.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 5.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 5.1% และสูงกว่าเป้าหมายตลอดปีที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ที่ประมาณ 5% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของยอดส่งออกไปยังตลาดนอกสหรัฐฯ ซึ่งช่วยพยุงภาคการผลิตของจีน
อย่างไรก็ดี GDP ไตรมาส 2 ของจีนขยายตัวต่ำกว่าในไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 5.4% สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังคงสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจจีนซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากภาวะเงินฝืดและตลาดที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวลงเป็นเวลานานหลายปี
นอกจากนี้ การชะลอตัวของ GDP จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลจีนเร่งออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ดัชนีหุ้นบริษัทจีนในตลาดหุ้นฮ่องกงและในตลาดหุ้นจีนยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกหลังจาก NBS เปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ขณะที่ค่าเงินหยวนทรงตัว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีทรงตัวเช่นกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.ค. 68)

ทองเปิดร่วง 200 บาท ปรับฐานตามตลาดโลกราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวลดลงจากเมื่อวานบาททองคำละ 200 ...
15/07/2025

ทองเปิดร่วง 200 บาท ปรับฐานตามตลาดโลก
ราคาทอง (96.5%) ขายปลีกในประเทศเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวลดลงจากเมื่อวานบาททองคำละ 200 ตามสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลก
เมื่อเวลา 09.03 น. สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำครั้งแรก ดังนี้
– ทองคำแท่ง รับซื้อบาททองคำละ 51,350 บาท ขายออก บาททองคำละ 51,450 บาท
– ทองรูปพรรณ รับซื้อบาททองคำละ 50,316.04 บาท ขายออก บาททองคำละ 52,250 บาท
บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาทองโลกปรับตัวลงจากเมื่อคืนที่ผ่านมา บอนด์ยิลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นยืนเหนือระดับ 4.4% พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดเกิดความสนใจลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ดอกเบี้ย อีกทั้งเงินสกุลดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน จึงส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ในขณะที่ตลาดยังคงดูท่าทีของ เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งดูแลนโยบายการค้าของ 27 ชาติสมาชิก ที่ได้กล่าวว่า EU จะยังคงดำเนินนโยบายสองแนวทาง คือ เปิดโต๊ะเจรจาควบคู่ไปกับการเตรียมมาตรการตอบโต้ โดยเหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากในวันจันทร์ที่ผ่านมานายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรจาก EU ในอัตรา 30% โดยมีผลในวันที่ 1 ส.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม ในคืนนี้ตลาดยังคงจับตาตัวเลขเงินเฟ้อหรือดัชนี CPI สหรัฐฯ เดือน มิ.ย. โดยนักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. หากประกาศจริงออกมาตามคาด อาจเป็นปัจจัยกดดันการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ยากขึ้น ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองเท่าเดิม รวมสุทธิ 947.64 ตัน
โดยวิเคราะห์ว่า ราคาทองโลกในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงมีการปรับฐานลง แต่ทว่ายังสามารถยืนเหนือแนวรับที่ระดับ 3,340 ดอลลาร์ จึงประเมินว่าราคาทองโลกกลับมาอยู่ในระยะ Sideway และมีแนวต้านที่ 3,375 ดอลลาร์
ส่วนราคาทองในประเทศปรับฐานลงตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาท Sideway ในกรอบแนวรับที่ 32.40 และแนวต้านที่ 32.50 จึงแนะนำรอเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 51,300 บาท และขายทำกำไรหากราคาทดสอบแนวต้านที่ 51,800 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 51,000 บาทลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.ค. 68)

Address


Telephone

+84967856743

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Video AI posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Video AI:

  • Want your business to be the top-listed Restaurant?

Share